บทที่ 1 แรกพบ (3)
“ผลเอกซเรย์ออกแล้วนะครับ”
เมื่อได้ยินเสียงนุ่มทุ้มเจ๊ตุ่นหันขวับก็เห็นคุณหมอหนุ่มโคตรหล่อยิ่งกว่าพระเอกในสังกัดตัวเองเสียอีก กลิ่นจันทน์เห็นเจ๊ตุ่นมองคุณหมอไม่วางตาเธอจึงหัวเราะเบาๆ
“เจ๊ตุ่นมองคุณหมอนานไปแล้ว” เห็นท่าทางของเจ๊ตุ่นแล้วก็หมั่นไส้จริงๆ
“ก็คุณหมอหล่อมาก มากๆ” เจ๊ตุ่นยิ้มกว้าง ขณะพูดก็ลากเสียงยาว ทั้งยังแกล้งกะพริบตาใส่หลายครั้ง ปรินทรยิ้มให้อย่างคนมีอัธยาสัยดี ตอนนั้นคุณพยาบาลล้างแผลให้กลิ่นจันทน์เสร็จพอดี
“เจ๊ตุ่นเองค่ะ เป็นผู้จัดการส่วนตัวของน้องโอ๋”
“ปรินทรครับ ศัลยแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ”
“สนใจเป็นดาราไหมคะ?” เจ๊ตุ่นก็ยังไม่วายออกอาการเห็นหนุ่มหล่อสาวสวยเป็นไม่ได้ ต้องชักจูงเข้าวงการตลอด
“เจ๊!” กลิ่นจันทน์อ่อนอกอ่อนใจ ทั้งๆ ที่เธอนอนเจ็บอยู่ทนโท่นี่นะ
“ไม่ดีกว่าครับ” ปรินทรปฏิเสธอย่างนุ่มนวล ไม่ถือสาเจ๊ตุ่นสักนิด
เจ๊ตุ่นยังยิ้มกว้าง “ว่าแต่อาการน้องโอ๋หนักแค่ไหนคะ”
“กระแทกที่ศีรษะ ต้องแอดมิดรอดูอาการอย่างน้อยๆ ยี่สิบสี่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมงครับ แต่แผลแตกไม่กว้างมากไม่ต้องเย็บ ส่วนที่ปวดสะโพกเพราะกระดูกเชิงกรานร้าว เพียงแต่ร้าวนิดเดียว ไม่ต้องทำอะไรกับมัน แต่อาจจะปวดไปสักระยะ ส่วนแขนหมอดูแล้วไม่ต้องผ่าตัดใส่เหล็กหรอกครับ แค่จัดกระดูกและเข้าเฝือกอ่อนก็พอครับ”
“โอ๋ เจ็บไม่เบาเลย” เจ๊ตุ่นหันมาสบตากับกลิ่นจันทน์ใจหายไม่น้อยกับอาการบาดเจ็บครั้งนี้
“ต้องใส่เฝือกนานแค่ไหนคะ?” พอได้ยินว่าต้องใส่เฝือกก็กังวลขึ้นมาทันที
“สองถึงสามเดือนครับ หลังกระดูกประสานดีแล้วก็ต้องกายภาพฟื้นฟูกล้ามเนื้อสักระยะ” ปรินทรก็ตอบไปตามประสบการณ์ การฟื้นตัวของคนไข้กระดูกหักแต่ละคนไม่เหมือนกันทีเดียวแต่ก็ไม่ต่างกันมากนัก
“โอ๋ก็ไม่ได้ทำงาน” กลิ่นจันทน์หันไปพูดกับเจ๊ตุ่น
“อย่ามาขี้งกกำเริบ พักรักษาตัวให้ดีเถอะ” เจ๊ตุ่นอดจะค้อนใส่คนเจ็บไม่ได้
“ตั้งสามเดือนหรือไม่ก็มากกว่านั้น โอ๋เอาอะไรกินเล่า”
“น้องสาวฉันทั้งคนฉันจะเลี้ยงไม่ไหวหรือไง” เจ๊ตุ่นตอบเสียงสะบัดน้อยๆ
กลิ่นจันทน์เลยยิ้มได้ รอยยิ้มเธอเข้าตาปรินทรเต็มๆ แม้ใบหน้าซีดเซียวแต่เธอก็สวยมากทีเดียว เขาก้มลงมองแขนเรียวเล็กที่ยังประคบเจลเย็น เขาค่อยๆ หยิบมันออกแล้วจิ้มลงที่แขนบวมๆ ของกลิ่นจันทน์ “เจ็บไหมครับ?”
กลิ่นจันทน์ส่ายหน้าเบาๆ “มันชาๆ น่ะค่ะ”
ปรินทรพยักหน้า “ประคบไว้ก่อน สักพักเจ้าหน้าที่พาไปเข้าเฝือก เสร็จแล้วต้องเอกซเรย์ซ้ำอีกครั้ง”
“ค่ะ” กลิ่นจันทน์พยักหน้ารับ เจ๊ะตุ่นมองหน้าเซียวๆ นั้นแล้วก็ลูบศีรษะสวยนั้นแผ่วเบาด้วยความสงสารจับใจ ปรินทรยิ้มให้ทั้งสองก่อนจะขอตัว
ไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่พากลิ่นจันทน์ไปห้องใส่เฝือก ปรินทรตามไปจัดกระดูกให้ก่อนจะปล่อยให้เจ้าหน้าที่ชำนาญการใส่เฝือกพลาสติกให้กลิ่นจันทน์ ตอนนั้นนางเอกสาวเริ่มปวดระบมมากแล้วจนเจ๊ตุ่นกังวล เมื่อเห็นว่าปรินทรยังดูอยู่ไม่ห่างก็ขยับไปใกล้ๆ พูดด้วยเสียงเบากับคุณหมอหนุ่ม
“น้องโอ๋ไม่ค่อยได้พักมาสองสามวัน ทั้งยังมาเจ็บตัวอีก รบกวนคุณหมอจัดยาบำรุงให้สักหน่อยได้ไหมคะ แล้วมียากิน ยาแก้ปวดอะไรบ้างไหมคะ ก่อนหลับไปยังบ่นๆ อยู่ว่าปวดไปทั้งตัวเลย”
ปรินทรมองใบหน้างามที่รอใส่เฝือกให้เสร็จจนผล็อยหลับไปนานแล้ว ก่อนจะพยักหน้าให้เจ๊ตุ่น “ก่อนหน้านี้ได้ยาแก้ปวดไปแล้ว แต่อีกสักครู่จะย้ายไปหอผู้ป่วยในก่อน น้ำเกลือ ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบต้องให้อยู่แล้วครับ”
ปรินทรอยู่รอจนเสร็จเช่นกันเพราะเขาเองก็ไม่มีคนไข้อื่นให้ต้องดูแลตอนนี้ หลังจากนั้นเขารอดูผลเอกซเรย์อีกครั้ง เมื่อเห็นว่ากระดูกถูกจัดเข้าที่แล้วก็เบาใจ เลยให้ส่งตัวกลิ่นจันทน์ไปพักที่หอผู้ป่วยในบนตึกสูงทันที
เจ๊ตุ่นเองก็ไม่ได้ไปไหน ตามเข้ามายังห้องพักพิเศษ และนอนเป็นเพื่อนคนป่วยตลอดทั้งคืน
