บท
ตั้งค่า

บทที่ 7 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด

บทที่ 7 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด

เช้าวันต่อมา จางฟ่านปิงตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น แต่แล้วกลับต้องสะดุ้งตกใจ เมื่อหันไปเจอสายตาของหลี่จงเหอที่กำลังมองมา

“ท่านพี่ไม่รีบตื่นหรือ มองข้าทำไมกัน” นางเอ่ยถามพร้อมกับส่งสายตาไม่พอใจที่เขาทำให้นางตกใจ ก่อนจะคิดขึ้นมาได้ ‘แต่จะว่าไปแล้วเขาจะมองข้าก็ไม่แปลก เพราะเวลานี้ข้าคือฮูหยินจวนแม่ทัพ’

“หากข้าไม่มองฮูหยินตนเอง แล้วจะให้ข้าไปมองผู้ใด” ชายหนุ่มตอบและส่ายหน้าเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู แล้วรีบลุกขึ้นนั่ง และกล่าวอีกว่า “น้องหญิงเจ้าลุกก่อนเถิด เดี๋ยวต้องมีแม่นมมาเอาผ้าขาว ข้าขอจัดการสักหน่อย”

จางฟ่านปิงฟังแล้วก็พอจะเข้าใจ เนื่องจากเมื่อคืนนางไม่ได้เข้าหอกับเขาอย่างสมบูรณ์ แล้วจะเอาผ้าเปื้อนเลือดมาจากไหน หากไม่ทำปลอมขึ้นมา จึงได้ลุกขึ้นแล้วเดินออกมาจากเตียง

หลี่จงเหอใช้กริชกรีดนิ้วตนเองเล็กน้อย เพื่อให้เลือดไหลหยดลงบนผ้าปูเตียง เมื่อคิดว่าน่าจะไม่มีปัญหาแล้ว จึงตะโกนเรียกสาวใช้ให้เอาน้ำเข้ามา

ชิงชิงและชิงเยว่ที่รออยู่แล้ว จึงเข้ามาพร้อมอ่างน้ำอุ่น สายตาของทั้งสองมองไปที่เตียงเล็กน้อย และเข้าใจว่านี่คงเป็นการสร้างสถานการณ์ เนื่องจากเมื่อคืนไม่มีการเรียกหาน้ำอาบ

จางฟ่านปิงเดินไปหลังม่านเพื่อจัดการล้างหน้าบ้วนปากให้เรียบร้อย แล้วแต่งตัวสมฐานะออกมา เพื่อไปยกน้ำชาให้กับพ่อแม่สามีตามธรรมเนียม

ทั้งสองเดินมายังเรือนกลาง ซึ่งเวลานี้มีผู้ใหญ่และเครือญาติมารออยู่ หลี่จงเหอเดินนำฮูหยินของตนเข้ามา แล้วยกน้ำชาให้กับบิดาก่อน

หลี่โม่ไม่ได้สนใจอันใดมากนัก เขาคิดเพียงว่าไม่ว่าสะใภ้ผู้นี้จะเป็นผู้ใดมาก่อนก็ตาม แต่เมื่อมาอยู่ในแคว้นจงอี้และแต่งเข้าจวนสกุลหลี่แล้ว นางย่อมต้องเป็นคนของสกุลหลี่ เขาจึงยื่นมือไปรับถ้วยชามาอย่างผู้ใหญ่ใจดี

“นี่ของรับขวัญสะใภ้จากข้า รับไว้เถิด” หลี่โม่บอกอย่างอ่อนโยนพร้อมกับส่งของรับไหว้ไปให้สะใภ้

“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ” จางฟ่านปิงยื่นมือไปรับอย่างว่าง่ายเช่นกัน ท่ามกลางสายตาดูหมิ่นของคนทั้งตระกูล

“พี่ใหญ่ ท่านให้ของมีค่ากับนางอย่างนั้น มันจะดีหรือเจ้าคะ” ฮูหยินนายท่านรองเห็นของขวัญแล้วจึงกล่าวอย่างไม่ค่อยพอใจ เพราะยามที่บุตรชายของนางแต่งสะใภ้เข้าจวน บ้านใหญ่ให้ของรับขวัญเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“นี่ลูกสะใภ้ข้า ข้าจะให้อะไรกับนาง เจ้าสอดปากได้ด้วยหรือ น้องรอง เห็นทีเจ้าควรสั่งสอนฮูหยินเจ้าสักหน่อยเถอะ” หลี่โม่กล่าวตำหนิและปรายตามองน้องชายอย่างไม่พอใจ ที่น้องสะใภ้กล้าเอ่ยปากกล่าวเช่นนี้

“พี่ใหญ่ ฮูหยินข้ากล่าวมาผิดเสียที่ไหนกัน สะใภ้ของท่านผู้นี้ถูกแคว้นจื่อหลิงโจวทอดทิ้ง ด้วยการส่งมาแต่งงานกับแม่ทัพอันดับหนึ่งของแคว้น ท่านคิดว่านางควรถูกยกย่องเช่นนั้นหรือ” หลี่ควนกล่าวอย่างไม่พอใจ สายตามองไปที่หลานสะใภ้อย่างดูแคลน

จางฟ่านปิงได้ฟังการโต้เถียงก็ยิ้มเยาะอยู่ในใจ นางมองว่าการอยู่สกุลหลี่แห่งแคว้นจงอี้ คงมีเรื่องสนุกให้ดูทุกวัน ทว่าเวลานี้นางกลับนิ่งเฉย ยอมให้ญาติทางฝ่ายสามีดูหมิ่นจนหนำใจเสียก่อน

“ท่านอารอง ดูเหมือนว่าพวกท่านจะสนใจในตัวฮูหยินของข้าเหลือเกินนะ ข้าเป็นผู้แต่งกับนางยังไม่สนใจเลยว่าแคว้นจื่อหลิงโจวจะทอดทิ้งนางหรือไม่ แต่ถึงถูกทอดทิ้งแล้วอย่างไร อย่าลืมว่าจางฟ่านปิงก็คือองค์หญิง ยศของนางสูงกว่าพวกท่านเสียอีก ดังนั้นการที่พวกท่านเอ่ยถึงนางเช่นนั้น สมควรแล้วหรือ”

หลี่จงเหอกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา แม้เขาจะไม่ได้รักนางในยามนี้ ทว่าเมื่อนางแต่งเข้าสกุลหลี่แล้ว อย่างไรเขาก็ต้องออกหน้าปกป้องฮูหยินของตน อย่างน้อยยามที่เขาต้องไปออกรบ คนในจวนจะได้เกรงใจนางบ้าง

เมื่อชายหนุ่มเอ่ยมาเช่นนี้ แล้วจะมีผู้ใดจะกล้าสอดปากอีก เนื่องจากคนตระกูลหลี่สายรองทั้งหมด ล้วนรู้ถึงนิสัยของแม่ทัพหลี่ผู้นี้ดีว่าเด็ดขาดเพียงใด จึงได้แต่ปิดปากจนสนิท

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel