บทที่ 9 คนที่ตามใจ
“วันนี้ไปโยนโบว์ลิ่งกันมั้ย หรือจะไปทำเล็บดี”
เนออนเอ่ยถามพลางหยิบลิปสติกแท่งโปรดขึ้นมาบรรจงทาบนริมฝีปากอย่างละเมียดละไมหลังจากเลิกเรียน
“วันนี้แกมีนัดกับไอ้เฉินแล้วไม่ใช่เหรอ”
“ช่างมันเถอะน่า ไอ้หมูตอนน่าเบื่อจะตายไป”
“รู้ว่ามันรัก แกก็ไปแกล้งมัน” พวกเพื่อนต่างรู้ดีว่าเนออนชอบความท้าทายและไม่คิดจริงจังกับผู้ชายคนไหน
ถ้าเป็นเฉินเฉินยิ่งแล้วใหญ่ เรียกได้ว่าไม่มีอะไรที่ตรงสเปคเพื่อนเธอเลยสักนิด
“ช่วยไม่ได้ อยากมารักฉันเองนี่นา”
“ถามจริงๆ เถอะนะ พวกแกสองคนมีอะไรกันแล้วใช่ไหม” สิ้นประโยคคำถามเซย์ลีนและมะปรางต่างหันมองเพื่อนสาวอย่างจับผิด
“ไม่มี” ใบหน้าจิ้มลิ้มกระพริบตาล่อกแล่กรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน
“แน่ใจนะ…โกหกตกนรกนะบอกก่อน” เซย์ลีนขยับใบหน้าเข้าใกล้ จ้องมองเข้าไปในแววตาเพื่อหาความจริงใจ
แต่ไม่มี! เนออนเป็นคนโกหกไม่เก่ง แล้วท่าทางของมันก็มีพิรุธจนสังเกตได้
“นะ…แน่ใจ”
“โกหกไม่เนียนย่ะหล่อน ที่คอแกมีรอยดูด ส่วนไอ้เฉินก็มีรอยดูดเหมือนกัน”
“บอกว่าไม่มีก็ไม่มีสิ! อย่ามาจับผิดกันนะ” เนออนเผลอขึ้นเสียงดังลั่นเมื่อถูกเพื่อนสนิททั้งสองเค้นหาความจริง
“…..”
ห้างสรรพสินค้า
ครืด~ โทรศัพท์ส่งเสียงแจ้งเตือนยามมีสายเรียกเข้า คนตัวเล็กถอนหายใจลากยาวหลังจากเห็นรายชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ
‘ไอ้หมูตอน’
“ใครโทรมา ทำไมไม่ยอมรับสาย” มะปรางใช้ข้อศอกสะกิดเพื่อนสนิทที่เดินข้างกัน เห็นคนโทรมาตั้งหลายที แต่ยังไม่มีวี่แววว่ามันจะกดรับ อีกทั้งยังทำท่าทางเมินเฉยราวกับไม่ใส่ใจ
“ไอ้อ้วนโทรมา”
“รับสายมันสักหน่อยสิ เดี๋ยวมันก็เป็นบ้าหรอก”
“รำคาญไม่อยากคุย”
“ฉันว่ามันรักแกจะตายไป ถึงหน้าตาจะไม่หล่อ แต่บ้านมันโคตรรวยเลยนะ” เซย์ลีนออกความเห็น ทั้งสร้อยคอต่างหู ไหนจะนาฬิกาหลักแสนที่อยู่บนตัวเนออนล้วนแต่เป็นสิ่งที่เฉินเฉินมันหามาประเคนให้
“รวยแล้วไงยะ ฉันก็รวยเหมือนกัน”
“ถ้าฉันเป็นแกจะรีบจับไอ้เฉินทำผัว อยากลองเป็นสะใภ้แสนล้านสักครั้งในชีวิต”
“ก็เอาไปสิ ฉันยกให้”
“ถ้ามันเอาฉันก็ดีน่ะสิ”
“…..” แค่นึกเห็นหน้าเต้าหู้จืดชืดของเพื่อนชายก็รู้สึกห่อเหี่ยว
คอนโดเนออน
ติ๊ด…
บานประตูห้องถูกเปิดออกในช่วงค่ำของวัน เนออนเดินผิวปากฮัมเพลงเข้ามาอย่างอารมณ์ดี มือสองข้างเต็มไปด้วยถุงกระดาษแบรนด์เนมที่ใช้บัตรเครดิตรูดมาจนเต็มวงเงิน
“หายไปไหนมา เราโทรหาทำไมไม่รับสาย”
คนตัวเล็กสะดุ้งเฮือกหลังจากเห็นบุคคลคุ้นเคยนั่งรออยู่บนโซฟากลางห้อง แทบไม่อยากเชื่อสายตา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเฉินเฉินเข้ามาอยู่ห้องได้ยังไง
“อ้วนเข้ามาในห้องเค้าได้ไง”
“แล้วทําไมจะเข้าไม่ได้”
“จะตามทำไมนักหนา”
“ตอบเราก่อนสิออน หายไปไหนมา รู้มั้ยว่าเรารอตั้งนาน”
“เค้าไปต่อขนตากับทำเล็บมา”
“ทำไมถึงไม่บอกกันบ้าง เราเป็นห่วง…” คนตัวสูงหยุดนิ่งมองท่าทางหงุดหงิดของคนตัวเล็กที่ดูเหมือนว่าจะรำคาญเขาเต็มทน “เราอุตส่าห์บอกเตี่ยกับม้าว่าจะพาออนไปหา ทำไมถึงผิดนัด”
“ก็เค้าไม่อยากไปแล้วไง จะเซ้าซี้ทำไม”
“…..”
“ตัวกลับไปได้แล้ว วันนี้เค้าช็อปปิ้งเหนื่อย เค้าอยากพัก” เธอบอกผ่านน้ำเสียงไร้เยื่อใยก่อนจะเดินหนีเข้ามาในห้องนอน แต่เพื่อนชายคนสนิทรีบวิ่งเข้ามาขวางหน้า มองด้วยสายตาเว้าวอน
“กระเป๋ารุ่นที่ออนอยากได้ เราสั่งให้ลูกน้องเตี่ยไปหาซื้อมาให้ทุกสีเลย”
“…..”
“ไหนเคยบอกว่าอยากได้ เราหามาให้แล้วนะ”
เนออนเหลือบสายตามองสิ่งของมากมายที่วางกองอยู่บนพื้นอย่างชั่งใจ ถ้าหมดนี่ก็คงจะหลายตังค์ แล้วทำไมเฉินเฉินถึงยอมซื้อให้เธอง่ายนัก “หะ…ให้เค้าหมดเลยเหรอ”
“ให้หมดเลย” เพราะไม่รู้ว่าเนออนอยากได้สีไหน การซื้อมาให้เธอทุกสีน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
“แต่มันหลายตังค์เลยนะอ้วน” จากอารมณ์ขุ่นมัวค่อยๆ ใจอ่อนลง จะว่าเห็นแก่สิ่งของก็ยอมรับ
มีผู้ชายเปย์ให้หมดหน้าตักขนาดนี้ ใครบ้างที่จะปฏิเสธ
“ไม่เป็นไรแค่นี้เอง…เราให้ออนได้มากกว่านี้อีก
“ขอบใจนะ” เนออนหันกลับไปกอดชายหนุ่มไว้แน่น เขย่งปลายเท้าขึ้นไปจุ๊บที่ริมฝีปากหนาซ้ำๆ อย่างออเซาะแทนคำขอบคุณ อารมณ์หงุดหงิดก่อนได้หายไปจนหมดสิ้น
“เมื่อไหร่ถึงจะยอมใจอ่อนเรียกเราว่าผัวสักที”
“…..”
“ไหนลองเรียกเราว่าผัวหน่อย เดี๋ยวให้ห้าหมื่น”
“ไม่มีทางหรอก เค้าไม่ได้เห็นแก่เงินนะ”
“สองแสน!”
“…..”
“สามแสน!”
“ผัวคะ…ผัวขาา~ พอใจหรือยัง”
“จุ๊บปากเราด้วย”
จุ๊บ~ เนออนเขย่งปลายเท้าขึ้นไปประกบจูบริมฝีปากเบาๆ แบบไม่อิดออด ก่อนที่เงินแบงก์พันหลายปึกจะถูกยัดเยียดใส่มือให้หญิงสาวตามข้อตกลง
“…..” รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าขาวตี๋ เพียงคำพูดจากเนออนแค่ไม่กี่คำก็ทำให้เขามีความสุขมากเหลือเกิน
ยกมือสองข้างขึ้นประคองใบหน้าแสนหวานอย่างทะนุถนอม โน้มริมฝีปากเข้าไปจูบบนแก้มนวลย้ำๆ โดยที่เธอเอาแต่ยืนนับเงินอย่างอารมณ์ดี
“อารมณ์ดีแล้วใช่ไหม วันนี้เราตั้งใจจะมาชวนไปกินข้าว”
“ไม่เอา ตอนนี้เค้าลดความอ้วนอยู่นะ”
“ร้านเปิดใหม่แถวสุขุมวิทน่ะ อยู่บนดาดฟ้ามีมุมสวยๆ ไว้ให้เธอถ่ายรูปเยอะแยะเลย เธอต้องชอบมากแน่ๆ” อะไรที่เป็นจุดอ่อนของหญิงสาวเขารู้ดี จึงคิดหาวิธีโน้มน้าวใจเพราะอยากอยู่ใกล้ชิดเธอ
“โอ๊ะโอ…” ดวงตากลมโตกลอกกลิ้งไปมาเริ่มเกิดเป็นความสับสนลังเลไม่แน่ใจ มันเป็นร้านที่อยากไปมาตั้งนานแล้ว
“เดี๋ยวเราถ่ายรูปให้เอง เธอก็รู้ว่าเราถ่ายรูปเธอสวยมากขนาดไหน”
“ไปก็ได้ แต่เค้าขอโต๊ะวีไอพีนะ จะได้เห็นวิวตอนกลางคืนชัดๆ ส่วนโซนธรรมดาคนเยอะ เค้าไม่ชอบ”
“คืนนี้คิวเต็มหมดแล้ว เอาโต๊ะธรรมดาได้ไหม รอบหน้าเราจะรีบจองโต๊ะวีไอพีให้ทัน”
“จะเอาวันนี้ ถ้าไม่ได้โต๊ะวีไอพี เค้าไม่ไป” เนออนกอดอกพูดอย่างเอาแต่ใจ ตลอดระยะเวลาที่รู้จักกันเฉินเฉินยังไม่เคยขัดใจเธอเลยสักครั้ง
“อย่าเพิ่งโมโห…เดี๋ยวเราบอกเตี่ยจัดการให้ ไม่มีอะไรที่เราให้ออนไม่ได้”
“อ้วนตามใจเค้าทุกอย่างเลย”
“ไปอาบน้ำแต่งตัวสวยๆ แล้วไปกินข้าวด้วยกันนะ”
“โอเคได้ งั้นอ้วนรอเค้าอาบน้ำแต่งตัวแป๊บนึงนะ”
“…..”
เวลาต่อมา
ราวกับตกอยู่ในภวังค์เอาแต่นั่งมองหญิงสาวที่กำลังยืนแต่งตัวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่
เกาะอกสีแดงตัวจิ๋วและกระโปรงยีนเอวต่ำโชว์เรียวขาสวยที่เธอสวมใส่ ตัดกับผิวขาวนวลเนียนจนดูโดดเด่นให้เหลียวมอง
“ชุดนี้เป็นยังไง” เนออนยิ้มกว้างขยิบตาหนึ่งข้างด้วยท่าทางซุกซน พลางหมุนตัวไปรอบๆ ให้ชายหนุ่มได้สำรวจ “อ้วนชอบมั้ย”
“เธอใส่ชุดไหนก็สวย” อดใจไม่ไหวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดถ่ายรูปคนตัวเล็กระรัว
เนออนตัวเล็กหุ่นดี ใบหน้าจิ้มลิ้มลงตัวราวกับเทพเจ้าปั้นให้
“ตอนนี้เรารักออนจนหัวปักหัวปำ”
“อืม…ห้ามทำชุดเค้ายับนะเด็กโง่” ร่างบางกัดริมฝีปากไว้แน่นเมื่อมือปลาหมึกของเพื่อนชายสอดล้วงเข้ามาบีบเคล้นไปตามเต้าอวบทั้งสองข้างจนเกิดเป็นรอยแดงเถือก “อ้วนอย่าบีบนมเค้าแรง”
“ถกกระโปรงขึ้นสิ เดี๋ยวเราทำให้”
“ตรงนั้นยังเจ็บอยู่เลย ตัวอย่าใส่นิ้วเข้ามานะ”
“แค่ลูบก็ได้”
“เค้าอยากลอง”
คิ้วเข้มหนาเลิกขึ้นมองหลังจากได้ยินประโยคนั้น “ลองอะไร”
“ขออยากลองอมของตัวหน่อยได้ไหม เค้าอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง” ไม่พูดเปล่าแต่ยังใช้ฝ่ามือเล็กลูบไล้ไปตามเป้ากางเกงที่มีท่อนเอ็นลำใหญ่กำลังขยายตัว “นะอ้วน ขอลองอมของอ้วนหน่อย”
หัวใจแกร่งเต้นแรงหลังจากได้ยินประโยคหยาบโลนที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน “ปากเธอเล็กนิดเดียว อมของเราไม่ได้หรอก”
“ต้องลองดูนะ เค้าว่าเค้าทำได้”
“อยากทำเหรอ” ร่างกายของเฉินเฉินอ่อนยวบยามได้เห็นสายตาซุกซนออดอ้อน เพียงแค่คิดริมฝีปากจิ้มลิ้มสีอมชมพูกำลังครอบลงมาบนแก่นกายก็รู้สึกปวดหนึบแทบจะปลดปล่อยออกมาตอนนี้
“ถ้าเฉินเฉินอยากเป็นผัวเค้าก็ต้องยอมนะ”
“…..”
“ได้ไหมอ้วน”
“อืม…งั้นก็มาอม”
