บทที่ 1 ชายแปลกหน้า 2
ห้องน้ำโรงเรียนสตาเดเฟีย
หลังจากทำธุระเสร็จแล้วอนาตาเซียที่กำลังยืนล้างมืออยู่หน้าอ่างล้างมือก็บังเอิญพบกับพวกของโอลิเวียด้วยความบังเอิญ
“อ่าว อนาตาเซียเธอเองหรอ” เสียงโอลิเวียพูด
ทักทายพร้อมเดินเข้ามาในห้องน้ำและเห็นอนาตาเซียที่กำลังล้างมืออย่างรวดเร็ว อนาตาเซียทำเพียงแค่หันไปมองแต่ก็ไม่พูดอะไร
“จะว่าไปแล้วช่วงนี้ไม่ได้เจอเธอเลยนะ เป็นไงจ๊ะช่วงนี้ไปยุ่งเรื่องของใครบ้างล่ะ” ไครีย์ที่เดินมายืนอยู่ข้างโอลิเวียพูดเสริม อนาตาเซียยังไม่สนใจทำเหมือนไม่ได้ยินอะไรและเตรียมตัวเดินออกไปจากห้องน้ำทันที
“จะรีบไปไหนล่ะ ไม่อยู่คุยกับพวกเราก่อนหรอ” วิกตอเรียกล่าวแล้วเดินมาขวางอนาตาเซียเอาไว้
“ไม่ล่ะฉันไม่มีรสนิยมชอบคุยกับใครในห้องน้ำ” อนาตาเซียตอบ
“นี่” ยังไม่ทันที่โอลิเวียจะได้หาเรื่องต่ออนาตาเซียก็รีบเดินออกไปทันที “ฝากไว้ก่อนเถอะครั้งต่อไปแกเจอดีแน่” โอลิเวียพูดด้วยความโมโห
“โอลิเวียเธอว่าพวกเราลองใช้วิธีนี้ดีไหม” ไครีย์ออกความเห็นพร้อมแสดงท่าทีเหมือนคิดแผนการอะไรบางอย่างออก
“วิธีอะไร” โอลิเวียตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์เท่าไหร่
“ก็วางแผนแกล้งมันยังไงล่ะ” ไครีย์พูดต่อ
“แล้วเธอมีแผนอะไร” โอลิเวียถามกลับอีกครั้ง
“พรุ่งนี้พวกเราจะต้องเดินทางไปทัศนศึกษา ที่นั่นน่ะมีสุสานอยู่ที่หนึ่งซึ่งมันเป็นสุสานเก่าแก่และมีทางที่ลึกลับซับซ้อนมากพวกเราก็แกล้งส่งจดหมายบอกว่าที่นั่นน่ะเป็นที่อยู่ของลูซิเฟอร์เพื่อหลอกให้อนาตาเซียไปที่นั่นแล้วก็หลงอยู่ในนั้นดูสิว่าคราวนี้มันจะออกมายังไง”
“ความคิดของเธอไม่เลวเลยทีเดียว แต่ทำไมต้องเป็นเรื่องของลูซิเฟอร์ด้วยล่ะ” โอลิเวียถามด้วยความสงสัย
“เธอก็รู้ว่าอนาตาเซียสนใจเรื่องนี้มันหมกมุ่นกับเรื่องนี้จะตายไม่รู้ว่าสมองปกติรึเปล่าวันๆเอาแต่คุยเรื่องลูซิเฟอร์ ถ้าเราส่งเรื่องนี้ไปแน่นอนว่าถ้าเขียนจดหมายไปแบบนั้นอนาตาเซียต้องรีบออกไปที่สุสานแน่” ไครีย์ตอบ
“ใช่ ฉันก็คิดแบบนั้นคนบ้าๆแบบมันชอบกุเรื่องไปทั่ว” วิกตอเรียพูดเสริม “ดูท่ามันคงจะคิดว่าตัวเองเป็นคนสำคัญของแดนเวทมนตร์ทำเป็นช่วยคนอื่นไปทั่ว ก็แค่อยากมีชื่อเสียงอยากเรียกร้องความสนใจก็เท่านั้นทำเป็นหัวหมอกุเรื่องลูซิเฟอร์กำลังจะฟื้นคืนชีพไปบอกคนอื่น ใครกันที่โง่เชื่อคนแบบนี้”
“ใช่ ฮึ ดูท่าครั้งนี้พวกเราสนุกแน่ แต่เธอแน่ใจนะว่ามันจะหลงอยู่ในสุสานนั่นจริงๆ” โอลิเวียถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
“สุสานนั่นมีแต่คนที่เป็นผู้ดูแลเท่านั้นที่รู้ทางเพราะมันเป็นสุสานเก่าแก่มีคนเคยเข้าไปหลงทางอยู่ในนั้นอยู่หลายคนว่ากันว่าผู้ที่หลงทางหายตัวไปจนต้องมีผู้คนใช้เวลา 3 วันตามหากว่าจะเจอ”
“มันน่ากลัวแค่ไหน” โอลิเวียถามต่อ
“ก็ถ้าสำหรับคนอายุเท่าเราก็อาจทำให้ไม่กล้าออกไปไหนคนเดียวอีกเลยหรือไม่ก็กลัวความมืดไปตลอดชีวิต”
“กลัวความมืดหรอ”
“ใช่ ในสุสานนั้นจะมีบรรยากาศเย็นยะเยือกที่น่ากลัวบางคนบอกว่ามันมีภายลวงตา และความน่ากลัวก็มากกว่าสุสานธรรมดาหลายเท่า” ไครีย์ตอบ
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีมันจะได้ไม่กล้าออกมาอวดเก่งอีก” โอลิเวียพูดพร้อมยิ้มออกมาอย่างซ่ะใจ
หมู่บ้านฟาเรนเดีย
“เอาล่ะเด็กๆทุกคนตอนนี้พวกเรามาถึงหมู่บ้านเรียบร้อยแล้วทางด้านซ้ายเป็นที่พักของพวกเธอจำได้ใช่ไหมว่าเราจะมาทัศนศึกษาที่นี่ 7 วัน ตอนนี้เอาสัมภาระของพวกเธอไปเก็บให้เรียบร้อยแล้วออกมารวมกลุ่มที่ตรงนี้” หนึ่งในอาจารย์ผู้ดูแลการออกมาทัศนศึกษาครั้งนี้เอ่ยขึ้นหลังจากนั้นเด็กทุกคนก็นำสัมภาระของตนไปเก็บทันที
เมื่อทุกคนนำสัมภาระไปเก็บเรียบร้อยทุกคนก็มารวมกลุ่มกันตามคำสั่งของอาจารย์ที่ได้แจ้งเอาไว้ก่อนหน้านี้ ขณะนั้นเองไครีย์ก็อาศัยจังหวะเผลอแอบนำซองจดหมายไปใส่เอาไว้ในกระเป๋าสะพายของอนาตาเซียโดยอนาตาเซียเองก็ไม่รู้ตัวเพราะตอนนี้เธอสนใจในการมาทัศนศึกษามากกว่าสิ่งรอบข้าง
การมาทัศนศึกษาครั้งนี้ทำให้ทุกคนต่างสนุกสนานกับที่นี่มากเพราะนอกจากจะมีหลายสิ่งหลายอย่างให้เด็กๆหลายคนได้เรียนรู้แล้วการสร้างหมู่บ้านของที่นี่ก็แตกต่างไม่เหมือนใครโดยหมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ในส่วนหนึ่งของเมืองสตาทิสเมื่อมาที่นี่จะรู้สึกเหมือนต้องสมต์สะกด
หมู่บ้านแห่งนี้มีบ้านหลังเก่าๆสไตล์โบราณอันเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นธรรมชาติ พร้อมทั้งมีรั่วบ้านตั้งเรียงแถวยาวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย นอกจากรอบข้างจะรายล้อมไปด้วยธรรมชาติ ต้นไม้ใบหญ้าสีเขียวแล้ว
บรรยากาศก็ยังร่มรื่นและเงียบสงบ ทำให้ผู้ที่มาเยือนรู้สึกสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเมืองได้อย่างเป็นเอกลักษณ์อีกทั้งยังมีฝูงสัตว์ป่ามากมายที่ชาวบ้านเลี้ยงเอาไว้
ในลำธารแห่งนี้ยังมีปลาแหวกว่ายอยู่ในน้ำอันร่มรื่นเย็นสบาย สร้างความเงียบสงบที่ทำให้การมาครั้งนี้เหมือนการได้ใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายไม่ต้องรีบร้อนหรือแข่งขันกับใคร หลังจากทุกคนจัดแจงทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้วทุกคนก็ทำกิจกรรมร่วมกับชาวบ้านอย่างสนุกสนานก่อนเข้านอนตอนเย็นเพื่อพักผ่อนหลังจากเหนื่อยกันมาทั้งวัน
