บทที่ 12 ตี๋รักตี๋หลง
หลายวันต่อมา
“เป็นอะไรไอ้เฉิน”
พันไมล์เดินเข้าไปทักทายเพื่อนชายที่เอาแต่นั่งคอตกอยู่คนเดียวมาสักพักใหญ่ๆ
หลายวันมานี้ไอ้อ้วนมันไม่ค่อยสดใสเหมือนมีเรื่องทุกข์ใจให้คิดตลอดเวลา
“ปะ…เปล่า”
“วันนี้ไม่ไปหาเมียมึงเหรอ”
“เนออนไม่ใช่เมีย” คนตัวอ้วนรีบบอกปฏิเสธทันควันพลางหันซ้ายมองขวา ถ้าเนออนผ่านมาได้ยินมีหวังได้โกรธไม่ยอมมาเจอหน้าอีกเป็นอาทิตย์
“ใครจะไปรู้ เห็นทำตัวติดกันขนาดนั้น นึกว่าเป็นเมีย” ถึงแม้ว่ามันจะไม่ยอมรับ แต่คนอยู่ด้วยกันมานานย่อมมองออกว่าคนทั้งสองมีความสัมพันธ์กันมากเกินกว่าเพื่อนทั่วไป
“ก็บอกว่าไม่ใช่!”
“พวกกูแกหยอกเล่น ไม่เห็นจะต้องใส่อารมณ์” ไม่ใช่แค่พันไมล์ที่คิดแบบนั้น แต่พวกเพื่อนทุกคนก็คิดเหมือนกัน
ไอ้อ้วนมันรักของมันมานาน แถมยังเป็นรักข้างเดียวน่าเห็นใจ มันทุ่มเททุกอย่างทั้งเงินทองและจิตใจ
ถึงมันจะดูไม่ค่อยหล่อแต่ฐานะเข้าขั้นดีไม่เป็นสองรองใคร ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นคงยอมถอดใจไปนานแล้ว
“ถ้าเนออนได้ยินจะโกรธเอา พวกมึงห้ามพูดแบบนี้อีก”
“…..”
“กูขอตัวก่อน” เพราะกลัวว่าจะโดนจับได้จึงรีบคว้ากระเป๋าสะพายแล้วเดินออกจากตรงนั้น
ตึกตัก…
เสียงฝีเท้าหนักดังตามจังหวะก้าวเดินผ่านหลังตึกคณะ แต่กลับต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินบทสนทนาบางอย่าง
“ได้ข่าวพี่พีร์ปีสามตามจีบเนออนปีหนึ่งหรือยัง”
“เหมาะสมที่สุด พี่พีร์หล่อรวยส่วนเนออนก็ลูกคุณหนูตัวท็อปผู้ชายที่ไหนก็อยากได้เป็นธรรมดา”
“ใช่เหรอ ฉันก็นึกว่าเนออนคบกับไอ้อ้วนหนุ่มตี๋ซะอีก”
“โอ๊ยสภาพ! ใครจะไปเอาผู้ชายพันธุ์นั้น ฉันว่าเนออนก็ไม่เอามันหรอก นอกจากรวยก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรดี”
“ก็จริง สวยๆ แบบเนออนหาได้ดีกว่าไอ้อ้วนหน้าเต้าหู้นั่นอีก”
“…..”
เฉินเฉินก้มลงมองสภาพตัวเองพร้อมความรู้สึกมากมายที่หลั่งไหลเข้ามาในความคิด เขาไม่ได้รู้สึกโกรธเพราะมันคือเรื่องจริงเพราะไม่มีอะไรเทียบเนออนได้เลย
ถ้าการตัดใจจากเธอมันง่ายขนาดนั้นก็คงทำได้ตั้งนานแล้ว
เขาได้แต่กำมือแน่น ยอมก้มหน้าเก็บความรู้สึกอัดอั้นมากมายเอาไว้ในใจ
หลังเลิกเรียน
“เนออน!”
คนถูกเรียกสะดุ้งจนตัวโยนรีบยกมือทาบอก เมื่อไอ้อ้วนเดินมาขวางหน้าแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย “โอ๊ะโอ! ตกใจหมดเลยอ้วน เกือบหัวใจวายตายแล้วรู้ไหม”
“…..”
“อ้วนมาก็ดีแล้ว วันนี้ไปกินบิงซูกัน เดี๋ยวเค้าเลี้ยงเอง”
“ไอ้นั่นมันเป็นใคร ทำไมถึงต้องนั่งใกล้ชิดมันขนาดนั้น” ทั้งโอบไหล่ทั้งจับมือ ไหนจะส่งรอยยิ้มให้มัน
“ตัวหมายถึงอะไร”
“ออนไม่ต้องทำมาเป็นไขสือ ตอบมาว่ามันเป็นใคร”
“อย่ามาหาเรื่องกันนะ” จากอารมณ์ดีก่อนหน้า ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นหงุดหงิดเมื่อเห็นท่าทางหึงหวงงี่เง่าของเพื่อนชาย
“งั้นก็ตอบเรามาก่อนสิว่ามันกับเธอเป็นอะไรกัน”
“ไม่ได้เป็นอะไรกัน เขาชื่อพี่พีร์เรียนอยู่คณะสถาปัตย”
“แน่ใจเหรอว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน” เฉินเฉินถามอย่างเอาเรื่อง เดินเข้าหาคนตัวเล็กด้วยท่าทางคุกคามเพราะว่าหึงและหวงเธอมากจึงทำให้ขาดสติใช้อารมณ์ตัดสิน “คิดว่าเราโง่มากใช่ไหม!”
จากแววตาซุกซนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นหวาดระแวงเมื่อถูกชายหนุ่มเขย่าตัวอย่างแรง “อ้วนทำเค้าทำไม…บอกแล้วไง ว่าเค้ากับพี่พีร์ไม่ได้เป็นอะไรกัน”
“…..”
“เราขอโทษ…” พอได้ยินประโยคดึงสติ จึงยกมือขึ้นหน้าลูบหน้าทบทวนการกระทำของตัวเอง “เมื่อกี้ชวนเราไปกินบิงซูใช่ไหม งั้นไปกันเลยสิ”
“วันนี้เฉินเฉินอารมณ์ไม่ดี เค้าไม่อยากอยู่ด้วยแล้ว”
“เราขอโทษที่พูดไม่ดีกับออนนะ” คนตัวสูงรีบวิ่งมาขวางหน้า ไม่ยอมให้เธอเดินหนีไปไหน
“หลบไป เค้าจะกลับบ้าน”
“ออนโกรธเราใช่ไหม กำลังโกรธเราใช่ไหม”
“บอกให้ถอยไปไง! สองอาทิตย์หลังจากนี้ไม่ต้องมาเจอหน้ากันอีก”
พลั่ก! พลั่ก! ร่างบางหยุดนิ่ง เบิกตากว้างมองการกระทำของเพื่อนชาย เฉินเฉินยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองอย่างแรงซ้ำๆ อยู่แบบนั้น
“ฉะ…เฉินเฉินทำอะไร”
“ลงโทษตัวเองที่พูดไม่ดีกับเธอไง เราทำให้ออนไม่พอใจก็สมควรโดนแล้ว”
“อ้วนพอแล้ว อย่าทำร้ายตัวเองนะ” คนตัวเล็กรีบเดินเข้าไปห้าม เมื่อมองเห็นเลือดสีแดงสดไหลซึมอยู่บนมุมปากของเพื่อนชาย
“หายโกรธหรือยัง”
“หายก็ได้”
“ขอโทษนะ เราจะไม่หาเรื่องเธอแล้ว จะไม่ทำตัวงี่เง่า”
เนออนรีบสะบัดตัวออกห่างหลังจากเฉินเฉินเดินเข้ามากอดเธอไว้แน่นโดยไม่แคร์สายตาของนักศึกษาคนอื่นที่เดินผ่านไปมา “ห้ามกอดแบบนี้…ถ้าใครมาเห็นจะทำยังไง เดี๋ยวคนอื่นก็เข้าใจผิดหรอก”
บนรถ
“ปากตัวบวมหมดแล้ว ทำอะไรไม่รู้จักคิด” เนออนยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าอ้วนกลมที่มีเลือดไหลซึมอยู่บนมุมปาก
เงินแบงก์พันปึกหนาถูกยัดใส่มือให้หญิงสาวด้วยความเต็มใจ ต่อให้เนออนจะทำร้ายเขามากแค่ไหน ก็ยังคงจงรักภักดี ไม่เคยคิดโกรธเลยสักครั้ง “แค่นี้พอมั้ย ออนเก็บไว้ใช้นะ”
“เงินเค้าก็มี อ้วนไม่ต้องให้หรอก”
“ใช้เงินเราดีกว่า”
“…..”
“ออนเก็บไว้นะ เก็บเอาไว้”
“ตัวเป็นอะไร ทำไมพักนี้ดูแปลกๆ” เพื่อนชายดูไม่ค่อยมีสมาธิ ราวกับมีเรื่องให้คิดมากอยู่ตลอดเวลา
“เพราะว่าออนหลบหน้าเราไง เรากลัวว่าออนจะทิ้ง”
“เค้าไม่ได้หลบหน้าสักหน่อย ช่วงนี้ใกล้สอบเลยไปลงเรียนพิเศษเพิ่มต่างหาก”
“ทำไมไม่บอกเราบ้าง เรามัวคิดแต่เรื่องออนทั้งวันทั้งคืนเลย” เฉินเฉินดึงคนตัวเล็กมากอดมาหอมจนหนำใจราวกับไม่ได้เจอหน้ากันมาเป็นแรมปี
“อ้วนอย่ามองเค้าแบบนี้ได้มั้ย มันเหมือนโรคจิตเลย”
“เราก็มองของเราแบบนี้มาตั้งนานแล้ว เธอไม่เคยสังเกตเองต่างหาก”
“แล้วไปเอาเงินจากไหนมาเยอะแยะ” เนออนชะเง้อคอแอบมองเงินสดหลายล้านที่ซุกอยู่ในกระเป๋าสะพาย เฉินเฉินชอบให้เงินครั้งละหลายแสนแบบนี้จะไปหาได้จากที่ไหน
ถึงแม้มันจะขี้หึงขี้หวงไปบ้างแต่ก็จ่ายหนักเปย์ทุกอย่าง พออนุโลมให้ได้
“ไม่ต้องรู้หรอก ออนมีหน้าที่ใช้เงินที่เราหามาให้” เฉินเฉินยกสองมือขึ้นจับใบหน้าแสนหวาน โน้มเข้าหาประกบจูบริมฝีปากกับคนตัวเล็กเนิ่นนานหลายนาที “ทาลิปอีกหน่อยจะได้สวยๆ”
เนออนหลับตานิ่งยอมให้เพื่อนชายหยิบเครื่องสำอางและลิปสติกขึ้นมาทาบนใบหน้าแสนสวยของเธออย่างตั้งใจ ไม่รู้ว่าชาตินี้ทั้งชาติจะไปตามหาคนที่ตามใจขนาดนี้ได้อีกที่ไหน
“เฉินเฉิน”
“ตอนนี้ออนสวยมาก เราก็เลยหวงมากจนเป็นบ้ารู้บ้างไหม”
“เค้าไม่ได้มีใครเลย มีแต่อ้วนนั่นแหละชอบคิดมากไปเอง” คนตัวเล็กโผเข้ากอด ก้มตัวซุกพุงนุ่มนิ่มอย่างออดอ้อน สุดท้ายก็แพ้สายตาไอ้อ้วนอีกเหมือนเคย
“…..” ริมฝีปากหนายกยิ้มหลังจากได้ยินประโยคที่น่าพึงพอใจ ก้มลงจูบหน้าผากซ้ำๆ อย่างเอ็นดู “เราหวงออนมาก ไม่อยากให้ยุ่งกับใคร”
“…..”
“ถ้าเรียนจบปีหนึ่งเมื่อไหร่ เราจะบอกให้เตี่ยกับม้าไปสู่ขอเธอ”
“แล้วใครบอกว่าเค้าจะแต่งงานกับตัว”
“เรารักออนมากขนาดนี้ ยังไงออนก็ต้องแต่งกับเรา”
“เค้าปวดหัว เปลี่ยนใจไม่อยากกินบิงซูแล้ว อ้วนไปส่งเค้าที่บ้านหน่อยนะ” เมื่อเห็นสายตาว่างเปล่ายากจะคาดเดา จึงเกิดเป็นความหวั่นใจ ยิ่งนานวันเฉินเฉินเริ่มมีอาการคลั่งไคล้และเสพติดเธอจนน่ากลัว
“อืม…งั้นกลับบ้านกัน”
บ้านเฉินเฉิน
รถไฮเปอร์คาร์คันสีดำด้านตบไฟเลี้ยวเข้ามาในคฤหาสน์หลังใหญ่บนเนื้อที่มากกว่าสามสิบไร่แถบชานเมือง
เนออนเคยมาที่นี่เพียงไม่กี่ครั้ง มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม
ตระกูลของเฉินเฉินเป็นคนจีนครอบครัวใหญ่ อยู่รวมกันอาศัยมากมายหลายสิบคน
“เค้าจะกลับคอนโด ไม่ใช่บ้านตัวสักหน่อย”
“เรายังไม่ได้พูดสักคำว่าจะไปส่งเธอที่คอนโด”
“ไอ้หมูตอนเจ้าเล่ห์” ร่างบางยกแขนขึ้นกอดอกออกอาการฟึดฟัดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งนิ่ง
“ไปดูงูบนห้องเรามั้ย”
“ตัวเลี้ยงงูด้วยเหรอ”
“เป็นงูเผือกน่ะ ออนอยากไปดูมั้ย”
เคยได้ยินมาตั้งนานแล้วว่าห้องเฉินเฉินเลี้ยงงูแต่ยังไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง “ถ้าดูงูเสร็จแล้วจะไปส่งเค้ากลับบ้านใช่ไหม”
“ต้องอยู่ให้เราเอาก่อน เราจะเอาเธอจนกว่าจะพอใจ”
ร่างบางทำสีหน้าล่อกแล่ก ดวงตากลมโตกกลิ้งไปมาเหมือนกำลังคิดหาวิธีเอาตัวรอด “เค้าลืมบอกว่าวันนี้เค้ามีประจำเดือน”
“โกหกเราไม่ได้หรอก เธอฉีดยาคุมจะมีประจำเดือนได้ยังไง”
“…..”
“หรือถ้ามีจริง เดี๋ยวเราใส่ถุงเอง”
“ถ้าอ้วนทำแรง…เค้าจะโทรไปฟ้องป๊าจริงๆ แล้วนะ”
“งั้นโทรไปบอกเดี๋ยวนี้เลย ก่อนที่จะไม่ได้โทรอีกหลายวัน”
“…..”
