บทที่1 ชายแปลกหน้า 3
กลางดึกคืนนั้นขณะเพื่อนๆของอนาตาเซียกำลังพักผ่อนด้วยความเหนื่อยล้าเธอก็ได้นั่งอยู่บนเตียงนอนพร้อมหยิบสมุดบันทึกออกมาจากกระเป๋าสาวน้อยเตรียมตัวที่จะจดสิ่งที่เจอมาวันนี้ลงไปในสมุดเพื่อทบทวนเรื่องต่างๆตามปกติแต่แล้วในขณะที่เธอกำลังหาสมุดอยู่นั้นเธอก็ได้พบกับจดหมายฉบับหนึ่งในกระเป๋าของเธอ
“นี่จดหมายอะไรเนี่ย” หญิงสาวหยิบจดหมายฉบับนั้นออกมาและเปิดดูทันทีหลังจากอ่านข้อความด้านในหญิงสาวก็ลุกออกมาจากเตียงนอนและเตรียมตัวออกไปด้านนอกอย่างรวดเร็ว
ตอนแรกอนาตาเซียกะจะชวนเพื่อนของเธอไปด้วยเพราะเธอเองก็ยังไม่คุ้นเคยกับที่นี่เท่าไหร่ แต่เมื่อเธอมองไปที่เตียงก็พบว่าเพื่อนของเธอได้นอนหลับไปหมดแล้วเธอจึงไม่อยากรบกวนใครและการไปครั้งนี้มันก็ค่อนข้างอันตรายเธอจึงตัดสินใจออกไปคนเดียว อนาตาเซียเดินทางมาจนถึงสุสานที่ห่างไกลจากผู้คนแล้วเธอก็เดินเข้าไปด้านในนั้นทันที
“โอลิเวียมันเข้าไปในสุสานแล้ว” ไครีย์ที่ยืนข้างๆเพื่อนๆของตนเอ่ยขึ้นตอนนี้ทั้งสามกำลังแอบอยู่หลังโชดหินใหญ่เพื่อยืนดูอนาตาเซียที่เดินเข้าไปในสุสานด้วยความสะใจ
“ฮึ ดูท่าครั้งนี้แกจะเสร็จฉันแล้ว” โอลิเวียกล่าว
“แล้วเราจะทำยังไงต่อ” วิกตอเรียถาม
“เราก็ปล่อยให้มันหลงอยู่ในนี้รอให้ทุกคนรู้ว่ามันหายตัวไปเดี๋ยวก็ออกมาตามหากันเองแต่ว่ากว่าจะออกมาได้มันคงจะกลัวผีจนเป็นบ้าไปแล้วก็ได้” ไครียกล่าว
“เอาล่ะสาวๆพวกเราไปกันเถอะ” โอลิเวียกล่าวและเดินนำทุกคนไปอย่างสบายอารมณ์ ส่วนทางด้านอนาตาเซียก็เดินหลงอยู่ในสุสานจนไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหนแล้ว
“ทำไมยิ่งเดินยิ่งหาจุดสิ้นสุดไม่ได้นะ แล้วถ้าที่นี่มีลูซิเฟอร์อยู่พวกนั้นก็น่าจะรู้ตัวแล้วว่ามีผู้บุกรุกทำไมตอนนี้ยังไม่โผล่ออกมาอีก” อนาตาเซียคิดในใจขณะเดินอยู่ในสุสานอย่างตั้งใจแต่มันกลับทำให้เธอยิ่งสงสัยขึ้นเรื่อยๆ
อนาตาเซียเดินมาไกลจากทางเข้ามากก่อนจะเจอหินรูปร่างประหลาดก้อนหนึ่งเธอก้มลงไปหยิบมันขึ้นมาดูด้วยความสงสัยพร้อมกับพูดกับก้อนหินสองคน “ทำไมหินก้อนก้อนนี้ถึงได้มีรูปร่างแปลกๆแบบนี้นะ” แต่มันก็ดูแปลกดี
ขณะนั้นเองอนาตาเซียที่กำลังยืนมองก้อนหินอยู่ก็รู้สึกเสียวสันหลังเหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่ด้านหลังของตนแต่แล้วเมื่อเธอหันกลับไปเธอก็ไม่พบอะไรเลยนอกจากลมและหลุมฝังศพ “ดูท่าที่นี่คงจะน่ากลัวกว่าที่เราคิด” อนาตาเซียกล่าว
ตลอดทางเดินอนาตาเซียมีความรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าที่นี่มีอะไรแปลกๆเธอรู้สึกเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างกำลังจ้องมองและตามเธออยู่ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกกลัวมากกว่าเดิมและเริ่มคิดที่จะหาทางออกจากที่นี่
“พวกนั้นต้องไม่ได้อยู่ที่นี่แน่สงสัยการมาครั้งนี้คงจะต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลเรารีบออกไปจากที่นี่ดีกว่า” พูดจบอนาตาเซียก็เริ่มเดินหาทางออกทันทีแต่ไม่ว่าเธอจะเดินไปหางไหนเธอก็ไม่สามารถหาทางออกได้เลยมิหนำซ้ำหมอกควันที่นี่ก็เริ่มหนาขึ้นเรื่อยๆรวมถึงบรรยากาศที่เย็นยะเยือกก็สงผลให้อนาตาเซียรู้สึกหนาวขึ้นมาทันที
อนาตาเซียเดินอยู่ในสุสานหลายชั่วโมงแต่ก็ยังหาทางออกไม่ได้เธอจึงนั่งลงที่โขดหินด้วยความเหนื่อยล้าจนเวลาก็ผ่านไปจนถึงตอนเที่ยงคืนอยู่ๆอนาตาเซียก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดิน
“เอ๊ะ ! เสียงใครเดินอยู่ใกล้ๆแถวนี้กันเวลานี้ยังจะมีคนเดินอยู่แถวนี้ด้วยหรอ” อนาตาเซียพูดด้วยความสงสัย และลุกขึ้นยืนทันทีเธอพยายามฟังอย่างตั้งใจว่าเสียงฝีเท้าที่กำลังเดินอยู่ตรงไปที่ไหนเธอเดินตามเสียงนั้นไปเรื่อยจนพบกับชายคนหนึ่ง ทันทีที่เขาพบกับอนาตาเซียเขาก็ถามอนาตาเซียด้วยท่าทีแปลกใจทันที
“เธอมาทำอะไรที่นี่”
อนาตาเซียค่อยๆเงยหน้ามองเขาอย่างช้าๆและทันทีที่เธอรู้ว่าเขาเป็นใครเธอก็รู้สึกทั้งโลงใจและแปลกใจที่เห็นเขา
“นายเองหรอ” อนาตาเซียกล่าวพร้อมกับเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขาทันทีเธอพบว่าเสียงฝีเท้าที่เธอได้ยินคือเสียงฝีเท้าของคาเลียตชายหนุ่มแวมไพร์ที่เธอเคยพบที่ห้องสมุดเล็กนั่นเอง “นายมาทำอะไรที่นี่”
“ฉันมากกว่าที่ต้องเป็นคนถามคำถามนี้” คาเลียตตอบ “เอาล่ะรีบออกไปจากที่นี่เถอะ” คาเลียตพูดและเดินนำหน้าอนาตาเซียไปทันที
“ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากออกไปนะแต่ฉันเดินมาจนค่อนคืนแล้วยังหาทางออกไม่ได้เลย”
“ฉันจะพาเธอออกไปจากที่นี่เอง” คาเลียตตอบแล้วเดินนำหน้าเธอไปด้วยความรวดเร็ว
“นายรู้ทางหรอ” อนาตาเซียที่เดินตามหลังคาเลียตมาถามด้วยท่าทีสงสัย
“เธอเข้ามาในนี้ได้ยังไง”
คาเลียตไม่ตอบคำถามของเธอแต่กลับถามเธอกลับอย่างไม่ค่อยสนใจคำถามที่เธอถามสักเท่าไหร่
“ก็...บังเอิญเดินหลงทางเข้ามาน่ะ ว่าแต่นายเถอะมาได้ยังไงนายยังไม่ตอบฉันเลย”
“ครอบครัวของฉันเป็นคนดูแลสุสานนี่”
“จริงหรอ ถ้าอย่างนั้นถ้ามีอะไรเกิดขึ้นนายก็จะรู้อย่างนั้นหรอ”
“ใช่ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นหรือมีผู้บุกรุกนกฮูกที่คอยเฝ้าสุสานจะมาส่งข่าว”
“แล้วนายเจออะไรที่ไม่ปกติรึเปล่า”
“อะไรที่ไม่ปกติน่ะหรอ ตอนนี้ก็ไม่มีนะนอกจากเธอนี่แหละ”
“ฉันหรอ ฉันทำไม”
“ก็คนปกติที่ไหนจะเข้ามาในสุสานนี่กัน”
“ก็ฉันหลงทาง”
“เธอเดินหลงทางตั้งแต่ที่พักมาจนถึงสุสานเลยหรอ ไกลขนาดนี้เนี่ยนะ”
“นายรู้ได้ยังไงว่าที่พักของฉันไกลจากที่นี่”
“ฉันเป็นรุ่นพี่ของเธอนะฉันเองก็เคยมาทัศนศึกษาที่นี่เมื่อปีที่แล้วเหมือนกันฉันจะไม่รู้ได้ยังไง”
“แล้วตอนนี้นายมาทำอะไรที่นี่ทำไมไม่อยู่ที่โรงเรียนสตาเดเฟีย”
“ฉันมาทำธุระที่บ้าน”
“บ้าน”
“ใช่ บ้านฉันอยู่ริมผาตรงนั้นน่ะ” คาเลียตตอบแล้วชี้ไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ที่ริมหน้าผาสูงบนหน้าผาที่กว้างใหญ่โอบล้อมคฤหาสน์หลังนี้เอาไว้ มันคือคฤหาสน์เก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริมหน้าผาติดกับทะเลสาบพร้อมมีวิวและทิวทัศน์มากมายรอบๆหน้าผาแห่งนั้น
“ไม่ยักรู้ว่านายอยู่ที่หมู่บ้านนี้”
ทั้งสองเดินออกมาจากสุสานได้อย่างปลอดภัยและคาเลียตก็ตั้งใจว่าจะเดินไปส่งเธอยังสถานที่พักเอง
“เธอว่าที่นี่เป็นยังไง”
“ก็สวยดีไม่เหมือนใครแล้วก็ดูลึกลับนิดหน่อย”
“หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านเก่าแก่และเป็นบ้านเกิดของฉันถ้าเธออยากรู้อะไรก็มาถามฉันได้ฉันอยู่ที่นี่อีกหลายวัน”
“จริงหรอ แล้วนอกจากสถานที่ที่อาจารย์พาไปแล้วมีที่ไหนอีกไหมที่น่าไป”
“มีสิ”
“แล้วถ้าฉันอยากไปฉันจะไปได้ยังไง”
“เดี๋ยวฉันจะเป็นคนอาสาพาเธอไปเองยังไงวันหนึ่งอาจารย์ก็พาไปได้ไม่กี่ที่หรอกเพราะคนมันเยอะ วุ่นวาย เอาเป็นว่าถ้าเธอว่างและอยากออกไปเที่ยวเมื่อไหร่เป่านกหวีดนี่ก็แล้วกัน แล้วฉันจะรีบมาหาเธอทันที” คาเลียตตอบและยื่นนกหวีดอันหนึ่งให้กับอนาตาเซีย
“ตกลง”
“เอาล่ะตอนนี้ใกล้ถึงที่พักของเธอแล้วต่อไปอย่าหลงเข้าไปในสุสานอีกล่ะ”
“รู้แล้วน่า” อนาตาเซียตอบและเดินเข้าไปยังที่พักของตน
