บทที่ 3 เสือหลับอย่าปลุก (ถ้าไม่จำเป็น)
บทที่ 3 เสือหลับอย่าปลุก (ถ้าไม่จำเป็น)
นาฬิกาดิจิทัลบนผนังบอกเวลา 01.45 น.
ภายในห้องโถงกว้างของเพนท์เฮาส์หรู มีเพียงแสงสว่างจากโคมไฟตั้งพื้นและแสงสีฟ้าจากหน้าจอแล็ปท็อปที่ส่องกระทบใบหน้าเคร่งขรึมของ กานต์
เขากำลังพยายามรวบรวมสมาธิอ่านรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุด แต่ดูเหมือนตัวเลขในหัวจะตีกันยุ่งเหยิง สาเหตุไม่ใช่เพราะตัวเลขติดลบ แต่เป็นเพราะความรู้สึกแปลกแยกที่เกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนตัว
ปกติเวลานี้ห้องต้องเงียบสงบ... แต่วันนี้เขากลับรู้สึกระแวงเหมือนมีสิ่งมีชีวิตแปลกปลอมซ่อนตัวอยู่หลังประตูบานนั้น
‘ห้ามดื้อ ห้ามรัก ห้ามวุ่นวาย’
กานต์ทวนกฎที่ตั้งเองในใจ พลางยกแก้วกาแฟดำขึ้นจิบเพื่อไล่ความง่วง แต่แล้วหูที่ไวต่อเสียงของเขาก็ได้ยินเสียง แกร๊ก แผ่วเบามาจากทางโซนห้องพักแขก
ประตูไม้สักค่อยๆ แง้มออก ร่างเล็กๆ ก้าวออกมาในความมืดสลัว
กานต์ชะงัก สายตาคมกริบเพ่งมองผู้บุกรุกยามวิกาล แล้วเขาก็แทบจะสำลักกาแฟที่เพิ่งกลืนลงคอ
"หนูเอม!"
เสียงทุ้มต่ำตวาดเบาๆ แต่ดังก้องในความเงียบ
เจ้าของชื่อสะดุ้งโหยง หันขวับมาทางต้นเสียง เอมยืนอยู่ตรงทางเดินเชื่อมระหว่างห้องครัวกับห้องนั่งเล่น ในมือถือตุ๊กตาหมีเน่าๆ ตัวหนึ่ง (ที่คงพกมาจากบ้าน) แต่สิ่งที่ทำให้กานต์ต้องรีบเบนสายตาหนีไม่ใช่ตุ๊กตา... แต่เป็นชุดที่เธอใส่
เสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งที่ยาวคลุมลงมาแค่ครึ่งต้นขา เผยให้เห็นเรียวขาขาวผ่องนวลเนียนท้าแสงไฟ ไม่มีกางเกงขายาว ไม่มีชุดนอนมิดชิด ผมยาวสลวยถูกมัดลวกๆ เป็นมวยยุ่งๆ บนหัวดูเซ็กซี่แบบไม่ได้ตั้งใจ
"อุ๊ย! คุณป๋า... ยังไม่นอนเหรอคะ? ตกใจหมดเลย นึกว่าผีหลอก" เอมยกมือทาบอก ทำหน้าตาตื่น
"ใครใช้ให้เธอแต่งตัวแบบนี้ออกมาเดินเพ่นพ่าน!" กานต์กัดฟันกรอด พยายามมองจ้องแค่ที่หน้าผากของเธอ "กางเกงหายไปไหน?"
"ก็หนูรีบเก็บของนี่คะ ลืมหยิบชุดนอนมา... อันนี้เสื้อตัวเก่งหนูเลยนะ ใส่นอนสบ้ายสบาย" เอมตอบหน้าตาเฉย พลางเดินนวยนาดเข้ามาใกล้โซนทำงานของเขา "แล้วป๋าล่ะคะ ทำไมยังไม่นอน แก่แล้วนอนดึกเดี๋ยวหน้าเหี่ยวนะ"
"เรื่องของฉัน... แล้วนั่นจะเดินเข้ามาทำไม กลับเข้าห้องไปซะ" กานต์ออกคำสั่ง พยายามทำเสียงให้แข็งที่สุดเท่าที่จะทำได้
"หิวน้ำค่ะ... คอแห้งผากเลย"
เอมไม่ฟังคำสั่ง เธอเดินผ่านโซฟาที่เขานั่งอยู่ กลิ่นสบู่เด็กหอมอ่อนๆ ลอยฟุ้งแตะจมูกกานต์จนเขาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว เธอเดินตรงไปที่ตู้เย็น เปิดหยิบขวดนมจืดออกมาเทใส่แก้ว แล้วยืนพิงเคาน์เตอร์บาร์ดื่มหน้าตาเฉย
กานต์พยายามกลับไปสนใจหน้าจอแล็ปท็อป แต่หางตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นท่าทางของเธอ
เอมยืนไขว้ขา ยกแก้วนมขึ้นดื่มจนเกิดคราบสีขาวติดที่ริมฝีปากบนเล็กน้อย ท่าทางที่เป็นธรรมชาติแต่แฝงไปด้วยความยั่วยวน (ในสายตาคนมอง) ทำให้สมาธิของมาเฟียหนุ่มแตกกระเจิง
"ดื่มเสร็จแล้วก็รีบไป" เขาไล่อีกรอบโดยไม่หันไปมอง
"ป๋า... กินนมไหมคะ?"
จู่ๆ เสียงหวานก็ดังขึ้นใกล้กว่าเดิมมาก กานต์สะดุ้งเงยหน้าขึ้น พบว่าเอมมายืนเกาะขอบโต๊ะทำงานของเขาแล้ว พร้อมแก้วนมในมือ
"อุ่นท้องนะ จะได้หลับสบาย" เธอยื่นแก้วมาให้ พร้อมรอยยิ้มซุกซน
"ฉันไม่กินของเด็ก... ถอยออกไป อย่าให้ฉันพูดซ้ำ"
"ดุจัง..." เอมย่นจมูก แล้วแกล้งโน้มตัวลงมาวางแก้วบนโต๊ะ คอเสื้อยืดที่กว้างเกินพอดีทิ้งตัวลงตามแรงโน้มถ่วง เผยให้เห็นเนินเนื้อขาววับแวม
ปึง!
กานต์ตบโต๊ะดังสนั่นก่อนจะลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่บดบังร่างเล็กจนมิดเงา เขาคว้าไหล่บางทั้งสองข้างไว้แน่น บีบเบาๆ ด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามข่มกลั้น
"อ๊ะ! ป๋า... เจ็บนะ" เอมร้องประท้วง เงยหน้าสบตาเขาด้วยแววตาที่แกล้งทำเป็นใสซื่อ แต่ข้างในเต้นระรัว
"เธอจงใจใช่ไหมอัญชัน..." กานต์ก้มลงกระซิบเสียงลอดไรฟัน นัยน์ตาสีดำสนิทลุกโชนไปด้วยไฟบางอย่างที่เริ่มถูกจุดติด "คิดจะปั่นหัวฉันเล่นหรือไง?"
"ปั่นหัวอะไรคะ? หนูแค่..."
"ฟังนะ..." กานต์ขยับหน้าเข้าไปใกล้จนจมูกเกือบชนกัน ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดแก้มใส "ฉันเป็นผู้ชาย ไม่ใช่พระอิฐพระปูน... และที่นี่ก็มีแค่ฉันกับเธอ อย่ามาเดินโชว์ขาขาวๆ ล่อเป้าสายตาฉันแบบนี้อีก"
"ทำไมคะ?" เอมใจกล้าถามกลับ ทั้งที่ขาสั่นพั่บๆ "ป๋า... หวั่นไหว เหรอ?"
คำถามนั้นเหมือนราดน้ำมันลงกองไฟ กานต์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาเปลี่ยนจากดุเป็นเจ้าเล่ห์ชั่ววูบ
"อยากรู้ไหมล่ะว่าถ้าฉัน หวั่นไหว ขึ้นมาจริงๆ ... เธอจะโดนอะไร?"
มือหนาเลื่อนจากไหล่ลงมาโอบเอวคอดกิ่วผ่านเนื้อผ้าบางเบา แล้วดึงรั้งร่างเล็กให้แนบชิดกับหน้าขาแกร่งของเขา เอมเบิกตากว้าง สัมผัสได้ถึงความอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวผู้ชายคนนี้
"ป...ป๋า..." เสียงเธอเริ่มตะกุกตะกัก ความเก่งกล้าเมื่อครู่หายวับไปกับตา
"กลัวเหรอ?" กานต์เลิกคิ้ว "ทีเมื่อกี้ยังเก่งอยู่เลย"
เขาจ้องตาเธอนิ่งนานอยู่หลายวินาที ก่อนจะปล่อยมือออกจากเอวเธออย่างรวดเร็วราวกับต้องของร้อน แล้วผลักเบาๆ ให้เธอถอยห่าง
"กลับไปนอน" เขาออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด แล้วหันหลังกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานทันที "แล้วพรุ่งนี้ไปหาซื้อชุดนอนดีๆ มาใส่... อย่าให้ฉันเห็นเศษผ้าขี้ริ้วแบบนี้อีก"
เอมยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก เธอรีบคว้าแก้วนมแล้ววิ่งจู๊ดกลับเข้าห้องทันที
เมื่อเสียงประตูปิดลง กานต์ถอนหายใจยาวเหยียด เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ
"ยัยเด็กบ้า..." เขาพึมพำกับตัวเอง
แต่ภาพขาขาวๆ กับกลิ่นหอมของสบู่เด็กนั่น... กลับติดอยู่ในหัวจนเขาอ่านตัวเลขไม่รู้เรื่องไปอีกเกือบชั่วโมง
ดูเหมือนว่า "เสือ" ที่คิดว่าตัวเองจำศีลได้สงบสุข... จะถูก "แมว" ตัวแสบปลุกให้ตื่นขึ้นมาเต็มตาเสียแล้ว!
