บทที่ 7 ก็เพราะรักเธอ
อินวรานั่งมองชายหนุ่มที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาแกะเนื้อปลาใส่จานให้ลูกสาวอย่างตั้งใจ
“มัวแต่ทำให้คนอื่น แล้วตัวเองอิ่มหรือยัง” ผู้เป็นแม่บอกผ่านน้ำเสียงอบอุ่นพลางตักกุ้งตัวโตใส่จานตอบแทนที่ช่วยดูแลเนออนอย่างดี
“ขอบคุณครับ”
“เป็นยังไงบ้างเฉิน อาหารถูกปากไหมครับ”
เฉินเฉินนั่งก้มหน้าก้มตาทานอาหารในจานของตัวเองแบบเงียบๆ ข้างกันมีคนตัวเล็กกำลังนั่งเล่นโซเชียลในโทรศัพท์หัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ
“ฝีมือคุณน้ายังอร่อยเหมือนเดิม”
“ถ้าอร่อยก็กินเยอะๆ เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ”
เฉินเฉินยิ้มให้ทุกคนอย่างเป็นมิตรพ่อแม่ของเนออนรักและเอ็นดูเพราะเห็นและรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กจำความได้
“แล้วช่วงนี้เอ็งเป็นยังไงบ้าง หายหน้าหายตาไปเลย” ชนินทร์ที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยถาม
ไอ้ตี๋คนนี้มันเอาการเอางานเรื่องเรียนก็เก่ง เหล้าไม่ดื่มบุหรี่ไม่สูบและไม่เที่ยวกลางคืน แถมยังคอยตามใจดูแลลูกสาวได้เป็นอย่างดี จึงไว้วางใจให้อยู่ใกล้ชิดกัน
“พอดีเรียนหนักครับ”
“เนออนอยู่ที่มหาลัยเป็นยังไงบ้าง มีคนมาจีบลูกสาวป๊าบ้างมั้ย”
“ใครจะกล้า ไม่มีใครมาจีบหนูหรอกป๊า ไม่งั้นจะอยู่เป็นโสดเหมือนทุกวันนี้เหรอ” เนออนบ่นพึมพำพร้อมปรายตามองคนทั้งสองสลับกัน
ถึงแม้ว่าเธอจะโตเป็นสาวเข้ามหาลัยแต่พ่อยังดูเป็นหนุ่มกล้ามแน่นไม่แก่เลยสักนิด ตอนนี้หล่อยิ่งกว่าตอนสมัยเป็นหนุ่มเสียอีก
“โสดเหรอคะ แม่ก็นึกว่าหนูกับเฉินกำลังคบกันซะอีก” อินวรายิ้มแซวลูกสาวตัวแสบ เธอเองก็พอมองออกว่าเฉินเฉินรู้สึกยังไง
“หนูกับเฉินเป็นเพื่อนกันค่ะหม่ามี้”
“แน่นะ?”
“แน่สิ…คนที่จะมาเป็นลูกเขยป๊ากับมี้ต้องมาดแมนแฮนด์ซั่ม หล่อๆ ล่ำๆ อ้วนเป็นตุ่มแบบเฉินหนูไม่เอาหรอก”
“น้องออน!” อินวราทำเสียงดุมองลูกสาวอย่างคาดโทษ จากรอยยิ้มของเฉินเฉินที่มีก่อนหน้าค่อยๆ เลือนหายไปหลังจากได้ยินประโยคนั้น
“…..”
“ไม่ได้เป็นอะไรกันก็ดีแล้ว ป๊ายังไม่อนุญาตให้มีแฟนนะ”
“แต่หนูโตแล้วนะ” คนตัวเล็กรีบหาข้อโต้แย้ง ถึงแม้จะโตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแต่พ่อก็ยังบังคับให้กินนมก่อนนอนทุกคืน
“ในสายตาป๊ายังไงก็ยังเป็นเด็ก ไม่ใช่แค่ป๊า แต่คุณปู่กับปาปาก็คงไม่ยอมให้หนูมีแฟนเหมือนกัน”
ผู้ชายทั้งตระกูลหวงนินทร์วรายิ่งกว่าไข่ในหิน ไม่ว่าใครที่จะเข้ามาสานสัมพันอย่าหวังว่าจะได้เข้ามาเล่นๆ เพราะต้องผ่านด่านเคราะห์อย่างพวกเขาไปก่อน
“ถ้าไม่ให้มีแฟน งั้นขอเป็นวันไนต์แทนได้มั้ย” ผู้เป็นแม่ยกมือทาบอกพร้อมถลึงตาใส่ลูกสาวที่พูดจาไม่น่าฟัง “แบบน้ำแตกแล้วแยกทางไงป๊า”
โป๊ก!
กำปั้นหนักๆ ของพ่อเขกลงบนหน้าผากลูกสาวจนหงายเงิบ ทั้งคำพูดและกิริยาเหมือนถอดแบบจากเขาสมัยเป็นหนุ่มไม่มีผิดเพี้ยน
“แล้วดูพูดเข้าสิ”
“หนูแค่ล้อเล่นเอง”
“ไม่รู้แหละ ยังไงป๊าก็ไม่ให้มี”
“แล้วถ้าหนูมีอะไรกับคนอื่นจริงๆ ป๊าจะทำยังไง”
“ฝากบอกมันให้ใส่ถุงด้วย ป๊ายังไม่พร้อมเลี้ยงหลาน” ชนินทร์ตั้งใจพูดกระแทกเสียงให้ได้ยินกันทุกคน ก่อนจะปรายหางตามองเฉินเฉินที่เอาแต่นั่งก้มหน้าเงียบ “เอ็งก็เหมือนกันไอ้ตี๋หน้าจืด! เวลาจะปี้สาวหัดรู้จักใส่ถุงป้องกันด้วย เดี๋ยวจะได้กลายเป็นพ่อคนก่อนวัยอันควร”
“แค่ก!” คนตัวเล็กสำลักน้ำที่ดื่มเข้าไปก่อนหน้านั้น รีบหันมองเพื่อนชายด้วยสายตาล่อกแล่กไปมา “หนูกับเฉินเฉินอิ่มแล้ว ขอตัวก่อนนะ”
ยังไม่ได้พูดหรือตอบอะไรก็ถูกคนตัวเล็กฉุดกระชากให้ลุกขึ้นออกจากตรงนั้น
“…..” ชนินทร์ได้ขมวดคิ้วเอียงคอมองลูกสาวกับเพื่อนชายคนสนิทที่รีบลุกออกจากโต๊ะไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
เวลาต่อมา
“กลับบ้านดีๆ นะ ไว้เจอกันที่มหาลัย”
หญิงสาวยืนยิ้มกว้างโบกมือลาเพื่อนชายที่กำลังจะขึ้นรถกลับบ้านในช่วงดึกของวัน
“ถ้าถึงบ้านแล้วจะโทรหานะ รอรับสายเราด้วย”
“ไม่เอา คืนนี้ไม่อยากคุย เค้าจะเล่นเกม”
“ขอคุยแป๊บเดียว” ยกมือขึ้นประคองใบหน้า จ้องมองผ่านแววตาอ้อนวอน “แค่แป๊บเดียวนะออน”
“ให้สิบนาทีพอ” เนออนกลอกกลิ้งดวงตาไปมาอย่างนึกเบื่อหน่ายแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ
“อืม…แค่สิบนาทีก็ยังดี”
“เอามือออกไปได้แล้ว เดี๋ยวคนอื่นเห็น”
“คงคิดถึงเธอมากแน่เลย”
“เดี๋ยวก็เจอกันแล้ว อ้วนอย่างอแงนะ”
“งั้นเรากลับก่อนนะ ดูแลตัวเองดีๆ”
“รู้แล้วน่า รีบไปได้แล้ว”
“…..” คนตัวเล็กถอนหายใจด้วยความโล่งอกหลังจากเห็นรถตู้คันหรูของชายหนุ่มเคลื่อนตัวพ้นจากตัวบ้าน
พรึ่บ!
นินทร์วราสะดุ้งเฮือกพร้อมหัวใจดวงน้อยที่หล่นไปกองอยู่บนพื้นเมื่อหมุนตัวหันกลับมาแล้วเห็นผู้เป็นแม่ยืนอยู่ทางด้านหลัง
“โอ๊ะโอ! ตกใจหมดเลยหม่ามี้ มาตั้งแต่เมื่อไหร่”
“กับเฉินเฉินแค่เพื่อนเหรอคะ“
ร่างบางวาดสายตาไปมาพยายามคิดหาคำตอบโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังแสดงท่าทางมีพิรุธออกมาขนาดไหน “ใช่สิ หนูกับเฉินเป็นเพื่อนกัน”
“แต่เมื่อกี้หม่ามี้เห็นหนูจูบเขาก่อนนะ”
“หม่ามี้เห็นด้วยเหรอ”
“เห็นค่ะ เห็นตอนที่หนูจูบเขา”
“ชู่วววว! ตายแล้ว! ห้ามบอกป๊านะ” เนออนรีบยกมือปิดปากผู้เป็นแม่ไว้แน่น ก็แค่ยืนจูบลูบๆ คลำๆ ไม่คิดว่าจะมีใครผ่านมาเห็นด้วยซ้ำ
“หม่ามี้คิดว่าป๊าก็คงดูออกเหมือนกัน”
“เพื่อนกันก็จูบได้”
“เป็นแค่เพื่อนจูบไม่ได้ค่ะ แล้วสิ่งที่หนูทำกับเฉินเฉินมันมากกว่านั้น” เธอเห็นแต่ลูกสาวตัวแสบไปเขย่งขากอดจูบลูบคลำชายหนุ่ม คงมีแค่เฉินเฉินที่เอาแต่ยืนนิ่งยอมให้ลูกสาวไม่ขัดขืน
“หม่ามี้…”
“หม่ามี้ไม่ห้ามนะถ้าหนูกับเฉินจะคบกัน…เฉินเขาชอบหนูมานานแล้วไม่ใช่เหรอคะ” เธอและสามีผ่านร้อนผ่านหนาวจนมีอายุมาถึงขนาดนี้ ย่อมมองออกเป็นธรรมดาว่าเด็กสองคนนี้มีความรักลึกซึ้งต่อกัน
ลูกโตแล้วย่อมมีชีวิตและทางเดินเป็นของตัวเอง ส่วนคนเป็นพ่อและแม่มีหน้าที่แค่คอยดูแลซัพพอร์ตก็เท่านั้น
“…..”
“ไม่ใช่แค่เฉินที่ชอบหนู หนูเองก็ชอบเฉินมากเหมือนกัน”
“ไม่จริง หนูไม่ได้ชอบเขาสักหน่อย”
“หม่ามี้เลี้ยงหนูมา รู้ค่ะว่าหนูเป็นคนยังไง”
“หม่ามี้หยุดพูดเลย หนูน่ะเหรอจะชอบไอ้อ้วน ไม่มีทางหรอก” เนออนรีบยกมือปิดใบหูทั้งสองข้างราวกับรับความจริงไม่ได้ หม่ามี้พูดจาไม่โอเคเลย จะมาบอกว่าน้องออนชอบไอ้หมูตอนได้ยังไง “ไม่เอาๆ ไม่อยากคุยกับหม่ามี้แล้ว”
บ้านเฉินเฉิน
ก๊อก…ก๊อก
บานประตูห้องนอนถูกเปิดออกพร้อมกับผู้เป็นแม่ที่เดินเข้ามาใหม่ คุณนายโจวยิ้มกว้างมองลูกชายที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ริมระเบียงห้องนอนก่อนจะเดินเข้าไปทักทายอย่างเช่นทุกวัน
“เป็นอะไรหรือเปล่าเฉิน ทำไมถึงไม่ลงไปทานข้าวกับม้า”
“ผมกินมาแล้ว”
“กินกับใคร ปกติลูกไม่ชอบทานข้าวนอกบ้านไม่ใช่เหรอ” ลูกชายชอบเก็บตัวเงียบไม่ค่อยสุงสิงหรือเข้าสังคมเหมือนวัยรุ่นทั่วไป
“กับเนออน”
“แม่สาวคนเดิมนี่เอง ถ้าว่างก็ชวนเพื่อนมากินข้าวที่บ้านเราบ้างสิ ม้าจะได้สั่งให้คนเตรียมอาหารไว้รอ”
เพราะเธอรู้ว่าเนออนคือคนที่ลูกชายหลงรักมานานหลายปี แต่ก็เคยเจอหน้ากันแทบนับครั้งได้
“ไว้จะพามาให้ม้ากับเตี่ยรู้จักนะ”
“เฉินรักใคร ม้ากับเตี่ยก็รักด้วย”
“…..”
“แล้วอาการดีขึ้นบ้างมั้ย”
“วันนี้ไม่ค่อยดีเลย ทำไมถึงรู้สึกเจ็บตรงนี้ก็ไม่รู้” ยกมือขึ้นตรงหน้าอกข้างซ้ายสัมผัสได้ถึงหัวใจของตัวเองที่กำลังเต้นช้าลงจนเกือบจะหยุดนิ่ง
คำพูดตัดสัมพันธ์ของหญิงสาวยังคงลอยวนเวียนอยู่ในความคิด เขาไม่สามารถสลัดมันออกได้เลย
“ม้ารู้ว่าลูกเก่ง ไม่เป็นไรนะ ลูกยังมีม้ากับเตี่ยคอยอยู่ข้างๆ”
“ที่อั๊วต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะรักออนไม่ใช่เหรอ” เขากลายเป็นคนย้ำคิดย้ำทำต้องหาหมอจิตเวชรักษาเพื่อประคับประคองอาการไม่ให้แย่ลงเพียงเพราะเอาแต่หมกมุ่นตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้
“ลื้ออย่าคิดมาก…ถ้าลื้อชอบหนูออนมากขนาดนั้น ม้าจะรีบบอกเตี่ยไปสู่ขอหนูออนให้”
“งั้นม้าก็รีบไปบอกเตี่ยเลยนะ บอกให้เตี่ยไปสู่ขอเนออนให้อั๊วที ถ้ามีคนมาแย่งออนไปจะทำยังไง”
“…..”
“อั๊วคงอยู่ไม่ได้…อั๊วอยู่ไม่ได้แน่ๆ”
