บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3  ขึ้นเขาเข้าป่า

 เช้าวันต่อมา หานจื่อเยว่เตรียมของขึ้นเขา นางบอกท่านแม่เอาไว้ว่าจะไม่กลับมากินมื้อกลางวัน หลังจากเตรียมของเสร็จเรียบร้อยแล้วนางก็สะพายตะกร้าไม้ไผ่ขึ้นไปบนภูเขาทันที แต่ก่อนที่จะไปถึงภูเขานางต้องหาอาวุธติดไม้ติดมือไปด้วย

 หานจื่อเยว่จำได้ว่าในหมู่บ้านมีนายพรานที่แก่ชราแล้ว ตามความทรงจำของร่างเดิม ดูเหมือนว่าลูกชายของนายพรานนั้นไม่ได้สืบทอดการล่าสัตว์จากผู้เป็นพ่อ เขาผันตัวไปเป็นพ่อค้าหาบเร่ และเปิดร้านขายของชำเล็ก ๆ ในหมู่บ้านกับภรรยาของเขา 

หานจื่อเยว่คิดว่าจะไปขอซื้อธนูและเครื่องมือล่าสัตว์กับนายพรานเฒ่า ไหน ๆ นางก็จะขึ้นไปบนภูเขาแล้ว การมีอาวุธติดมือไปด้วยจะดีที่สุด ถึงแม้ว่านางจะยังมีความสามารถในการต่อสู้จากชาติที่แล้วติดตัวมา แต่การไม่ประมาทนั้นจะดีที่สุด 

หานจื่อเยว่เดินมาได้พักใหญ่ก็มาถึงบ้านของนายพรานเฒ่า ซึ่งเป็นร้านขายของชำ หานจื่อเยว่พบกับลูกสะใภ้ของพรานชรา นางจึงเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

“ท่านป้าเจ้าคะ ท่านปู่กัวไม่อยู่หรือเจ้าคะ”

“ท่านพ่ออยู่หลังบ้าน เจ้ามีธุระอันใดกับท่านพ่อหรือ”

“ข้าอยากจะซื้อธนูล่าสัตว์ของท่านปู่เจ้าค่ะ ข้าเห็นว่าท่านปู่เองก็วางมือแล้ว พอดีข้าจะขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรในป่าลึก ก็เลยอยากหาอาวุธติดมือไปด้วยเจ้าค่ะท่านป้า”

“อ้อ เป็นเช่นนี้นี่เอง เช่นนั้นเจ้ารอสักครู่ข้าจะไปเรียกท่านพ่อออกมาพบเจ้า”

“ขอบคุณท่านป้าเจ้าค่ะ”

หานจื่อเยว่รออยู่ไม่นาน พรานเฒ่าก็เดินออกมาจากด้านในบ้าน และเรียกให้นางเดินตามเข้าไปด้านใน เดิมทีกัวจื่อเสียงเองก็เสียดายอาวุธพวกนี้อยู่มาก ลูกชายคนเดียวของเขาไม่อยากเดินตามรอยเขา ไม่อยากเข้าป่าล่าสัตว์ สิ่งของเหล่านี้จึงได้แต่วางเอาไว้ให้ฝุ่นเกาะ

 เมื่อลูกสะใภ้มาบบอกเขาว่าลูกสาวซิ่วไฉอยากจะขอซื้อธนูล่าสัตว์ เขาเองก็รู้สึกแปลกใจอยู่มาก ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้จักหานจื่อเยว่ แม่นางน้อยผู้นั้นรูปร่างบอบบาง เอวบางร่างน้อย เหตุใดนางถึงอยากจะขึ้นเขาเข้าป่าไปล่าสัตว์ หรือว่านางตกน้ำจนสมองกระทบกระเทือนไปแล้วกระมัง

“เจ้าอยากได้ธนูหรือนังหนู”

“เจ้าค่ะท่านปู่กัว ไม่ทราบว่าท่านจะขายให้ข้าได้หรือไม่เจ้าคะ”

“ได้มันก็ได้อยู่หรอกนะ สิ่งของเหล่านี้ทิ้งเอาไว้ก็ไร้ประโยชน์ กระดูกแก่ ๆ เช่นข้าไม่สามารถเข้าป่าได้อีกแล้ว ลูกชายข้าเองก็ไม่อยากเป็นนายพราน แต่ว่าเจ้าคิดดีแล้วหรือที่จะเข้าป่าไปล่าสัตว์ ในป่าลึกนั้นมีสัตว์ป่าดุร้ายมากมาย ตัวเล็กบอบบางเช่นเจ้าจะไหวหรือ เรื่องที่เจ้าจะเข้าป่าไปล่าสัตว์ พ่อแม่ของเจ้ารู้หรือไม่”

“ท่านพ่อท่านแม่อนุญาตแล้วเจ้าค่ะท่านปู่ ท่านบอกราคาข้ามาได้เลย เท่าไหร่หรือเจ้าคะ”

“ข้าไม่เอาเงินของเจ้าหรอกนะ เจ้าเอาไปใช้เถอะ เอาไว้ก็ฝุ่นเกาะเสียเปล่า”

“จริงหรือเจ้าคะ เช่นนั้นข้าขอบคุณท่านปู่กัวมากเจ้าค่ะ เอาไว้ข้าล่าสัตว์ได้แล้วจะแบ่งเนื้อมาให้ท่านปู่กัวนะเจ้าคะ”

“ได้ ได้ข้าจะรอนะ”

“เจ้าค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะเจ้าคะ”

หานจื่อเยว่แบกตะกร้าถือธนูเอาไว้ในมือ เดินมุ่งหน้าขึ้นเขา อันดับแรกคือปรับปรุงอาหารของคนในบ้าน ต่อจากนั้นต้องรีบหาเงินให้มาก เพื่อส่งเสียน้องชายเรียน สร้างบ้านหลังใหม่ หาเงินให้มากเข้าไว้ เมื่อมีเงินอยู่ในมือ ปัญหาทุกอย่างย่อมผ่านไปได้ 

นางจะต้องนำพาครอบครัวให้รุ่งเรือง หานจื่อเยว่คิดเอาไว้ว่าอีกไม่นานเหอหลิงเฟิงจะต้องมาถอนหมั้นกับนางเป็นแน่ บางทีอาจจะเป็นสองหรือสามวันข้างหน้า ตอนนี้คาดว่าเหอหลิงเฟิงคงกำลังเดินทางกลับบ้านเกิด 

เพราะในความฝันของนางอีกสามวันข้างหน้าคือวันที่เหอหลิงเฟิงจะมาถอนหมั้น การมาครั้งนี้ของเหอหลิงเฟิงเขาไม่ได้กลับมาคนเดียว เขายังพาหญิงผู้นั้นมาด้วย 

เดิมทีหานจื่อเยว่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดนางถึงได้ฝันเรื่องเหอหลิงเฟิงมาถอนหมั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า นางเองก็หาคำตอบไม่ได้เช่นเดียวกัน หรือว่านางจะสามารถหยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้ หรือว่านี่จะเป็นนิ้วทองคำของคนข้ามภพเหมือนที่นิยายหลาย ๆ เรื่องเขียนเอาไว้ ในชาติที่แล้วนางเองก็เคยอ่านอยู่บ้างในสมัยที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัย

หานจื่อเยว่เดินขึ้นเขามาและเริ่มเดินเข้าไปในป่าลึกไปเรื่อย ๆ สายตาของนางกวาดมองไปรอบ ๆ เพื่อหาสมุนไพร ถ้าหากวันนี้นางสามารถเก็บสมุนไพรที่สามารถขายได้ราคาแพงก็คงดีไม่น้อย 

ภูเขาซิงชานนั้นอุดมสมบูรณ์มาก ระหว่างทางเดินมานางล่าไก่ฟ้ากับกระต่ายป่าได้สามตัว ส่วนสมุนไพรก็ได้สมุนไพรล้ำค่าไม่น้อย แต่ยังไม่สามารถหาโสมหรือเห็ดหลินจือพบ 

หานจื่อเยว่เดินเก็บสมุนไพรไปเรื่อย ๆ เมื่อพบไก่ฟ้ากับกระต่ายป่านางก็ง้างธนูขึ้นยิงและไม่พลาดเป้าสักครั้ง ทำให้ตอนนี้ตะกร้าไม้ไผ่ของนางเกือบจะเต็มแล้ว ตอนนี้เป็นเวลายามอู่ นางเองก็เริ่มหิวแล้วเช่นเดียวกัน 

หานจื่อเยว่เดินกลับมาทางเดิม นางตั้งใจจะไปย่างไก่ฟ้ากินที่ริมลำธารสายเล็กที่เดินผ่านมา ถือโอกาสสำรวจลำธารไปในตัว นางหวังว่าในลำธารจะมีปลา ปูภูเขา หรือแม้กระทั่งกุ้งก้ามกราม ของเหล่านี้สามารถนำไปเป็นอาหารได้ 

เดินมาได้พักใหญ่ก็มาถึงลำธาร หานจื่อเยว่รีบหาลานหินนั่งพัก หลังจากปลดตะกร้าสะพายหลังออกแล้วนางก็หาฟืนและเริ่มก่อไฟ หลังจากก่อไฟแล้วก็นำไก่ไปถอนขนทำความสะอาด

 ไก่ฟ้าตัวอวบอ้วนถูกย่างจนเป็นสีเหลืองทอง ไก่ย่างสีทองส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล เมื่อไก่สุกดีหานจื่อเยว่ก็รีบกินด้วยความหิวโหย 

หลังจากกินไก่ย่างไปทั้งตัวหานจื่อเยว่ก็รู้สึกอิ่ม นางดื่มน้ำที่นำมาจากบ้าน จัดการดับไฟและเริ่มสำรวจลำธาร ในลำธารมีปลาตัวใหญ่อยู่ไม่น้อย พวกมันว่ายน้ำไปมาโดยไม่สนใจหานจื่อเยว่แม้แต่น้อย 

ตามโขดหินยังมีกุ้งก้ามกรามตัวใหญ่แอบอยู่ หานจื่อเยว่มองลงไปในลำธาร สายตาของนางก็ไปสะดุดเข้ากับบางอย่าง ไม่รอช้านางรีบลงไปในลำธารทันที

สิ่งที่หานจื่อเยว่พบก็คือหอยมุกน้ำจืดตัวใหญ่ หลังจากหาอยู่นานสองนานหานจื่อเยว่ก็งมหอยมุกขนาดใหญ่ได้ยี่สิบตัว เมื่อเห็นเวลาตอนนี้เป็นเวลาใกล้ค่ำแล้ว นางจึงรีบขึ้นจากลำธาร เอาไก่ป่ากับกระต่ายป่าออกมาจากตะกร้า รวมถึงสมุนไพรที่เก็บมาวันนี้ด้วย

จากนั้นนางก็เอาหอยมุกน้ำจืดใส่ลงไปในตะกร้าตามด้วยสมุนไพร ส่วนสัตว์ที่ล่ามาได้นางมัดรวมกันแล้วนำไปผูกเอาไว้กับตะกร้าไม้ไผ่ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว หานจื่อเยว่ถึงได้สะพายตะกร้าขึ้นหลังและเดินลงจากเขากลับบ้านไป

 

เพราะวันนี้่นางเดินเข้าป่าลึกจึงทำให้กลับถึงบ้านช้า หานจื่อเยว่กลับมาถึงบ้านก่อนเวลาอาหารเย็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อกลับมาถึงบ้านนางก็รีบคัดแยกสมุนไพรและนำไปตากผึ่งลมเอาไว้ 

จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องครัวส่งไก่ฟ้ากับกระต่ายป่าให้ท่านแม่ของนาง หลังจากนั้นก็วางตะกร้าเอาไว้ที่มุมห้องครัว หลินซือหลิงเห็นว่าลูกสาวเสื้อผ้าเลอะเทอะจึงรีบไล่ให้ไปอาบน้ำ

 

“เยว่เอ๋อร์ เจ้าไปอาบน้ำผลัดผ้าเสียก่อนแล้วค่อยมากินข้าว”

“ท่านแม่ ท่านพ่อกับน้องชายเล่าเจ้าคะ”

“อยู่ห้องหนังสือ เจ้ารีบไปอาบน้ำเถอะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”

หานจื่อเยว่อาบน้ำเสร็จก็รีบมาช่วยท่านแม่ยกอาหารมาตั้งโต๊ะ จัดถ้วยชามตะเกียบ แล้วค่อยไปเรียกท่านพ่อกับน้องชายทั้งสามมากินข้าว 

วันนี้บนโต๊ะอาหารมีไก่ตุ๋นทำให้อี้เฉินน้อยตาโตน้ำลายไหลออกมาจากมุมปากทันที การกระทำของเขาสร้างเสียงหัวเราะได้เช่นเคย อี้เฉิงยังคงเป็นเจ้าแมวตะกละ หานจื่อเยว่คีบน่องไก่ใส่ชามข้าวของเขา จากนั้นทั้งบ้านก็กินมื้อเย็นกันอย่างเอร็ดอร่อย แม้แต่ท่านพ่อยังต้องเติมข้าวอีกชาม 

“ท่านแม่ กับข้าววันนี้อร่อยมากเลย พี่หญิงใหญ่ ต่อไปนี้พวกเราจะมีเนื้อกินทุกวันใช่หรือไม่ขอรับ”

“เจ้าแมวตะกละ เจ้าจะให้พี่สาวของเจ้าวิ่งขึ้นเขาไปล่าสัตว์ทุกวันรึ” หลินซือหลิงแกล้งดุลูกชายคนเล็ก

“ขอรับ พี่หญิงใหญ่เก่งที่สุด”

“เจ้าลูกคนนี้นี่ รีบๆ กินข้าว”

“ท่านพ่อ ท่านแม่ วันนี้ข้างมหอยมุกน้ำจืดจากลำธารบนเขามาได้ยี่สิบตัว ประเดี๋ยวกินมื้อเย็นเสร็จแล้วพวกเรามาช่วยกันแกะดูว่าจะมีไข่มุกหรือไม่”

“ตกลง ขึ้นไปบนเขาเจ้าต้องระวังตัวให้มาก อย่าได้เข้าไปในป่าลึกเกินไปเข้าใจหรือไม่”

“ข้าเข้าใจเจ้าค่ะท่านพ่อ ข้าจะไม่ทำอันใดหากข้าไม่มั่นใจ ท่านพ่อวางใจได้ ไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าค่ะ”

หลังจากมื้ออาหาร ทั้งครอบครัวนั่งล้อมวงกันแกะหอยมุก หอยมุกทั้งยี่สิบตัวให้ไข่มุกทั้งหมดห้าสิบเม็ด ไข่มุกมีทั้งสีชมพู สีขาว และสีม่วง ไข่มุกคุณภาพดีไร้ที่ติมีทั้งหมดสามสิบห้าเม็ด 

ส่วนอีกสิบหาเม็ดนั้นรูปร่างไม่สวย ตอนนี้หานจื่อเยว่ยังไม่คิดจะนำไข่มุกออกไปขาย เพราะนางเองก็ไม่รู้ราคา คงต้องเข้าเมืองไปสอบถามดูก่อน ส่วนเม็ดที่รูปร่างไม่สวยนางวางแผนจะนำไปขายให้ร้านรับซื้อสมุนไพรและถือโอกาสสอบถามราคาของไข่มุกคุณภาพดีด้วย

หลังจากเก็บไข่มุกเรียบร้อยแล้ว ทั้งครอบครัวก็เข้านอนพักผ่อน หานจื่อเยว่ยังคงนอนไม่หลับ โลกโบราณไม่มีมือถือ ไม่มีอินเทอร์เน็ต ยังไม่ทันที่ท้องฟ้าจะมืดก็ต้องเข้านอนแล้ว นางยอมรับว่ายังไม่ชินกับชีวิตแบบนี้สักเท่าไหร่ 

หานจื่อเยว่ที่นอนไม่หลับกำลังคิดวางแผนการใช้ชีวิตในโลกใหม่ใบนี้ ส่วนเหอหลิงเฟิงก็กำลังเร่งเดินทางกลับบ้านเกิดพร้อมหญิงคนรักเพื่อมาถอนหมั้นกับหานจื่อเยว่ 

เขาเร่งเดินทางโดยไม่พักเหลือระยะทางอีกสองร้อยลี้ก็จะถึงบ้านเกิดแล้ว หลังจากถอนหมั้นแล้ว เขาจะได้แต่งงานกับหญิงคนรักที่มีฐานะร่ำรวยเสียที ตอนนี้เขาเองก็สอบผ่านได้ตำแหน่งทั่นฮวาแล้วเช่นเดียวกัน

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel