บทที่ 4 อาหารเช้าฝีมือหนู
บทที่ 4 อาหารเช้าฝีมือหนู
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาในห้องนอนสีขรึม กานต์ขยับตัวตื่นด้วยความรู้สึกที่ไม่สดชื่นเท่าไหร่นัก สาเหตุหลักก็มาจากภาพขาขาวๆ กับกลิ่นสบู่เด็กของ "ตัวปัญหา" ที่รบกวนจิตใจเขาจนเกือบเช้า
เขาอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดสูทเนี้ยบกริบตามปกติ ก่อนจะเดินออกมาที่โถงกลาง เตรียมจะกดโทรศัพท์สั่งกาแฟดำจากคาเฟ่เจ้าประจำมาดื่มแก้ปวดหัว
แต่ทว่า... กลิ่นหอมฉุยที่ลอยมาเตะจมูกกลับไม่ใช่กลิ่นกาแฟ
มันคือกลิ่นหอมของกระเทียมเจียว น้ำซุปกระดูกหมู และพริกไทยอ่อนๆ ที่ชวนให้น้ำย่อยในกระเพาะร้องประท้วง
กานต์ขมวดคิ้ว เดินตามกลิ่นนั้นไปยังโซนครัวฝรั่งที่ปกติแทบไม่ได้ใช้งาน (เพราะเขากินข้าวนอกบ้านตลอด) ภาพที่เห็นทำเอาเขาต้องชะงัก
เอม กำลังยืนฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีอยู่หน้าเตาไฟฟ้า เธออยู่ในชุดที่... ดีขึ้นกว่าเมื่อคืนนิดหน่อย กางเกงขาสั้น (ที่สั้นจนน่าตี) กับเสื้อยืดพอดีตัว และสวมผ้ากันเปื้อนสีชมพูหวานแหววที่คงไปรื้อเจอมาจากไหนสักแห่ง ผมยาวถูกรวบเป็นหางม้าสูงดูทะมัดทะแมง
"ตื่นแล้วเหรอคะป๋า?" เอมหันมาส่งยิ้มกว้าง สดใสแข่งกับพระอาทิตย์ "นั่งรอแป๊บนึงนะ ข้าวต้มกุ้งสูตรเด็ดกำลังจะเสร็จแล้ว"
"ใครสั่งให้ทำ?" กานต์ถามเสียงเรียบ เดินไปนั่งที่หัวโต๊ะอาหารด้วยท่าทางของเจ้านายผู้เคร่งขรึม "ฉันดื่มแค่กาแฟดำตอนเช้า ไม่กินข้าว"
"กาแฟดำตอนท้องว่างระวังเป็นโรคกระเพาะนะคะ" เอมไม่ฟังเสียงทัดทาน เธอยกชามข้าวต้มควันฉุยมาวางตรงหน้าเขา "อีกอย่าง ป๋าเสียเงินตั้ง 20 ล้านจ้างหนูมาทั้งที จะให้หนูอยู่เฉยๆ กินแรงได้ไง... กินเถอะค่ะ กุ้งตัวใหญ่ๆ เด้งๆ เลยนะ"
กานต์ก้มมองชามข้าวต้ม หน้าตาของมันดูดีอย่างไม่น่าเชื่อ กุ้งแม่น้ำตัวโตวางเรียงสวย โรยหน้าด้วยขึ้นฉ่ายและกระเทียมเจียวสีเหลืองทอง กลิ่นหอมยั่วน้ำลายจนเขาต้องแอบกลืนน้ำลายเงียบๆ
"ฉันไม่หิว" ปากแข็งยังคงทำหน้าที่ได้ดี "และฉันไม่ไว้ใจฝีมือเธอ ใส่ยาเสน่ห์ลงไปหรือเปล่าก็ไม่รู้"
"แหม... รู้ทันอีก" เอมหัวเราะคิกคัก ก่อนจะเดินอ้อมไปด้านหลังเขา แล้วก้มลงกระซิบข้างหู "ถ้าหนูจะทำเสน่ห์ใส่ป๋า... หนูไม่เสียเวลาทำใส่ข้าวหรอกค่ะ ทำใส่ตัวหนู ให้ป๋าหลงหัวปักหัวปำง่ายกว่าเยอะ"
"อัญชัน!" กานต์หันมาดุเสียงเข้ม
"ล้อเล่นน่า... กินเถอะค่ะ ถ้าไม่กิน หนูจะถือว่าป๋ารังเกียจลูกหนี้จนๆ อย่างหนู... แล้วหนูก็จะเสียใจ ร้องไห้ แล้วก็จะงอแงเสียงดังจนป๋าปวดหัวแน่ๆ"
เธอขู่ด้วยรอยยิ้มหวานเคลือบยาพิษ
กานต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความรำคาญ (ปนยอมแพ้) เขาหยิบช้อนขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ "คำเดียวนะ... ถ้าไม่อร่อย ฉันเททิ้ง"
"เชิญค่ะท้าพิสูจน์" เอมยืนกอดอกลุ้นผลอย่างมั่นใจ
กานต์ตักน้ำซุปพร้อมข้าวคำเล็กๆ เข้าปาก...
ทันทีที่ลิ้นสัมผัสรสชาติ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รสชาติกลมกล่อม หวานน้ำต้มกระดูกหมูแท้ๆ ไม่ใช่ผงปรุงรส ความหอมของกระเทียมเจียวและพริกไทยตัดเลี่ยนได้อย่างลงตัว มัน... อร่อยกว่าร้านอาหารหรูที่เขาเคยกินเสียอีก
รสชาตินี้มัน... เหมือนรสมือแม่ที่เขาไม่ได้กินมานาน
"เป็นไงคะ?" เอมยื่นหน้าเข้ามาถาม "อร่อยจนพูดไม่ออกเลยล่ะสิ"
กานต์รีบปรับสีหน้าให้เรียบเฉย ตักคำที่สองเข้าปากเนียนๆ "ก็... พอกินได้ ไม่ถึงกับต้องเททิ้ง"
"พอกินได้เหรอคะ?" เอมเลิกคิ้วมองชามที่พร่องไปอย่างรวดเร็ว "แต่ป๋าตักกุ้งตัวที่สามแล้วนะ"
"ฉันแค่ไม่อยากกินทิ้งขว้าง สงสารชาวนา" กานต์แก้ตัวน้ำขุ่นๆ แต่ตักข้าวคำโตเข้าปากไม่หยุด
เอมลอบยิ้มด้วยความชัยชนะ เธอนั่งลงฝั่งตรงข้าม เท้าคางมองเขาด้วยสายตาเอ็นดู (ที่เด็กมองผู้ใหญ่) "กินเยอะๆ นะคะ จะได้มีแรงไปดุลูกน้อง... เอ้ย ไปทำงาน"
กานต์ชะงักช้อน เงยหน้ามองเธอที่นั่งยิ้มตาหยี แสงแดดที่ส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเอมทำให้เธอดูสวยจนน่ามอง... บรรยากาศอบอุ่นแบบนี้มันห่างหายไปจากเพนท์เฮาส์แห่งนี้นานแค่ไหนแล้วนะ
"แล้วของเธอล่ะ?" เขาถามกลับเสียงห้วน แต่แฝงความใส่ใจเล็กๆ
"หนูกินในครัวแล้วค่ะ"
"..." กานต์วางช้อนลงหลังจากจัดการข้าวต้มจนเกลี้ยงชาม เขาหยิบกระดาษทิชชูขึ้นซับปาก ก่อนจะลุกขึ้นยืนจัดสูทให้เข้าที่
"เย็นนี้ฉันอาจจะกลับดึก ไม่ต้องรอ" เขาบอกเสียงเรียบ แต่ก่อนจะเดินออกจากโซนกินข้าว เขาหยุดชะงักเล็กน้อย
"แล้วก็..." กานต์พูดโดยไม่หันกลับมามอง "พรุ่งนี้... ใส่กุ้งเยอะกว่านี้หน่อย"
พูดจบเขาก็เดินดุ่มๆ ออกไปทันที ทิ้งให้เอมยืนงงอยู่แป๊บหนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
"ปากแข็งจริงๆ เลยนะตาลุงคนนี้... บอกว่าอร่อยคำเดียวมันจะตายหรือไง!"
เอมมองชามเปล่าที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยความภูมิใจ อย่างน้อยวันนี้ก้าวแรกของแผนการ "เปลี่ยนเสือให้เป็นแมวเชื่องๆ" ก็เริ่มต้นได้สวย
เธอเก็บชามไปล้าง พลางฮัมเพลงอย่างมีความสุข... โดยไม่รู้เลยว่า ที่หน้าลิฟต์ กานต์กำลังยืนยิ้มมุมปากกับตัวเองอยู่คนเดียว
"แสบนักนะ..."
