บทที่ 2 ท่ามกลางเปลวเพลิงผู้ถือกำเนิดได้ตายจากไปแล้ว
"โอ๊ย...ข้าปวดท้อง" หวังกุ้ยเฟยกล่าวด้วยสีหน้าเหยเก ฝ่ามือโอบประคองครรภ์ของตนด้วยความทะนุถนอม ทว่าความเจ็บปวดกลับแล่นปร้าดเจ็บปวดราวกับไขกระดูกถูกบดขยี้
"แย่แล้ว แย่แล้ว พระโอรสใกล้ประสูติแล้ว" เสียงบ่าวคนสนิทลี่อินโพล่งขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก นางบีบฝ่ามือของหวังอิ้งเยว่เอาไว้เพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดแก่ผู้เป็นนาย ซึ่งเพลานี้กำลังนอนหอบหายใจอยู่บนเตียงขนาดกว้าง หยาดเหงื่อผุดพรายเสียจนเปียกชื้น
"พวกเจ้า เร่งไปตามหมอหลวงมาเร็ว หวังกุ้ยเฟยกำลังจะให้ประสูติพระโอรสแล้ว" นางตวัดสีหน้ามองเบื้องหลัง พลางกล่าวด้วยอาการร้อนรน
"เจ้าค่ะ!" นางกำนัลต้นห้องจึงสาวเท้าฉับจากไปด้วยท่าทีลนลาน
"ฝ่าบาทหวังกุ้ยเฟยกำลังจะให้ประสูติพระโอรสแล้วเพคะ" นางกำนัลเอ่ยหน้าตื่น พลางหมอบอยู่บนพื้นเพื่อกล่าวรายงานต่อผู้เป็นเจ้าเหนือหัว ฝ่ามือหยาบกร้านเปิดอ่านฏีกาอยู่ภายในห้องทรงอักษรอย่างไม่เร่งร้อน เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฮ่องเต้หลี่จิ้งพลันชะงักมือลง
"เจ้าว่าอย่างไรนะ!?" เสียงทุ้มโพล่งออกมาด้วยความตระหนก พลันกระแทกแผ่นฎีกาลงบนโต๊ะดังสนั่น
ปัง!!
นี่ยังไม่ครบกำหนดคลอดด้วยซ้ำ เหตุใดอยู่ ๆ หวังกุ้ยเฟยจึงเกิดอาการปวดท้องกะทันหันเช่นนี้ได้เล่า ถ้าคลอดก่อนเพลา ไม่เท่ากับว่าคำทำนายของโหรหลวงเข้าใกล้ความจริงแล้วครึ่งหนึ่งหรือ และหากพระโอรสทั้งสองที่อยู่ในครรภ์คนใดคนหนึ่งมีอันเป็นไปจริง ๆ เล่า เช่นนั้นฮ่องเต้อาจต้องขับไล่สนมรักพร้อมลูกน้อยให้ระเห็จออกไปยังแดนทุรกันดารหรอกหรือ
"เอ่อ...หวังกุ้ยเฟย ทรงประชวรพระครรภ์[1]เพคะ" นางกำนัลกล่าวอีกคราด้วยอาการประหม่า
แม้สีหน้าของผู้เป็นประมุขกำลังประหวั่นพรั่นพรึงทว่าก็ยังพยายามรักษาอาการเงียบขรึมเอาไว้ เท้าสูงยาวก้าวฉับออกห่างจากบริเวณโต๊ะไม้หยกเนื้อดี ขันทีข้างกายสาวเท้าตามแทบลุกเป็นเพลิง ส่วนนางกำนัลต้นห้องต่างเหลียวมองหน้ากันด้วยอาการหลุกหลิก ทว่าฝ่าเท้ากลับยังมุ่งหน้าเดินเรียงแถวตามหลังจักรพรรดิไปด้วยความเงียบสงบ ภายในใจแต่ละคนล้วนเต้นอึกทึก
.
.
"หวังกุ้ยเฟยเล่า!!" เสียงทุ้มตวาดดังลั่น
"เอ่อ...หวังกุ้ยเฟยอยู่ด้านในเพคะ" นางกำนัลต้นห้องกล่าวด้วยความหวั่นเกรง ยิ่งหวาดกลัวคำพูดของนางยิ่งตะกุกตะกัก
"เหตุใดอยู่ ๆ จึงเป็นเช่นนี้เล่า ข้าจะเข้าไปดูเสียหน่อย!" ฮ่องเต้หลี่จิ้งตั้งท่าบุกเข้าไปด้านในทว่ากลับถูกกล่าวปรามไว้เสียก่อน
"ขอพระราชทานอภัย เพลานี้หวังกุ้ยเฟยกำลังให้ประสูติพระโอรส คงไม่อาจให้ฝ่าบาทเข้าด้านในได้เพคะ" นางกำนัลผู้นั่งโขกศีรษะกล่าวด้วยอาการสั่นเทา
"เจ้ากล้าห้ามข้าอย่างนั้นหรือ!" ฮ่องเต้หลี่จิ้งกล่าวลอดไรฟัน
"หามิได้เพคะ ทว่าเพลานี้หมอหลวงกำลังเร่งดูพระอาการของหวังกุ้ยเฟย เกรงว่าหากพระองค์เข้าไปจะส่งผลให้เกิดความไม่สะดวกเท่านั้นเพคะ" นางกล่าวสุ้มเสียงสั่นเครือ ลมหายใจติดขัดไม่กล้าแม้กระทั่งหายใจแรง พลางก้มหน้ามองพื้นด้วยร่างกายสั่นเทิ้ม
"บัดซบ! หากหวังกุ้ยเฟยเป็นอันใดขึ้นมา ข้าจะบั่นศีรษะพวกเจ้าทุกคน!" ดวงตาคมปลาบกวาดมองธารกำนัลอย่างเหี้ยมเกรียม บรรดาขันทีและนางในทั้งหลายแหล่ต่างหมอบลงไม่กล้าสบตาพลางกล่าวออกมาโดยพร้อมเพรียง
"ฝ่าบาทโปรดเมตตาด้วย" ข้าราชบริพารนับสิบชีวิตต่าง
"ท่านพ่อ หวังกุ้ยเฟยใกล้คลอดแล้วเจ้าค่ะ เช่นนั้นลูกในท้องของนาง..." เสียงแหลมเล็กกล่าวด้วยท่าทีกระหยิ่มยิ้มย่อง
"ลูกของนางย่อมไม่มีทางรอดเป็นแน่ พระองค์อย่าได้เป็นกังวล เพลานี้ข้าส่งเนี่ยนเจินไปเฝ้าดูสถานการณ์แล้ว" หยู่เฉียนฟานกล่าวด้วยสีหน้าราบเรียบ
การที่หวังกุ้ยเฟยเกิดประชวรครรภ์ก่อนกำหนด อันเนื่องมาจากฮองเฮาได้ส่งคนไปวางพิษอาทรจิตลงในเครื่องเสวย หากผู้ใดต้องพิษนั้นเข้าไปภายในไม่กี่ชั่วยาม หญิงตั้งครรภ์จะเกิดอาการร้อนรุ่นจนทนไม่ไหว ราวกับว่าเด็กในท้องกำลังกลืนกินกายของตนเข้าไป มิหนำซ้ำยังส่งผลให้ทารกสิ้นใจตายภายในครรภ์ของมารดาด้วยเช่นเดียวกัน กล่าวโดยง่าย หวังกุ้ยเฟยอาจต้องตายทั้งกลม
อยู่ ๆ ลมหายใจกระหืดกระหอบราวพบเจอสิ่งน่ากลัวพลันตรงรี่เข้ามา เสียงหอบหายใจดังสนั่น หยู่เฉียนฟานได้ยินจึงเตรียมตัวตั้งรับด้วยความระแวดระวัง
"ผู้ใด!?"
"ข้าเองขอรับ" เนี่ยนเจินพยายามหายใจถี่ และปรับลมหายใจของตนให้เข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ใบหน้าของเขาประดับไปด้วยหยาดเหงื่อ พลางยอบกายคุกเข่า ส่วนขาอีกด้านชันขึ้นเพื่อพยุงร่างอันเหนื่อยล้าของตนเอาไว้ไม่ให้ล้มพับลงไป แขนฝั่งซ้ายได้รับบาดเจ็บ โลหิตไหลนองเป็นทางยาว
"เนี่ยนเจิน! นี่เจ้า เกิดสิ่งใดขึ้นกัน?" หยู่เฉียนฟานโพล่งออกมาด้วยความตระหนก
"ใต้เท้าเพลานี้พระสนมให้กำเนิดพระโอรสแล้ว ทั้งสองพระองค์ปลอดภัยดี ทว่าหวังกุ้ยเฟยสิ้นพระชนม์ระหว่างทำคลอดเนื่องจากพระนางต้องการเก็บชีวิตของโอรสเอาไว้ หวังกุ้ยเฟยจึงให้หมอหลวงกรีดพระอุทรของตนเพื่อนำตัวโอรสทั้งสองออกมา พระนางทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงสิ้นใจในที่สุด จู่ ๆ ตำหนักพลันเกิดเพลิงไหม้กะทันหัน ข้าบังเอิญได้ประมือกับชายชุดดำผู้หนึ่ง รูปร่างสูงใหญ่ราวคนต่างแคว้น กำลังลอบเข้าไปภายในตำหนักพระสนม ข้าไม่อาจรับมือคนผู้นั้นได้ วรยุทธ์เขาช่างกล้าแกร่ง คาดว่าชายผู้นั้นคือมือวางเพลิงขอรับ" เนี่ยนเจินร่ายวาจายาวเหยียด ในขณะที่ลมหายใจก็ติดขัดเต็มทน
"หืม...แล้วเช่นนี้โอรสทั้งสองเล่า อยู่ที่ใด?"
"ข้าเองก็ไม่ทันได้เห็นอย่างแจ่มชัด คาดว่าคงถูกไฟคลอกสิ้นพระชนม์พร้อมหวังกุ้ยเฟยไปแล้วขอรับ"
สิ้นประโยคเสียงแหลมเล็กของสตรีพลอยหัวเราะร่วนขึ้นด้วยความชอบใจ "เป็นอย่างไรเล่า อยากเก็บเด็กไว้เช่นนั้นหรือ เห็นหรือไม่สุดท้ายมันก็คือตัวกาลกิณีอย่างแท้จริง มารหัวขนสองตัวถึงขั้นคร่าชีวิตมารดาตน มิหนำซ้ำยังตายตกตามกันไปทั้งแม่ทั้งลูก!"
"ฮองเฮาจะวางใจเพลานี้ยังเร็วเกินไป นั่นอาจเป็นกลลวงของผู้อื่นก็ได้" หยู่เฉียนฟานคิดว่าเรื่องนี้มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลอยู่บ้าง
"หึ! กลลวงใด ข้าไม่สนใจ ไฟไหม้ถึงเพียงนั้น อีกอย่างนางก็ตายไปแล้วมิใช่หรือ" ฮองเฮาหยู่เยียน หัวเราะด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
"พระนางสิ้นพระชนม์ข้าเห็นกับดวงตาตนเอง ทว่าพระโอรสทั้งสองข้ากลับไม่แน่ใจนัก คงต้องตรวจสอบอีกคราตอนรุ่งสางพ่ะย่ะค่ะ"
"ดี! เช่นนั้นก็รอให้ถึงรุ่งสาง จากนั้นเจ้าลอบไปตรวจสอบเสีย ส่วนเพลานี้ข้าจะไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทเสียหน่อย" ฮองเฮาหยู่เยียนกล่าว มุมปากเหยียดยิ้มน้อย ๆ
