บทที่ 6 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด
บทที่ 6 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด
เมื่อบุรุษข้างกายรู้แล้วว่านางเสแสร้ง ดังนั้นจางฟ่านปิงจึงลืมตาขึ้นมา แล้วลุกนั่งโดยไม่คิดจะรักษากิริยาอีกต่อไป ในเมื่อทุกคนรู้ว่านางอ่อนแอ ก็ไม่จำเป็นต้องแสร้งรักษามารยาทของสตรีในวังหลังอีก
“ท่านแม่ทัพ คืนนี้ข้ายอมรับตามธรรมเนียมได้ว่า เราทั้งสองห้ามออกจากห้องหอ แล้วต่อจากนี้ไปล่ะเจ้าคะ เราสองคนจะอยู่กันอย่างไร ท่านรู้หรือไม่ว่าก่อนที่ท่านจะกลับมา สาวใช้ของจวนนี้ไม่เห็นหัวข้าเลย ซึ่งต่อให้ข้าจะเป็นเชลยหรือไม่เป็นเชลย อย่างไรงานแต่งครั้งนี้ก็คือสมรสพระราชทาน เป็นสมรสเชื่อมสัมพันธ์ของสองแคว้น ดังนั้นท่านคิดว่าควรจัดการสาวใช้ ที่ดูจะเหิมเกริมและช่างนินทาข้าซึ่งเป็นองค์หญิงต่างแคว้นอย่างไร”
จางฟ่านปิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยความจริงจังทุกคำ ก่อนอื่นนางจะต้องจัดการสาวใช้ปากดีพวกนี้ก่อน
‘นางมีท่าทีเรียบเฉยมาก ดูไม่เป็นดั่งข่าวลือเลยแม้แต่น้อยยอมรับว่านางสร้างความแปลกใจให้ข้าไม่น้อย’ แม่ทัพหนุ่มครุ่นคิดในใจ ก่อนจะตอบกลับไป
“ท่านคือฮูหยินของข้า ท่านมีสิทธิ์ลงโทษบ่าวในเรือนนี้ทุกคน ต่อจากนี้ท่านจัดการพวกนางได้เลย โดยไม่ต้องบอกข้าหรอก”
“เช่นนั้นหรือ แล้วคนในจวนของท่านเล่า ไหนจะท่านแม่ของท่าน น้องสาวของท่าน แล้วยังมีสหายวัยเด็กที่หมายจะแต่งเข้าจวนนี้ ข้าสามารถจัดการได้ด้วยหรือไม่” จางฟ่านปิงมองหน้าเจ้าของจวนครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวถามขึ้นมา
นั่นทำให้หลี่จงเหอนิ่งไปครู่หนึ่ง เพราะเขาไม่คิดว่าจะเจอคำถามเช่นนี้จึงไม่ได้เตรียมคำตอบไว้
จางฟ่านปิงเห็นเช่นนั้นจึงกล่าวอีกว่า “เช่นนั้นท่านยังไม่ต้องตอบข้าก็ได้ แต่ข้าขอกล่าวกับท่านสักหนึ่งคำ ไม่ว่าเหตุใดก็ตามที่ทำให้เราทั้งสองต้องสมรสกัน ข้ามีเรื่องขอท่านสักหนึ่งเรื่องได้หรือไม่” นางถามแล้วสบตาเขาจริงจัง เพราะเรื่องนี้นับว่าสำคัญมากพอสมควร
“องค์หญิง ท่านกล่าวมาเถิด ท่านจะขอข้าเรื่องอันใด หากไม่หนักหนาเกินไป ข้าย่อมทำให้ท่านอยู่แล้ว” หลี่จงเหอพยักหน้าพร้อมกับเอ่ยอย่างจริงจัง
“หากท่านจะรับอนุหรือสาวใช้ข้างเตียง ข้าขอท่านสักนิดเถิดว่า อย่าให้พวกนางมาวุ่นวายหรือมายุ่งเกี่ยวกับข้า หาไม่แล้วหากเกิดอันใดขึ้นกับพวกนาง ท่านจะมาโทษข้าไม่ได้” น้ำเสียงของนางช่างราบเรียบและเย็นชาเหลือเกินในยามที่กล่าว
และน้ำเสียงนั้นก็ทำให้หลี่จงเหอสะอึกและนิ่งค้างไปทันที ในใจก็คิดว่า ‘นี่นางไม่สนใจข้าขนาดนั้นเลยหรือ ถึงยอมให้ข้ามีอนุหรือสาวใช้ข้างเตียงได้’
“องค์หญิง ท่านกล่าวเช่นนี้ไม่ต่างอันใดกับดูหมิ่นข้า ท่านคิดว่าข้ามีความต้องการเรื่องนั้นมากนักหรือ ข้าตั้งใจแล้วว่ามีท่านเป็นฮูหยินผู้เดียวก็เพียงพอแล้ว” เขากล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
ได้ยินเยี่ยงนี้ จางฟ่านปิงจึงหันมาสบตาเขาทันที นางไม่เข้าใจความหมายที่เขากำลังสื่อ จึงขมวดคิ้วสงสัย
ท่าทางของนางในสายตาชายหนุ่มนั้นช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก จนใบหน้าที่มักเคร่งขรึมและเย็นชา เผลอหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อย และรอคอยว่านางจะกล่าวสิ่งใดอีก
“ท่านหมายความว่า ข้าต้องปรนนิบัติท่านเพียงลำพังเช่นนั้นหรือ ท่านไม่คิดจะมีสตรีนางอื่น ใช่หรือไม่” นางถามด้วยความแปลกใจ สงสัยและตื่นตกใจเล็กน้อย
“ใช่แล้วองค์หญิง ท่านคือฮูหยินของข้า ท่านต้องปรนนิบัติข้าเฉกเช่นภรรยาคนหนึ่ง หรือว่าท่านไม่เต็มใจ” หลี่จงเหอถามพร้อมกับสบตานางอย่างมีความหมาย
“เอ่อ...เช่นนั้นข้าขอเวลาเพื่อปรับตัวสักหน่อย แล้วต่อไปท่านไม่ต้องเรียกข้าว่าองค์หญิงหรอก อย่างไรเวลานี้ข้าก็คือฮูหยินของท่าน ท่านเรียกข้าว่าฟ่านปิงเถิด” นางตอบกลับอย่างไม่เต็มเสียงสักเท่าไร ในใจก็คิดว่า ‘เรื่องปรนนิบัติสามีเอาไว้ก่อน เรื่องนี้ไม่อยู่ในความคิดของ-ข้าเลยแม้แต่น้อย ส่วนเรื่องการเรียกขานและตำแหน่ง ในเมื่อแต่งเข้าจวนแม่ทัพหลี่แล้ว จึงคิดว่าก็ไม่ควรมีตำแหน่งใดระหว่างกัน’
“อืม เช่นนั้นก็เอาตามที่เจ้าว่ามา ส่วนเรื่องอื่นในจวน เจ้าสามารถจัดการได้เลย บ่าวรับใช้คนใดไม่เชื่อฟัง เจ้าจัดการลงโทษหรือขายออกได้ ข้าให้อำนาจเจ้าทั้งหมด ส่วนเรื่องอื่นค่อยหารือกันวันหลัง” หลี่จงเหอตอบกลับไปอย่างผ่อนคลายมากขึ้น
เขามองนางและในใจก็คิดว่า ‘ไม่คิดว่าองค์หญิงผู้นี้จะมีความคิดไม่เหมือนสตรีนางอื่น ดูแล้วนางไม่ได้โง่หรืออ่อนแอ อย่างที่ทุกคนคิดหรือดั่งข่าวลือที่ได้ยินมา เห็นทีต้องมองนางใหม่เสียแล้ว อีกทั้งแคว้นจื่อหลิงโจว คงตาไม่ดีที่ทอดทิ้งนาง’
“ขอบคุณท่านแม่ทัพ เช่นนั้นเราทั้งสองเข้านอนเถิด นี่ก็ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้เช้าจะต้องไปยกน้ำชาให้ท่านพ่อท่านแม่อีก” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนมากขึ้น จากนั้นก็ล้มตัวนอนพร้อมกับหลับตาลง
“ในเมื่อเจ้าบอกว่าเป็นฮูหยินของข้า เช่นนั้นเจ้าเรียกข้าว่าท่านพี่เถิด ไม่ต้องเรียกท่านแม่ทัพเหมือนผู้อื่น อย่างไรเจ้ากับข้าก็สมรสกันแล้ว” เขาเองก็ล้มตัวลงนอน และกล่าวเพียงเท่านั้นก็หลับตาลงเช่นกัน
นั่นทำให้ค่ำคืนเข้าหอนี้ผ่านได้อย่างเรียบง่าย ทั้งสองต่างหลับลึกด้วยความเหนื่อยล้า
