ตอนที่หนึ่ง คราเดียวจะหายอยากได้อย่างไร
ตอนที่หนึ่ง
คราเดียวจะหายอยากได้อย่างไร
แสงอาทิตย์สาดส่องต้องผ้าม่านแพรโปร่งซึ่งพลิ้วไหวเบาๆ สะท้อนอยู่บนพื้นไม้ในห้องนอนซึ่งอยู่เยื้องไปทางด้านหลังของจวนใหญ่
บนเตียงนอน ‘ถังอวี้ถิง’ คุณหนูห้าซึ่งเกิดจากอนุไร้ความสำคัญคนหนึ่งแห่งจวนเจ้ากรมการค้าสกุลถังนอนซมอยู่บนเตียงมาตั้งแต่เช้ามืด
ร่างบางทอดกายเหยียดยาวอย่างอ่อนแรง แขนเรียวข้างหนึ่งยกขึ้นวางพาดหน้าผาก ดวงตากลมโตทอดมองเพดานอย่างไร้จุดหมาย
ยามนี้แววตาที่ควรจะเปล่งประกายสดใสตามวัยกลับเต็มไปด้วยความหนักอึ้ง ริมฝีปากเม้มแน่นคล้ายกำลังครุ่นคิดเรื่องบางอย่างที่ไม่อาจหาคำตอบโดยง่าย
เสียงลมพัดต้นไม้ดอกไม้นอกหน้าต่างเสียดสีกันเป็นท่วงทำนองชวนเศร้า เสียงนั้นประหนึ่งตอกย้ำความสับสนในใจของหญิงสาวซึ่งไม่อาจปล่อยวาง
เพียงชั่วครู่ นางก็เลื่อนสายตาไปยังโต๊ะเล็กด้านข้างซึ่งยังคงวางงานปักที่ทำค้างมาหลายวัน
รอยเข็มกับเส้นไหมยังคงไม่เสร็จสมบูรณ์ คล้ายสะท้อนความรู้สึกของนางที่ไม่ว่าเมื่อใดก็ไม่อาจเอื้อมถึงหัวใจของชายคนนั้น
มองไปอีกหน่อย ถุงหอมเล็กปักลายกลีบเหมยยังห้อยแกว่งไกวช้าๆ นั่นคือของขวัญที่นางตั้งใจทำด้วยมือตนเอง เพื่อมอบให้กับเขา...บุรุษผู้อยู่ในใจของนาง
แต่ยามนี้เขากลับโกรธเคืองด้วยความเข้าใจผิดโดยไม่ยอมรับฟังถ้อยคำใดๆ จากนางทั้งนั้น ไม่ยอมมอบความอ่อนโยนให้กับนางอย่างที่เคยเป็น
ร่องรอยแดงที่ประทับอยู่บนผิวขาวเนียนทั้งเนินอก ลำคอและเต้าหู้นุ่มล้วนเป็นหลักฐานที่มองเห็นได้อย่างเด่นชัด
อีกทั้งคราบน้ำขาวขุ่นที่ยังคงค้างคาไหลออกมาจากร่องกลางกายบ่งบอกได้อย่างดีว่าเมื่อคืนนางผ่านเรื่องใดมาบ้าง
เพียงมองถุงหอมที่โยกไหว หัวใจของถังอวี้ถิงก็ไหวสะท้านอดหลั่งน้ำตาแห่งความน้อยใจออกมาไม่ได้
“หยูเกอเกอ เหตุใดไม่เชื่อกันบ้าง”
คำตัดพ้อเอ่ยออกมาอย่างเสียใจเมื่อคิดว่าความหวังที่ครั้งหนึ่งเคยหนักแน่นบัดนี้คล้ายเส้นไหมบางเบาที่พร้อมจะขาดสะบั้นได้ทุกเมื่อ
ดวงตางดงามที่ทอดมองสิ่งของเล็กน้อยเหล่านั้นพลันหม่นหมองลง ริมฝีปากเม้มแน่นกลั้นสะอื้น
ต่อให้นางจะพยายามเอื้อมมือส่งมอบความรู้สึกจากใจจริงมากเพียงใด สุดท้ายแล้วปลายทางอาจมีเพียงความว่างเปล่าที่รออยู่เท่านั้น
“คุณหนู ตื่นหรือยังเจ้าคะ?” เสียงสาวใช้เรียกเบาๆ อยู่ที่หน้าประตูทำให้ร่างบางจำต้องส่งเสียงเอ่ยตอบ
“วันนี้ข้ารู้สึกไม่ค่อยดี ขอนอนต่ออีกหน่อย อาชุน เจ้าไปเรียนท่านพ่อให้ด้วยว่าเมื่อคืนข้าโดนน้ำค้างและเหนื่อยเกินไปจึงรู้สึกอ่อนเพลีย แต่ไม่ต้องตามหมอนะ เพียงขอพักอีกหน่อยเท่านั้น” ถังอวี้ถิงรีบกำชับด้วยไม่อยากให้เกิดเรื่อง
“เจ้าค่ะ เช่นนั้นอีกครู่บ่าวจะยกโจ๊กมานะเจ้าคะ” เสียงสาวใช้ประจำตัวเดินห่างออกไปทำให้ถังอวี้ถิงพ่นลมหายใจออกมาคราหนึ่งก่อนจะนอนครุ่นคิดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนด้วยไม่อาจลืมได้ลง
