บทที่ 5 เลขาจำเป็น
บทที่ 5 เลขาจำเป็น
"นั่งลงตรงนี้ ห้ามลุก ห้ามเดิน และห้ามส่งเสียง"
กานต์ชี้ดัชนีไปยังโซฟาหนังสีดำมุมห้องทำงานที่กว้างขวางบนตึกระฟ้าของ 'เค กรุ๊ป' อาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และนำเข้ารถหรูของเขา
เอมในชุดเดรสทำงานสีครีม (ที่กานต์ให้ลูกน้องไปหาซื้อมาให้เมื่อเช้า เพราะทนเห็นขาสั้นของเธอไม่ไหว) ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างเซ็งๆ เธอมองเจ้านายหน้านิ่งที่เดินกลับไปนั่งหลังกองเอกสารท่วมหัวทันทีที่สั่งจบ
"โหดชะมัด... นี่พามาเปลี่ยนที่จำคุกชัดๆ" เอมบ่นพึมพำ
สาเหตุที่เธอต้องระเห็จมานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ที่นี่ ก็เพราะกานต์ไม่ไว้ใจให้เธออยู่เพนท์เฮาส์คนเดียว กลัวจะไปก่อเรื่องหรือหนีหาย เลยลากตัวมาคุมประพฤติถึงที่ทำงาน
เวลาผ่านไปสองชั่วโมง... เอมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ประดับห้อง เธอหยิบแมกกาซีนยานยนต์มาเปิดดูรูปผ่านๆ พลางลอบมองกานต์เป็นระยะ
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... ผู้ชายคนนี้เวลาทำงานดูดีเป็นบ้า
กานต์ที่ถอดสูทตัวนอกออกเหลือแค่เชิ้ตขาว ปลดเนกไทให้หลวมเล็กน้อย กำลังขมวดคิ้วเคร่งเครียดกับเอกสารภาษาอังกฤษปึกหนาในมือ เขาดูจริงจัง ดุดัน และทรงอำนาจ จนเอมเผลอกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ
‘เสียดาย... หล่อแต่ดุ ถ้าเป็นแมวคงเป็นแมวเปอร์เซียหน้าบูด’
"คุณกานต์คะ..." เสียงอินเตอร์คอมดังขึ้น "เลขาฯ แจ้งว่าล่ามแปลเอกสารสัญญาของมิสเตอร์เฉินป่วยกะทันหันค่ะ เอกสารสรุปที่จะต้องส่งบ่ายนี้ยังแปลไม่เสร็จเลยค่ะ"
กานต์สบถคำหยาบออกมาเบาๆ มือหนานวดขมับทันที "บ้าเอ๊ย! ผมต้องการสรุปสัญญานั้นภายในอีก 30 นาที... ส่งไฟล์มา เดี๋ยวผมดูเอง"
เขาต้องวางงานตรงหน้า แล้วเปิดไฟล์เอกสารภาษาอังกฤษศัพท์เทคนิคยาวเหยียดขึ้นมาอ่านเองด้วยความหงุดหสิด แต่ด้วยความล้าสะสมทำให้การจับใจความทำได้ช้ากว่าปกติ
จู่ๆ กลิ่นหอมอ่อนๆ ก็ลอยมาแตะจมูก พร้อมกับแก้วน้ำเปล่าเย็นเจี๊ยบที่วางลงข้างมือ
"ดื่มน้ำหน่อยไหมคะ หน้าดำคร่ำเครียดเชียว"
กานต์เงยหน้าขึ้นมองตัวต้นเหตุ "ฉันบอกให้นั่งเฉยๆ"
"ก็นั่งเฉยๆ มาสองชั่วโมงแล้วนี่คะ ตะคริวจะกินตูดอยู่แล้ว" เอมบ่นอุบ ก่อนจะถือวิสาสะชะโงกหน้ามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ "มีปัญหาอะไรเหรอคะ? หน้าเครียดเหมือนคนท้องผูก"
"ไม่ใช่เรื่องของเด็ก ไปนั่งที่เดิม" กานต์ไล่ มือขยับเม้าส์จะปิดหน้าต่างโปรแกรม
"เดี๋ยวนะ..." เอมคว้าข้อมือเขาไว้ สายตาไล่อ่านข้อความบนหน้าจออย่างรวดเร็ว "สัญญาร่วมทุนเหรอ? ... 'The lessee agrees to maintain the premises in good condition... except reasonable wear and tear...' นี่มันสัญญาเช่าช่วงระยะยาวนี่นา"
กานต์ชะงัก หันมองหน้าเธอด้วยความแปลกใจ "เธออ่านออก?"
"หนูเรียนอินเตอร์นะป๋า เกรดภาษาอังกฤษ A ตลอด" เอมยักไหล่ "ไหนบอกมาซิ ตรงไหนที่มีปัญหา?"
กานต์ลังเลเล็กน้อย แต่มองนาฬิกาแล้วเห็นว่าเวลาจวนตัว เขาจึงตัดสินใจลองเสี่ยง "ย่อหน้าสุดท้าย... เรื่องเงื่อนไขการยกเลิกสัญญา ฉันอยากรู้ว่าเขาระบุค่าปรับไว้กี่เปอร์เซ็นต์ถ้าเรายกเลิกก่อน 3 ปี มันเขียนวกวนจนฉันปวดหัว"
เอมโน้มตัวลงไปใกล้หน้าจอ (และใกล้หน้ากานต์จนแก้มเกือบชนกัน) ดวงตากลมโตไล่อ่านข้อความภาษากฎหมายที่ซับซ้อนอย่างตั้งใจ
"อืม... เขาเขียนเลี่ยงบาลีไว้ตรงนี้ค่ะ" เอมชี้นิ้วไปที่บรรทัดหนึ่ง "เขาบอกว่าค่าปรับจะคำนวณจาก 'remaining contract value' ไม่ใช่ 'fixed rate'... แปลว่าถ้าป๋ายกเลิกสัญญาปีแรก ป๋าโดนปรับอ่วมเลยนะ เพราะต้องจ่ายส่วนที่เหลือทั้งหมดจนครบสัญญา ไม่ใช่แค่ค่าปรับ 10%"
กานต์เบิกตากว้าง รีบอ่านทวนประโยคนั้นอีกครั้ง... จริงอย่างที่เธอบอก ศัพท์คำว่า 'Liquidated damages' ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ถ้าเขาเซ็นไปโดยไม่อ่านละเอียด บริษัทเสียหายหลายสิบล้านแน่ๆ
"ร้ายกาจ..." กานต์พึมพำเสียงเครียด "ขอบใจ"
"แค่ขอบใจเองเหรอ?" เอมยืดตัวขึ้น กอดอกยิ้มร่า "หนูช่วยป๋าประหยัดเงินไปตั้งหลายล้านนะ ขอรางวัลหน่อยสิ"
กานต์หมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับเธอ เต็มตา แววตาที่มองเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากมองว่าเป็นแค่เด็กกาฝาก เริ่มเห็นแววความฉลาดที่ซ่อนอยู่
"อยากได้อะไร?"
"เย็นนี้..." เอมทำท่าครุ่นคิด นิ้วเรียวแตะที่ริมฝีปากตัวเอง "พาหนูไปกินชาบูหน่อยสิ หนูอยากกินหมูสไลซ์จุ่มไข่"
กานต์เลิกคิ้ว นึกว่าเธอจะขอกระเป๋าแบรนด์เนมหรือเงินทอง "แค่ชาบู?"
"อื้อ หรือป๋าจะให้หนูขอจูบ?" เอมโน้มหน้าลงมาใกล้ ยิ้มตาหยีอย่างท้าทาย
"ชาบูก็ดีแล้ว" กานต์รีบตอบ พลางดันหน้าผากเธอเบาๆ ให้ถอยออกไป แต่ใบหูของเขากลับขึ้นสีแดงระเรื่อ
"งั้นตกลงตามนี้นะคะ! เดี๋ยวหนูช่วยดูเอกสารที่เหลือให้ แลกกับเนื้อวากิวถาดใหญ่ๆ!"
เอมลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งข้างๆ เขาอย่างกระตือรือร้น แล้วเริ่มช่วยเขาสรุปเอกสารอย่างคล่องแคล่ว
กานต์แอบลอบมองใบหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่กำลังจดจ่อกับงาน... รอยยิ้มบางๆ ที่หาได้ยากปรากฏขึ้นที่มุมปากของมาเฟียหนุ่ม
เขาเริ่มรู้สึกว่า... การมี 'เลขาจำเป็น' คนนี้มานั่งป่วนข้างๆ ก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด
แถมยัง... เพลินตา ดีด้วย
