บทที่ 1 : กาแฟดำกับน้ำผึ้งมะนาว
บทที่ 1 : กาแฟดำกับน้ำผึ้งมะนาว
แสงแดดยามสายลอดผ่านผ้าม่านโปร่งแสงสีขาวเข้ามาตกกระทบเปลือกตา รบกวนคนขี้เซาที่กำลังนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนหนาให้ต้องขมวดคิ้วมุ่น
‘เอย’ ครางฮือในลำคอ พยายามจะพลิกตัวหนีแสงสว่างจ้า แต่ความรู้สึกหนักอึ้งที่ศีรษะกลับโจมตีเข้ามาทันทีที่ขยับตัว อาการปวดตุบๆ ที่ขมับเตือนให้รู้ว่าเมื่อคืนเธอจัดหนักไปหน่อยสำหรับการฉลองสอบติดมหาวิทยาลัยและการย้ายหอใหม่
...หอใหม่?
ดวงตากลมโตเบิกโพลงขึ้นทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องนอนรกๆ ที่บ้านต่างจังหวัด และไม่ใช่หอพักนักศึกษาซอมซ่อ แต่เป็นคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง ราคาตารางเมตรละแสนกว่าบาท ของลูกสาวเพื่อนแม่ที่เธอต้องมาอาศัยใบบุญอยู่ด้วย
ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนวูบเข้ามาในหัว...
เสียงกดรหัสประตู... การย่องเบา... และสายตาดุๆ ภายใต้กรอบแว่นของเจ้าของห้อง
"อย่าดื้อกับพี่... ถ้าเรายังไม่อยากโดน 'ดี'"
ประโยคนั้นทำเอาคนเพิ่งตื่นหน้าร้อนวูบ เอยสะบัดหัวไล่ความคิดบ้าๆ ออกไป ก่อนจะค่อยๆ พยุงร่างอันอ่อนปวกเปียกของตัวเองลุกขึ้นจากเตียง สภาพของเธอตอนนี้ดูไม่ได้เลยสักนิด ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อสายเดี่ยวหลุดรุ่ย แถมยังมีคราบเครื่องสำอางที่ล้างไม่หมดเลอะขอบตาเป็นแพนด้า
"ตายแน่ไอ้เอย... วันแรกก็สร้างวีรกรรมเลย"
เด็กสาวบ่นพึมพำขณะเดินโซซัดโซเซออกมาจากห้องนอน กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดลอยมาแตะจมูก ปลุกให้ประสาทสัมผัสเริ่มทำงาน
ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาเอยต้องหยุดชะงัก
ในโซนครัวสไตล์โมเดิร์นที่สะอาดเอี่ยมจนเงาวับ 'พี่ริน' ยืนพิงเคาน์เตอร์หินอ่อนอยู่ตรงนั้น ในชุดทำงานที่ดูดีไร้ที่ติ เสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวรีดเรียบกริบเก็บชายเข้าในกางเกงสแล็คสีครีมเอวสูง เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าและช่วงขายาวที่ดูสง่างาม ผมยาวสลวยถูกมัดรวบเป็นหางม้าต่ำ ปล่อยปอยผมลงมาเคลียกรอบหน้าเล็กน้อย
มือเรียวยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ สายตาจับจ้องไปที่ไอแพดในมือ... ช่างเป็นภาพที่ดูสมบูรณ์แบบจนน่าหมั่นไส้
แตกต่างกับสภาพศพเดินได้ของเธอราวฟ้ากับเหว
"ตื่นแล้วเหรอ"
เสียงเรียบๆ ทักขึ้นโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ละสายตาจากหน้าจอไอแพด เอยสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะปรับสีหน้าให้ดูเป็นปกติ (ที่สุดเท่าที่จะทำได้)
"อะ... อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่ริน" เอยยกมือไหว้แบบขอไปที แล้วพาตัวเองไปนั่งแปะลงบนเก้าอี้บาร์ฝั่งตรงข้าม "พี่ตื่นเช้าจัง ไม่เพลียเหรอคะเมื่อคืน..."
จงใจลากเสียงยาวท้ายประโยค เพื่อสะกิดเตือนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา
รินรดาวางแก้วกาแฟลงช้าๆ เสียงกระทบของเซรามิกกับหินอ่อนดัง กริ๊ก เบาๆ แต่ก้องกังวานในความรู้สึกคนฟัง เธอเงยหน้าขึ้นมองเด็กในปกครอง สายตาผ่านเลนส์แว่นยังคงอ่านยากเหมือนเดิม
"พี่เป็นคนมีความรับผิดชอบ พอที่จะรู้ว่าต้องตื่นมาทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่ใช่เมาหัวราน้ำจนตะวันโด่ง"
ฉึก! ดอกแรกปักกลางอก
เอยยิ้มแห้ง "แหม ก็มันงานเลี้ยงรุ่นพี่นี่คะ นานๆ ทีเอง"
"ดื่มนี่ซะ"
แก้วทรงสูงที่บรรจุของเหลวสีเหลืองนวลถูกเลื่อนมาตรงหน้า ไอน้ำเกาะพราวอยู่ข้างแก้วพร้อมกับมะนาวฝานบางๆ ที่ลอยอยู่ด้านบน
"น้ำผึ้งมะนาวโซดา ช่วยแก้เมาค้าง" รินพูดเสียงเรียบก่อนจะหันไปจัดการล้างแก้วกาแฟของตัวเอง "ดื่มเสร็จแล้วไปอาบน้ำแต่งตัว พี่จะไปส่งที่มหาลัย... มีเวลา 20 นาที"
เอยมองแก้วน้ำตรงหน้าสลับกับแผ่นหลังของคนพี่ที่ง่วนอยู่กับการเช็ดมือ ความรู้สึกอุ่นวาบแปลกๆ ก่อตัวขึ้นในใจ
ปากร้าย... แต่ก็ทำให้กินแฮะ
เด็กสาวยกแก้วขึ้นจิบ รสเปรี้ยวอมหวานและความซ่าของโซดาทำให้สมองที่ตื้อๆ โล่งขึ้นทันตาเห็น เธอมองตามร่างสูงที่เดินไปหยิบสูทที่พาดไว้โซฟา
"พี่รินใจดีจัง ขอบคุณนะคะ" เอยตะโกนไล่หลังเสียงใส
รินชะงักเท้าเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองด้วยหางตา
"อย่าเพิ่งรีบชม... ไว้รอฟัง 'กฎการอยู่ร่วมกัน' บนรถก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าพี่ใจดีจริงไหม"
...
ภายในรถยุโรปคันหรูที่เงียบกริบ
บรรยากาศในรถเย็นฉ่ำและอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมปรับอากาศกลิ่นไม้หอมจางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่รินใช้ มันเป็นกลิ่นที่ดูเป็นผู้ใหญ่ สุขุม และลึกลับ ชวนให้คนนั่งข้างๆ อยากขยับเข้าไปดมใกล้ๆ
เอยนั่งตัวลีบอยู่บนเบาะหนังสีน้ำตาล ลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของสารถีกิตติมศักดิ์ พี่รินเวลาขับรถดูดีชะมัด มือเรียวที่จับพวงมาลัยดูแข็งแรงแต่นุ่มนวล สายตามุ่งมั่นมองถนน
"ฟังอยู่หรือเปล่า" เสียงดุๆ ดึงสติเอยกลับมา
"คะ? ฟัง... ฟังอยู่ค่ะ"
"ทวนซิ ข้อที่สองว่าไง"
"เอ่อ..." เอยอึกอัก เธอเอาแต่จ้องไหปลาร้าของพี่รินจนไม่ได้ฟังอะไรเลย "ห้าม... ห้ามพาผู้ชายมาห้อง?"
รินถอนหายใจพรืดใหญ่ เลี้ยวรถเข้าประตูมหาวิทยาลัยด้วยความชำนาญ ก่อนจะหาที่จอดเทียบฟุตบาทหน้าคณะศิลปกรรมศาสตร์
"ห้ามพา 'ใครก็ตาม' เข้ามาในห้อง โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย" รินย้ำเสียงเข้ม หันมาสบตาเด็กดื้อตรงๆ "และข้อที่สำคัญที่สุด... ห้ามก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของพี่ ห้องนอนพี่คือเขตหวงห้าม เข้าใจไหม?"
เอยพยักหน้าหงึกหงัก พลางทำปากยื่น "เข้าใจแล้วค่ะ... สรุปคือ เอยเป็นแค่ผู้อาศัย ห้ามยุ่ง ห้ามวุ่นวาย ห้ามหายใจดังด้วยไหมคะเนี่ย"
"อย่าประชด"
"ก็พี่รินดุนี่นา... อยู่กับพี่รินเหมือนอยู่กับครูฝ่ายปกครองเลย" เอยบ่นอุบอิบขณะปลดเข็มขัดนิรภัย "ไปเรียนแล้วค่ะ ขอบคุณที่มาส่งนะคะ... คุณครู"
เด็กสาวทำท่าจะเปิดประตูลงรถ แต่เสียงล็อกประตูดัง กริ๊ก ขัดจังหวะเสียก่อน
เอยหันกลับมามองอย่างสงสัย "คะ?"
รินรดาขยับตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมเฉพาะตัวนั้นรุนแรงขึ้นจนเอยเผลอกลั้นหายใจ ใบหน้าสวยคมอยู่ห่างไปแค่คืบ สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าหวานของเด็กสาวอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนจะเอื้อมมือมา...
เอยหลับตาปี๋ หัวใจเต้นรัวเร็ว พี่รินจะทำอะไร? จะจูบสั่งสอนเหรอ? หรือจะตบ?
สัมผัสอุ่นๆ เกิดขึ้นที่... ปกคอเสื้อนักศึกษา
"กระดุม" รินพูดสั้นๆ "ติดกระดุมเม็ดบนผิด หรือรีบจนไม่ได้ดู?"
มือเรียวจัดการปลดและติดกระดุมเม็ดที่สองของเสื้อนักศึกษาให้เข้าที่อย่างเบามือ ปลายนิ้วสัมผัสโดนผิวเนินอกขาวผ่องโดยไม่ได้ตั้งใจ (หรือตั้งใจก็ไม่อาจทราบได้) ความร้อนวูบวาบแล่นปราดไปทั่วร่างของเอย
เมื่อจัดระเบียบเครื่องแต่งกายให้เด็กในปกครองเสร็จ รินก็ผละออกกลับไปนั่งประจำที่เดิม สีหน้ายังคงราบเรียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ไปเรียนได้แล้ว ตั้งใจเรียน อย่าให้เสียชื่อที่แม่เราฝากฝัง"
เอยนั่งนิ่งค้างไปชั่วครู่ สติสตังกระเจิดกระเจิงไปหมด แต่สัญชาตญาณความ 'ดื้อ' ในตัวกลับทำงานเร็วกว่าสมอง
เธอยกยิ้มมุมปาก เปิดประตูรถออก แต่ก่อนจะก้าวลงไป เธอหันกลับมาหาพี่สาวคนสวยอีกครั้ง
"ขอบคุณที่ติดกระดุมให้นะคะ..." เอยเว้นจังหวะ โน้มตัวเข้าไปกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน "แต่ถ้าพี่รินอยาก 'แกะ' เมื่อไหร่... บอกเอยได้เสมอนะคะ เอยไม่ถือ"
ปัง!
ประตูรถถูกปิดลง พร้อมกับร่างเล็กที่วิ่งจู๊ดขึ้นตึกคณะไปโดยไม่หันกลับมามอง
ทิ้งให้รินรดานั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย มือเรียวกำแน่นขึ้นเล็กน้อยจนข้อต่อนูนขาว ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้น มุมปากกระตุกยิ้มขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
"แสบนักนะ... ยัยเด็กบ้า"
