บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 โสมคน กับคนทรยศ

หลายวันที่ผ่านมาหานจื่อเยว่ยังคงขึ้นเขาเข้าป่าลึกเพื่อล่าสัตว์และเก็บสมุนไพร เช้าวันนี้ก็เช่นเดียวกัน หานจื่อเยว่เตรียมตัวขึ้นเขาเช่นเคย หลายวันที่ผ่านมานางเดินสำรวจไปรอบ ๆ ภูเขาชิงซาน ทำให้นางได้รู้ว่าหากเข้าไปในป่าลึกมากเท่าไหร่ ก็จะพบสมุนไพรล้ำค่ามากขึ้นเท่านั้น 

ทว่าการเข้าไปในป่าลึกนั้นก็มีความเสี่ยงมากเช่นเดียวกัน เพราะอาจจะพบเข้ากับสัตว์ป่าดุร้าย เช่นหมีดำ หมีควาย และเสือ ถึงแม้ว่านางจะมีความสามารถติดตัวมาจากชาติภพก่อน ทว่าร่างกายของนางในชาตินี้อ่อนแอยิ่งนัก จำเป็นจะต้องออกกำลังกายและฝึกฝนให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงกว่านี้เสียก่อน ถึงจะสามารถล่าสัตว์ป่าอันตรายเหล่านั้นได้

“เยว่เอ๋อร์ วันนี้เจ้าจะกลับมากินมื้อเที่ยงหรือไม่”

“ไม่เจ้าค่ะท่านแม่ วันนี้ข้าคิดว่าจะเข้าป่าลึกไปไกลกว่าเมื่อวานเจ้าค่ะ”

“เจ้าระวังตัวด้วย อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงกับอันตราย ถึงแม้ว่าบ้านเราจะยากจน แต่ก็ยังมีอาหารพอให้พวกเจ้าพี่น้องได้กิน ไม่ถึงกับต้องอดอยาก”

“ข้าเข้าใจเจ้าค่ะท่านแม่ ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงข้านะเจ้าคะ เข้าสามารถเอาตัวรอดได้ ต่อไปนี้บ้านเราจะดีขึ้น ท่านแม่เชื่อข้านะเจ้าคะ”

“เอาล่ะ เจ้ารีบไปรีบกลับ ระวังอันตรายด้วย”

“เจ้าค่ะท่านแม่”

หานจื่อเยว่สะพายตะกร้าไม้ไผ่พร้อมกับธนูเดินออกจากบ้านมุ่งหน้าไปภูเขาชิงซาน วันนี้นางตั้งใจจะเข้าไปในป่าให้ลึกกว่าเมื่อวาน หานจื่อเยว่คิดว่าในป่าลึกอาจจะค้นพบสมุนไพรล้ำค่า หากนางสามารถหาเห็ดหลินจือหรือโสมคนได้ เมื่อนำไปขายจะสามารถหาเงินก้อนโตได้จากสมุนไพรเหล่านี้

หลังจากเดินขึ้นลงภูเขาและตื่นมาออกกำลังกายเป็นประจำทำให้ร่างกายของนางแข็งแรงขึ้นมามาก ถึงแม้จะยังไม่สามารถฟื้นฟูร่างกายได้เท่ากับชาติก่อนของนาง แต่ตอนนี้นับว่าแข็งแรงมากแล้วสำหรับคนในโลกแห่งนี้ ระหว่างทางที่เดินเข้าป่าลึกเพื่อหาสมุนไพร หานจื่อเยว่ก็ได้ทำเครื่องหมายทิ้งเอาไว้ด้วยเช่นกันป้องกันการหลงทาง  

หานจื่อเยว่เดินเข้าป่าลึกมาได้พักใหญ่ สมุนไพรชนิดแรกที่นางพบก็คือ เหอโส่วอู ขนาดใหญ่ ดูเหมือนว่าจะมีอายุมากกว่า 50 ปี เหอโส่วอูมีสรรพคุณช่วยชะลอวัย บำรุงตับและไต บำรุงกำลัง ช่วยให้ผมดกดำ นับว่าเป็นสมุนไพรชั้นดี 

บริเวณนี้มีสมุนไพรชนิดนี้ขึ้นอยู่มากมาย แต่ละต้นนั้นล้วนมีอายุมากกว่า 50 ปี หลังจากใช้เวลาเก็บเกี่ยวเหอโส่วอูอยู่ สามเค่อ สมุนไพรที่ขุดได้ก็เต็มตะกร้าไม้ไผ่เสียแล้ว 

หานจื่อเยว่รู้สึกเสียดายเป็นอย่างมาก เพราะยังเหลือเหอโส่วอูที่ยังไม่ได้ขุดขึ้นมาอีกมาก เมื่อเห็นว่าตะกร้าก็เต็มแล้ว หานจื่อเยว่จึงคิดว่าลงจากเขาจะดีกว่า เอาไว้วันพรุ่งนี้นางค่อยกลับมาขุดสมุนไพรที่เหลืออยู่

ถึงแม้ว่าจะเสียดายแต่ก็ไม่สามารถนำสมุนไพรทั้งหมดกลับไปด้วย หานจื่อเยว่ยกตะกร้าขึ้นสะพายหลังเดินมุ่งหน้าลงจากเขาทันที นางเดินมาได้พักใหญ่ระหว่างที่คิดว่าจะล่าไก่ฟ้ากับกระต่ายป่ากลับไปด้วยดีหรือไม่ เพราะตอนที่เดินขึ้นเขามานางก็ล่าสัตว์ป่าเหล่านี้ไปไม่น้อย

 ทันใดนั้นสายตาของนางเหลือบไปเห็นดงโสมคนที่กำลังแข่งกันออกผลสีแดง จากที่นางคาดคะเนด้วยสายตา ตรงนี้น่าจะมีโสมคนอยู่ประมาณห้าต้น แต่ละต้นล้วนมีอายุเกินหนึ่งร้อยปี

 หานจื่อเยว่ไม่รอช้านางรีบวางตะกร้าและไก่ฟ้ากับกระต่ายป่าในมือลง แล้วรีบขุดโสมทั้งห้าต้นออกมาทันที ส่วนเมล็ดโสมนั้นนางแยกใส่ถุงผ้าเล็ก ๆ เอาไว้ เพื่อนำไปลองปลูก

หลังจากขุดโสมเสร็จแล้วหานจื่อเยว่รีบสะพายตะกร้าลงจากเขากลับบ้านทันที ระหว่างทางเดินกลับบ้าน นางยิ้มกับตัวเอง หัวเราะกับตัวเองประหนึ่งคนบ้า ดีที่ไม่มีชาวบ้านคนอื่นมาพบเข้า หาไม่แล้วพวกชาวบ้านคงคิดว่านางเสียสติไปแล้ว 

หากนำโสมทั้งห้าต้นไปขาย นางจะสามารถหาเงินก้อนใหญ่เข้าบ้านได้ อันดับแรกที่จะทำหลังจากขายโสมก็คือ ซื้อที่ดินเพิ่ม สร้างบ้านใหม่ ส่งน้องชายไปเรียนที่สำนักศึกษา และเริ่มทำการค้า 

ในตอนที่หานจื่อเยว่กำลังดีใจที่ขุดโสมคนได้ถึงห้าต้น เหอหลิงเฟิงก็เดินทางกลับมาถึงหมู่บ้านชิงซาน และตอนนี้เขากำลังเดินมุ่งหน้ามาที่บ้านสกุลหานเพื่อมาถอนหมั้น

ถึงแม้หานเยี่ยนโจวจะเป็นอาจารย์ของเขาแล้วอย่างไร การเป็นศิษย์อาจารย์ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องแต่งลูกสาวของอาจารย์มาเป็นภรรยา 

ถึงจะเป็นอาจารย์ของเขาแล้วอย่างไร ในเมื่ออาจารย์ก็เป็นเพียงบัณฑิตชาวนายากจน ไม่สามารถส่งเสริมและช่วยเหลือเขาในเส้นทางขุนนางได้

หานจื่อเยว่เดินลงมาจากภูเขา ใบหน้าของนางประดับรอยยิ้มเอาไว้ แต่เมื่อเดินมาถึงบ้านยังไม่ทันที่จะเข้าประตูบ้านก็เห็นเหอหลิงเฟิงเดินมาไกล ๆ หานจื่อเยว่ถอนหายใจพลางพูดว่า

“เรื่องที่จะเกิดย่อมต้องเกิด ข้าหวังว่าท่านพ่อจะไม่โมโหจนล้มป่วย ในที่สุดไอ้ผู้ชายสารเลวก็มาถอนหมั้นจนได้”

หานจื่อเยว่ฝันถึงเหตุการณ์ที่เหอหลิงเฟิงมาถอนหมั้นหลังจากที่เขาสอบได้ทั่นฮวา หลังจากนั้นนางก็ไม่เคยฝันอีกเลย ในเมื่อนางเข้ามายึดร่างคนอื่นแล้วก็ย่อมต้องรับภาระเลี้ยงดูพ่อแม่ น้องชาย ดูแลครอบครัวต่อไป ที่สำคัญนางสัญญากับเจ้าของร่างเดิมเอาไว้ว่าจะแก้แค้นให้นาง ให้นางจากไปอย่างสบายใจ

 

“ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ ท่านพ่อไม่อยู่บ้านหรือเจ้าคะ”

“พ่อของเจ้าอยู่ที่ห้องหนังสือกับน้องชายของเจ้า เจ้ามีเรื่องจะหารือกับพ่อของเจ้ารึ”

“ไม่มีเจ้าค่ะ เพียงแต่ข้าอยากให้ท่านแม่เตรียมใจเอาไว้บ้าง”

“เตรียมใจ เตรียมใจเรื่องอันใดหรือ”

“อีกประเดี๋ยวท่านแม่ก็จะได้รู้เจ้าค่ะ ข้าเอาของไปเก็บก่อน”

หานจื่อเยว่เดินเข้าไปในบ้านได้ไม่นานเหอหลิงเฟิงก็มาถึง การมาครั้งนี้เขาไม่ได้มาเพียงลำพัง เขาพาหลิวหรูเยี่ยนคนรักใหม่มาด้วย นอกจากคนรักใหม่แล้วยังมีมารดาและน้องสาวของเขาด้วย

 ส่วนพ่อของเขานั้นไม่กล้าสู้หน้าหานเยี่ยนโจวเขาจึงไม่ได้มาด้วย เพียงแค่บอกว่าตัวเองไม่สบายเท่านั้น หลินซือหลิงที่กำลังจะเดินกลับเข้าไปในบ้านก็ต้องหยุดชะงัก นางมองกลุ่มคนที่เดินเข้ามาโดยมีเหอหลิงเฟิงเดินนำหน้ามา นางจึงเอ่ยปากทักทายด้วยความดีใจ

“หลิงเฟิง เจ้ากลับมาแล้วหรือ รีบเข้ามานั่งในบ้านก่อน”

“ไม่จำเป็นขอรับ ที่ข้ามาวันนี้เพียงมีเรื่องอยากจะพูดเท่านั้น”

“เรื่องอันใดหรือ เหตุใดเจ้าถึงรีบร้อนเช่นนี้ จื่อเยว่คงดีใจที่เจ้ากลับมาแล้ว เจ้าจะไม่เข้าไปทักทายอาจารย์ของเจ้ารึ”

“ข้าจะไม่อ้อมค้อมก็แล้วกันท่านป้า วันนี้ที่ข้ามา ข้าจะมาถอนหมั้นกับจื่อเยว่ ข้าเองก็มีคนรักใหม่แล้ว ครอบครัวของท่านกับข้าต่างกันเกินไป ข้าเป็นขุนนาง ส่วนจื่อเยว่เป็นเพียงหญิงชาวนาเท่านั้น ไม่สามารถเชิดหน้าชูตาได้ แม้แต่จะรับนางเป็นอนุภรรยายังไม่ได้เลย ข้าจึงคิดว่าในเมื่อนางไม่สามารถช่วยเหลือเกื้อกูลข้าได้ ก็ไม่จำเป็นต้องรั้งนางเอาไว้ ข้าหวังว่าท่านป้ากับท่านอาจารย์จะเข้าใจและสนับสนุนในทางที่ข้าเลือก”

“ใช่แล้วล่ะ ลูกสาวของเจ้าไม่เหมาะสมกับลูกชายบ้านข้า อย่ามาฉุดลูกชายข้าให้ต่ำลงไปกับนางเลย ส่วนนี่ ของหมั้น เจ้าเอาคืนไปแล้วคืนของหมั้นของลูกชายข้ากลับมา สัญญาหมั้นก็เป็นอันยกเลิก”

“ท่านป้าเจ้าคะ จื่อเยว่ไม่อยู่หรือเจ้าคะ ให้นางออกมารับรู้ด้วยจะดีที่สุด นางจะได้ไม่ต้องคิดไปเองว่านางยังเป็นคู่หมั้นของพี่ชายข้าอยู่ นางไม่คู่ควรและพวกท่านก็ไม่คู่ควรด้วย” เหอซินอี้เชิดหน้าพูดออกมาอย่างดูถูก

หานเยี่ยนโจวเดินออกมาพร้อมกับลูกชายทั้งสามคน หานจื่อเยว่เดินหน้าตึงออกมาพร้อมกับของหมั้น นางเหลือบไปมองท่านพ่อที่ตอนนี้สีหน้าไม่สู้ดี ท่านแม่ของนางหน้าซีดเผือดยืนนิ่ง หานจื่อเยว่ไม่ได้สนใจคนเหล่านั้น นางเพียงเดินไปยื่นของหมั้นหมายคืนให้กับเหอหลิงเฟิงพร้อมกับพูดว่า

“นี่คือของเจ้า เอากลับไปเถอะ ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่เสียใจในภายหลัง ต่อไปเจ้าคือเจ้า ข้าคือข้า ไม่มีอันใดเกี่ยวข้องกันอีก ข้าเองก็หาใช่จะอยากแต่งงานกับเจ้า ข้าหานจื่อเยว่ ไม่ใคร่อยากแต่งงานกับบุรุษที่ไม่ซื่อสัตย์ ที่สำคัญหน้าตาของเจ้าขี้ริ้วขี้เหร่ ข้ามิชอบ”

“เจ้า เจ้า เจ้าสตรีปากร้าย ช่างไม่รู้จักสำรวม” เหอหลิงเฟิงโมโหจนเสียกิริยา

“เจ้าเป็นเพียงหญิงชาวนา ไร้การศึกษา เจ้าคู่ควรกับท่านพี่หรือ ช่างไม่ดูตัวเองเสียบ้าง” หลิวหรูเยี่ยนที่ยืนเงียบมานานพูดออกมา

“พวกเจ้ากลับไปเถอะ ของหมั้นข้าก็คืนให้แล้ว หรือพวกเจ้าจะอยู่รอกินข้าวบ้านข้ารึ ขออภัย ข้าไม่ได้เลี้ยงสุนัขเลยไม่มีกับข้าวเหลือ ช่างเป็นผีเน่ากับโลงผุจริง ๆ เสแสร้ง หยุด ไม่ต้องมากรี๊ด มันหนวกหู รำคาญ ออกไปจากบ้านข้า ต่อไปนี้อยู่ให้ห่าง ๆ ครอบครัวของข้าหน่อย หาไม่แล้ว หากเจอพวกเจ้าเมื่อไหร่ ข้าจะอัดพวกเจ้าเมื่อนั้น”

หานจื่อเยว่เตะถังไม้ลอยไปตกตรงหน้าหลิวหรูเยี่ยนที่กำลังจะกรีดร้องจนนางตกใจหุบปากแทบไม่ทัน เมื่อเหอหลิงเฟิงเห็นว่าหานจื่อเยว่ไม่ได้ล้อเล่น นางอยากจะทุบตีพวกเขาจริง ๆ จึงได้รีบลนลานออกจากบ้านสกุลหานไป

“ท่านแม่ เหตุใดนางถึงได้เปลี่ยนไป เมื่อก่อนนางขี้อายหัวอ่อนและไม่สู้คน เหตุใดถึงได้ดุร้ายเช่นนี้”

“แม่เองก็ไม่รู้ หลังจากนางตกน้ำจนป่วยพอหายป่วยก็กลายเป็นเช่นนี้ไปแล้ว”

“หรือว่านางจะรู้อันใดมาขอรับ เรื่องของข้าท่านแม่ได้เผลอบอกนางไปก่อนหรือไม่”

“ไม่มีผู้ใดบอกนาง แม้กระทั่งชาวบ้านแม่เองก็ไม่ได้พูดให้ผู้ใดฟังเลย เจ้าอย่าได้สนใจนางเลย ถอนหมั้นแล้วก็ดี”

“ขอรับ เช่นนั้นอีกสามวันข้าจะกลับเมืองหลวง หลังจากที่ ข้าจัดการซื้อจวนแล้วข้าจะส่งคนมารับพวกท่าน”

“ตกลง”

หานจื่อเยว่เห็นท่านพ่อที่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม และไม่มีคำพูดใดออกมาจากปากของเขาแม้แต่ครึ่งคำ นางคิดว่าท่านพ่อคงกระทบกระเทือนใจ คงรู้สึกเสียใจและผิดหวังมาก หานจื่อเยว่มองท่านแม่กับท่านพ่อแล้วอดสงสารคนทั้งสองไม่ได้

“ท่านแม่ ข้าไม่เสียใจ ข้าดีใจเสียอีกที่ได้ถอนหมั้น ท่านพ่อ ท่านไม่ต้องเสียใจ ท่านไม่ต้องผิดหวัง คนเช่นเหอหลิงเฟิงไปได้ไม่ไกลหรอกเจ้าค่ะ คนที่คิดแต่จะเดินทางลัดมันจะไปได้ไกลแค่ไหนกันเชียว คนทรยศเช่นนั้นไม่ต้องยุ่งเกี่ยวด้วยดีที่สุด เอาไว้ข้าจะหาลูกเขยดี ๆ มาให้ท่านพ่อท่านแม่แน่นอนเจ้าค่ะ”

“ลูกไม่เสียใจก็ดีแล้ว พ่อก็แค่เสียใจที่สั่งสอนและรับคนไร้คุณธรรมมาเป็นศิษย์”

“ท่านพ่ออย่าคิดมากเลยเจ้าค่ะ รีบเข้าบ้านเถอะ ข้ามีของดีจะให้ท่านดู”

สองสามีภรรยารู้สึกโล่งใจที่บุตรสาวไม่ได้รู้สึกเสียใจ ทั้งสองสบตากันแล้วรีบเดินตามบุตรสาวบุตรชายเข้าไปในบ้าน ก็ไม่รู้ว่าวันนี้นางไปได้ของดีอันใดมาถึงได้มีท่าทางตื่นเต้นเช่นนั้น

 

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel