บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 การเปลี่ยนแปลงของลูกสาว

วันเวลาผ่านไปสามวันหลังจากที่สองแม่ลูกบ้านสกุลเหอมาขอโทษ หานจื่อเยว่เองก็เริ่มปรับตัวให้เข้ากับชีวิตความเป็นอยู่ในโลกใบใหม่แล้ว ความทรงจำของนางกับร่างเดิมได้ถูกหลอมรวมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ตอนนี้นางหาใช่หานจื่อเยว่แพทย์ทหารอีกต่อไป แต่เป็นหานจื่อเยว่บุตรสาวคนโตของซิ่วไฉผู้ซึ่งแบกเอาความคับแค้นใจของร่างเดิมเอาไว้จนเต็มอก ความแค้นทั้งเก่าและใหม่ยังรอวันเอาคืนอย่างสาสม

เดิมทีหานจื่อเยว่เกลียดบุรุษเช่นเหอหลิงเฟิงยิ่งนัก ในยุคปัจจุบันที่นางจากมาก็มีคนเช่นนี้อยู่มากมาย บุรุษผู้มักใหญ่ใฝ่สูง เกลียดภรรยาว่าจนแต่กลับแสวงหาความมั่งคั่งจากสตรี และในยุคโบราณแห่งนี้เหอหลิงเฟิงก็คือเฉินซื่อเหม่ยตัวจริง บุรุษที่พึ่งพาครอบครัวภรรยาแต่พอได้ดีแล้วกลับถีบหัวส่ง

โชคยังดีที่หานจื่อเยว่ยังมิได้ตบแต่งเข้าบ้านเหอไป มิเช่นนั้นแล้วนางก็ไม่รังเกียจที่จะหย่ากับเขาก่อน แทนที่จะรอให้เขากลับมาหย่าขาดจากนาง นับว่าสวรรค์ยังคงเมตตาที่ตอนนี้เป็นแค่คู่หมั้นเท่านั้น

ถึงแม้หานจื่อเยว่จะรู้ล่วงหน้าแล้วว่าไม่ช้าก็เร็วเหอหลิงเฟิงจะต้องมาถอนหมั้นแน่นอน เมื่อเวลานั้นมาถึงจริง ๆ นางก็ไม่รู้ว่าท่านพ่อท่านแม่จะทุกข์ใจขนาดไหน ท่านพ่อจะเสียใจมากมายเพียงใด

นอกจากความเสียใจแล้วยังมีความผิดหวัง ผิดหวังที่เขาเฝ้าทุ่มเทสั่งสอนศิษย์อย่างเหอหลิงเฟิง เพียงแต่ไม่คิดว่าวันหนึ่งลูกศิษย์ที่เขาภาคภูมิใจนั้นจะทำลายชีวิตการแต่งงานของบุตรสาวตัวเอง

การที่เหอหลิงเฟิงทรยศหักหลังในครั้งนี้ คงจะสร้างบาดแผลในใจให้กับท่านพ่อท่านแม่ได้มากเช่นกัน สำหรับนางเอง นางหาได้มีความเสียใจไม่ เพราะนางหาใช่หานจื่อเยว่คนเดิม

นางเพียงแค่แบกรับเอาความแค้นของร่างเดิมเอาไว้เพื่อรอการแก้แค้น และสัญญากับตัวเองว่าจะนำพาครอบครัวของร่างเดิมให้เจริญรุ่งเรืองขึ้น นางอยากจะรอดูว่าคนเช่นเหอหลิงเฟิงจะไปได้ไกลแค่ไหนกันเชียว

เช้าวันต่อมา หานจื่อเยว่ตามท่านแม่และน้องชายออกไปที่แปลงนา ตอนนี้ที่นาของครอบครัวหานทั้งสี่หมู่ได้ปลูกข้าวสาลีเสร็จเรียบร้อยแล้ว งานในนามีไม่มากนัก ท่านแม่เพียงแค่มาตรวจดูเท่านั้น เมื่อเห็นว่าในนาไม่มีอันใดให้ทำแล้วหานจื่อเยว่จึงพาน้องชายเดินสำรวจไปรอบ ๆ หมู่บ้านเพื่อหาช่องทางหาเงิน

ในยุคสมัยโบราณชาวบ้านพึ่งพาการทำนาปลูกข้าวและธัญพืช หลังจากหักภาษีแล้วก็เหลือไม่มากนัก หากปีไหนผลผลิตไม่ดี ก็ทำให้อาหารการกินไม่พอ เพื่อความอยู่รอดชาวบ้านต้องขึ้นเขาไปหาของป่ามาประทังชีวิต แม้ว่าบางครั้งจะถูกสัตว์ป่าดุร้ายทำร้ายจนเสียชีวิตก็ตาม

หมู่บ้านชิงซานมีภูเขาล้อมรอบหมู่บ้าน มีแม่น้ำไหลผ่านและมีลำธารอีกสายที่ไหลลงมาจากภูเขา ถึงแม้ว่าหมู่บ้านชิงซานจะค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ ทว่าฐานะความเป็นอยู่ของชาวบ้านก็ไม่ค่อยดีเท่าใดนัก ครอบครัวที่พอมีพอกินก็เห็นจะเป็นบ้านของหลี่เจิ้ง กับหัวหน้าหมู่บ้าน เพราะมีลูกชายทำงานเป็นนักบัญชีในเมือง ส่วนลูกสาวก็แต่งเข้าบ้านพ่อค้าในเมือง

ครอบครัวที่พอมีพอกินแต่ไม่ถึงกับมีเงินเหลือใช้ แต่ก็ยังสามารถใช้ชีวิตไปได้ มีเกินครึ่งหมู่บ้าน บ้านสกุลหานโชคดีที่ไม่ต้องเสียภาษีเพราะหานเยี่ยนโจวมีตำแหน่งซิ่วไฉจึงได้รับการละเว้นภาษีที่ดิน

หลังจากพาน้องชายเดินรอบหมู่บ้านมาจนถึงลำธาร เป็ดป่าหลายสิบตัวกำลังหาอาหารอยู่ริมลำธาร ด้านข้างลำธารมีต้นไม้ใบหญ้าเติบโตขึ้นจนกลายเป็นป่ารก หานจื่อเยว่มองเป็ดป่าด้วยดวงตาเป็นประกาย มีเป็ดป่าย่อมต้องมีไข่เป็ดป่า

“น้องรอง เจ้าอยากกินไข่หรือไม่”

“พี่หญิงใหญ่ ผู้ใดกันจะไม่อยากกินไข่ แต่แม่ไก่ที่บ้านเราออกไข่เพียงไม่กี่ฟองเท่านั้น นอกจากนี้ท่านแม่ยังต้องเก็บเอาไว้แลกเงิน เดือนหนึ่ง ๆ ท่านพ่อหาเงินจากการสอนหนังสือได้เพียงไม่กี่อิแปะเท่านั้น” หานจื่อเซวียนพูดไปขมวดคิ้วไป

“ก็เพราะท่านพ่อใจดี รู้ว่าชาวบ้านเองก็ใช้ชีวิตไม่ง่ายเลย ถึงได้เก็บค่าเรียนถูกมาก”

“ข้ารู้ขอรับ ท่านพ่อใจดีมีคุณธรรมมาตลอด แต่ตอนนี้เพราะเจ้าคนทรยศนั่น ทำเอาท่านพ่อกินข้าวไม่ลงไปหลายวัน”

“ใช่แล้ว เป็นเพราะเจ้าคนชั่ว พี่หญิงใหญ่ท่านไม่ต้องเสียใจไป ข้าจะดูแลท่านเอง” หานเหวินเทียนยกมือตบหน้าอกเสียงดัง

“ใช่ ใช่ ข้าเองก็จะกินข้าวเยอะ ๆ จะได้โตเร็ว ๆ จะได้ดูแลพี่หญิงใหญ่ได้” หานอี้เฉินตัวน้อยเองก็พูดความตั้งใจของตัวเองออกมา

“อี้เฉิน ข้าว่าเจ้าเห็นแก่กินมากกว่า เจ้าตะกละน้อยอย่าเอาพี่หญิงใหญ่มาอ้างเลย” หานเหวินเทียนแซวน้องชาย

“พี่รอง พี่หญิงใหญ่ พี่สามแกล้งข้า”

“เอาล่ะ ๆ พวกเจ้าล้วนดีที่สุด ไปกันเถอะ พี่หญิงใหญ่จะพาพวกเจ้าไปเก็บไข่เป็ดป่า”

หานจื่อเยว่พาน้องชายทั้งสามค้นหารังเป็ดป่ารอบ ๆ ริมลำธาร ไม่นานก็พบรังของเป็ดป่าขนาดใหญ่ ภายในรังมีไข่เป็ดป่าอยู่หลายสิบฟอง หานจื่อเยว่หาใบไม้มารองก้นตะกร้า จากนั้นให้น้องชายเก็บไข่เป็ดป่าใส่ลงไป

หลังจากเก็บไข่เป็ดป่าจนหมดแล้วทั้งสี่คนก็ช่วยกันค้นหารังเป็ดป่าต่อไป หลังจากหาอยู่นานสองนานพวกเขาพบรังเป็ดป่าเพิ่มอีกสองรัง และเก็บไข่ได้อีกหลายสิบฟอง เมื่อเห็นว่าไข่เป็ดป่าไม่มีแล้ว หานจื่อเยว่จึงพาน้องชายกลับบ้าน

“พี่หญิงใหญ่ วันนี้เราเก็บไข่เป็ดป่าได้เยอะมากเลยขอรับ แค่คิดว่าจะได้กินไข่ข้าก็รู้สึกหิวขึ้นมาทันที” อี้เฉินตัวน้อยพูดไปน้ำลายก็ไหลไป

“เจ้าแมวน้อยจอมตะกละนี่ เช็ดน้ำลายของเจ้าเสียบ้าง ผู้ใดไม่รู้คงจะคิดว่าท่านแม่ไม่ให้เจ้ากินข้าว” เหวินเทียนเบะปากพูด

“พี่หญิงใหญ่ ไข่พวกนี้มีมากกว่าหนึ่งร้อยฟอง ท่านวางแผนจะนำไข่พวกนี้ไปขายที่ตลาดหรือขอรับ” จื่อเซวียนถามออกมาด้วยความสงสัย เพราะไข่มากมายขนาดนี้เป็นไปไม่ได้ที่ท่านแม่จะยอมให้เก็บเอาไว้กินเอง

“ขายสิ ต้องขายแน่นอน แต่ไม่ใช่ขายไข่สด เอาไว้พี่สาวจะทำของอร่อยให้พวกเจ้ากิน”

“จริงหรือขอรับ แต่ว่าทางท่านแม่เล่า ท่านแม่จะยอมให้กินไข่มากมายขนาดนี้ได้เยี่ยงไร” อี้เฉินน้อยยืนเอามื้อเท้าเอว คิ้วขมวด ครุ่นคิด

“เรื่องนี้เอาไว้เป็นหน้าที่ของพี่สาวเช่นข้า ตอนนี้พวกเรากลับบ้านกันก่อนเถอะ ท่านแม่จะไม่ได้ไม่เป็นห่วง”

“ขอรับ”

สี่พี่น้องเดินกลับบ้านพร้อมกับไข่เป็ดป่า ในตอนที่พวกเขากลับถึงบ้านก็เห็นท่านแม่กำลังรดน้ำผักอยู่หลังบ้าน ส่วนท่านพ่อกำลังนั่งตรวจการบ้านของเด็ก ๆ อยู่ที่โต๊ะหินใต้ต้นอู่ถงหน้าบ้าน

“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกเรากลับมาแล้วขอรับ ท่านแม่ ท่านแม่ท่านดูสิว่าพี่หญิงใหญ่พาพวกเราไปทำอันใดมา” เสียงสดใสของหานอี้เฉินดังขึ้นทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ลานบ้าน

“เจ้าลูกคนนี้ เอะอะเสียงดังอันใดกัน ท่านพ่อของเจ้ากำลังตรวจการบ้านนักเรียนอยู่นะ”

“ท่านแม่ ก็ข้าดีใจนี่ขอรับ ท่านแม่ดูสิ ไข่เป็ดป่าเยอะมากเลย”

“พวกเจ้าไปขุดรังเป็ดป่ามารึ เหตุใดถึงได้มีไข่มากมายถึงเพียงนี้”

“ไม่ได้ไปขุดรังเป็ดเสียหน่อย ข้าก็แค่พาน้องชายไปค้นหาแถวริมลำธารก็เท่านั้นเอง”

“เอาล่ะ ไข่พวกนี้ลูกวางแผนจะทำเช่นไร เรื่องนี้แม่จะไม่ยุ่ง ยกให้ลูกจัดการเอง”

“ท่านแม่จะไม่แบ่งไข่ไปขายหรือเจ้าคะ”

“ไม่ล่ะ เจ้าอยากทำอันใดก็ทำเถอะ”

หลังจากได้รับการอนุญาตจากมารดา หานจื่อเยว่ก็ให้น้องชายช่วยกันล้างทำความสะอาดไข่เป็ดป่า ล้างเสร็จแล้วก็เช็ดให้แห้งและวางผึ่งลมเอาไว้ นางแบ่งไข่เป็ดออกเป็นสองสองส่วน ส่วนหนึ่งเก็บเอาไว้ทำอาหารให้ครอบครัว อีกส่วนนางจะทำไข่ดองเกลือห้ารส หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าไข่เค็มสมุนไพร

หานจื่อเยว่ให้หานจื่อเซวียนล้างไหผักดองที่ไม่ได้ใช้แล้ว หลังจากล้างไหสะอาดดีแล้ว ก็ทำความสะอาดไหด้านในด้วยเหล้าแรงเพื่อฆ่าเชื้อ นางเรียงไข่ใส่ไหเอาไว้จนเต็มทั้งสามไห

หลังจากนั้นก็หันไปต้มน้ำเกลือใส่ใบกระวาน โป๊ยกั๊ก อบเชย ฮวาเจียว ต้มให้เดือดจนเกลือละลายดี จากนั้นวางพักไว้ให้เย็นแล้วจึงนำมาเทใส่ในไหที่ใส่ไข่เป็ดเอาไว้

เมื่อเติมน้ำเกลือแล้วหานจื่อเยว่นำชามเล็ก ๆ มาวางทับลงบนไข่เพื่อกดให้ไข่จมลงไปในน้ำเกลือทุกฟอง ปิดปากไหก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย จากนี้ไปเจ็ดวันนางจะทำการเปิดปากไหแล้วเติมเหล้าแรงลงไป ปิดปากไหแล้วนำไปตั้งตากแดดเอาไว้ พอครบสิบห้าวันก็จะได้ไข่เค็มสมุนไพรที่มีไข่แดงมันเยิ้มแสนอร่อยเอาไว้กินกับข้าวต้มหรือโจ๊ก

หลังจากทำไข่ดองเค็มเรียบร้อยแล้ว หานจื่อเยว่ทำไข่ตุ๋นให้กับน้องชายคนเล็ก นอกจากไข่ตุ๋นแล้วนางยังทำไข่ผัดต้นหอมป่า น้ำแกงไข่ใส่ต้นหอมซอย

ถึงแม่หลินซือหลิงจะรู้สึกปวดใจที่เห็นบุตรสาวทำอาหารมากมายในครั้งเดียว แต่นางกลับไม่ได้กล่าวตำหนิหานจื่อเยว่แม้แต่น้อย นางเพียงคิดว่าบุตรสาวโตแล้วมีความคิดเป็นของตนเอง อีกทั้งนางไม่ได้ทำอันใดที่เกินไป ไข่เป็ดป่าก็เป็นนางที่ไปหามา คนเป็นแม่อย่างนางก็ไม่มีอันใดต้องพูดอีก

วันนี้เป็นวันที่บ้านสกุลหานมีอาหารที่ทำจากไข่เต็มโต๊ะ วันนี้พวกเขาได้กินอาหารดีกว่าวันปีใหม่เสียอีก หานอี้เฉินคิดในใจว่าต่อไปนี้ไม่ว่าพี่สาวของเขาจะไปที่ใดเขาจะต้องตามไปด้วยทุกที่ เพราะการตามพี่สาวไปเท่านั้นถึงจะได้กินอาหารเลิศรส

หลังจากกินมื้อเย็นแล้ว หานเยี่ยนโจวก็กำชับให้บุตรชายเริ่มหันมาตั้งใจเรียน เพราะตอนนี้ฤดูเพาะปลูกได้ผ่านไปแล้ว งานในนาก็ไม่มีอันใดให้ทำมากมาย ตอนนี้ถึงเวลาที่จะต้องหันมาสนใจการเรียนและตั้งใจขยันหมั่นเพียรให้มากขึ้น

“งานในนาไม่มีอันใดที่ต้องทำแล้ว พวกเจ้าทั้งสามคนพรุ่งนี้ให้เข้าเรียนพร้อมกับเด็กในหมู่บ้าน ส่วนงานอื่น ๆ ให้มารดากับพี่สาวของพวกเจ้าเป็นผู้รับผิดชอบ เข้าใจหรือไม่”

“พวกข้าเข้าใจขอรับท่านพ่อ พวกข้าจะตั้งใจเรียนให้ดี จะไม่ทำให้ท่านกับท่านแม่ผิดหวัง” หานจื่อเซวียนตอบรับคำบิดา

“ท่านพ่อ ท่านแม่ พรุ่งนี้ลูกจะลองขึ้นไปบนภูเขาดู เผื่อว่าจะได้ของกินติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง”

“เยว่เอ๋อร์ บนภูเขาอันตรายนัก เจ้าจะขึ้นไปทำอันใด”หานเยี่ยนโจวตกใจเมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกสาวพูด

“เยว่เอ๋อร์ บนภูเขามีสัตว์ร้ายเจ้าจะไปทำอันใด ปีที่แล้ว ท่านลุงโจวถูกเสือกัดตาย เจ้ายังจำได้หรือไม่”

“ท่านแม่ ข้าทราบเจ้าค่ะ แต่จะให้ข้าอยู่เฉย ๆ ไม่ได้หรอกนะเจ้าคะ ข้าตั้งใจจะหาของป่าไปขายหาเงินให้น้องชายเรียนหนังสือ”

“น้องชายของเจ้ามีท่านพ่อของเจ้าคอยสั่งสอนอยู่แล้ว”

“ท่านแม่ ท่านพ่อเจ้าคะ ข้าอยากให้น้องชายเข้าเรียนที่สถานศึกษาในอำเภอเจ้าค่ะ ไม่ใช่ว่าท่านพ่อจะไม่สามารถสอนได้ แต่ข้าอยากให้น้องชายออกไปดูโลกภายนอกหมู่บ้านบ้างเจ้าค่ะ จะได้หูตากว้างไกลขึ้นบ้าง”

“เช่นนั้นเจ้าก็ไปเถอะ แต่อย่าเข้าไปในป่าลึก เจ้าโตแล้ว พ่อหวังว่าเจ้าจะทำอันใดก็ให้คิดให้ดีเสียก่อน”

“ขอบคุณท่านพ่อเจ้าค่ะ ข้าจะจดจำคำสอนของท่านพ่อเอาไว้ ข้าจะไม่ทำอันใดให้ตัวเองต้องตกอยู่ในอันตรายเด็ดขาดเจ้าค่ะ”

หานเยี่ยนโจวมองหน้ากันกับภรรยา เขาเพียงแต่รู้สึกว่าหลังจากที่ลูกสาวถูกผลักลงไปในน้ำ หลังจากที่นางไข้ขึ้นสูงในวันนั้น พอนางหายจากอาการป่วยก็เหมือนกับนางกลายเป็นคนละคนไปเลย นิสัยของนางเมื่อก่อนดูเป็นคนพูดน้อย ขี้อาย แต่ตอนนี้นางกลับเต็มไปด้วยพลังและมีความมั่นใจ ไม่หลงเหลือบุคลิกของคนขี้ขลาดอีกต่อไป

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel