บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 ตามติด

ดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองเขาอย่างเป็นประกาย ดูราวกับกำลังอ้อนวอนขอให้เขาช่วยพยุงนางขึ้นมาด้วยความเขินอาย

ทุกคนในตำหนักต่างมองทั้งคู่ด้วยรอยยิ้ม สุ่ยรั่วซิงเริ่มร้อนรน แอบส่งสายตาให้สามี

หลงซิงเหย่ชำเลืองมองฮ่องเต้ที่ประทับอยู่เบื้องบน ก่อนจะกระแอมเบาๆ แล้วเอ่ยขึ้น "ชีเฟิ่ง หรือว่าเจ้าดูจนตะลึงไปเสียแล้ว?"

ผู้คนพากันหัวเราะครื้นเครง อวิ๋นชีเฟิ่งก้มหน้ายิ้มน้อยๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วค่อยๆ พยุงสุ่ยอีอีขึ้นมา..

"ท่วงท่าการร่ายรำขององค์หญิงสิบสามงดงามตระการตายิ่งนัก กระทั่งข้าเองก็เพิ่งเคยเห็นร่ายรำที่งดงามเยี่ยงนี้เป็นครั้งแรก จนเผลอใจลอยไปชั่วขณะ หวังว่าองค์หญิงจะไม่ถือสา" ในเมื่อนางไม่ยินยอมที่จะอยู่อย่างเงียบเหงา และตัวเขาก็ไม่ใช่ดรุณีน้อยที่เพิ่งริรัก หากนางปรารถนาจะร่ายรำไปตามน้ำ เช่นนั้นเขาก็จะร่วมเล่นสนุกด้วยจะเป็นไรไป

คำเอ่ยของเขาทำเอาสุ่ยอีอีเขินอายจนหน้าแดงระเรื่อ ท่ามกลางเสียงสรวลเสเฮฮาของผู้คน นางก้มหน้าเดินกลับไปยังที่นั่งของตน ทว่าภายในใจกลับพองโตด้วยความเกษมสำราญ

นางได้ยินชื่อเสียงและกิตติคุณความดีของเขามานานนัก ในใจย่อมเกิดความฉงนสงสัยว่าเขาจะเป็นบุรุษเช่นไร ไม่คาดว่าเมื่อได้พบกันในวันนี้ เขาช่างสง่างามดั่งหยกสลักและเปี่ยมด้วยเสน่ห์เหลือล้น

นางมีใจปฏิพัทธ์ต่อเขา และดูเหมือนเขาเองก็ไม่ได้ไร้น้ำใจ หากเขายินดีจะรั้งอยู่เป็นราชบุตรเขย นางก็คงจะได้รับความสุขสมหวังเช่นเดียวกับพี่หญิงรั่วซิงเป็นแน่

ค่ำคืนนั้นเองที่ประตูหัวใจของดรุณีน้อยเริ่มแง้มเปิดออกอย่างเงียบเชียบ

ภายในวังหลวง... ไม่มีผู้ใดบังอาจสอนสั่งองค์หญิงว่าการเกี้ยวพาราสีนั้นต้องทำเช่นไร สุ่ยอีอีที่เพิ่งจะรู้จักความรักจึงเลือกใช้วิธีที่เถรตรงที่สุด นั่นคือการพยายามเฝ้าติดสอยห้อยตามอยู่ข้างกายอวิ๋นชีเฟิ่งแทบทุกย่างก้าว

ดังนั้น เพียงวันรุ่งขึ้นหลังจบงานเลี้ยง นางก็ทูลขออนุญาตออกจากวังเพื่อไปเยี่ยมหลงฉีหลินที่จวนแม่ทัพหลง ทว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงคือการไปหาอวิ๋นชีเฟิ่งนั่นเอง

"พี่อวิ๋น พวกเราไปเล่นว่าวกันเถอะเจ้าค่ะ!"

"พี่อวิ๋น ขนมหลันเสอซูที่โรงเตี๊ยมซิ่งฮวาอร่อยยิ่งนัก พวกเราไปชิมกันเถอะ!"

"พี่อวิ๋น ท่านจะออกไปที่ถนนหรือ? ข้าจะไปเป็นเพื่อนท่านเอง"

"พี่อวิ๋น ท่านจะไปที่ใด? ข้าไปด้วย!"

"สุ่ย-อี-อี!" อวิ๋นชีเฟิ่งยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่กลางห้องโถง เอ่ยเน้นทีละคำ "ข้าจะไปทำธุระส่วนตัว (เข้าห้องน้ำ) หรือองค์หญิงสิบสามจะตามเข้าไปด้วย?"

สุ่ยอีอีแลบลิ้นปลิ้นตาพลางหดคอหัวเราะแหะๆ แน่นอนว่านางไม่ได้ตามเข้าไป เพียงแต่ยืนรออยู่หน้าประตูห้องและแอบขำอยู่คนเดียว

ไม่ว่าอวิ๋นชีเฟิ่งจะหยิบจับสิ่งใด นางย่อมต้องรบเร้าขอมีส่วนร่วม ต่อให้เขาจะถลึงตาใส่หรือดุด่าเพียงใด นางก็ยังคงส่งยิ้มระรื่นเดินตามหลังเขาต้อยๆ จนท้ายที่สุดเขาต้องแอบหลบซ่อนตัว ทว่านางก็มีวิธีเสาะหาจนเจอเสมอ เพราะนางคุ้นเคยกับจวนแม่ทัพยิ่งกว่าเขาเสียอีก

ด้วยเหตุนี้ ภายในจวนแม่ทัพจึงแว่วเสียงเรียก "พี่อวิ๋น" อันแสนหวานของสุ่ยอีอี สลับกับเสียงตวาดอย่างเหลืออดของอวิ๋นชีเฟิ่งอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

เมื่อเห็นทั้งคู่เล่นไล่จับราวกับเด็กน้อย สุ่ยรั่วซิงก็แอบขำอยู่ในที ทว่าหลงซิงเหย่กลับไม่ได้มองในแง่ดีนัก

"รั่วซิง เจ้าควรจะเตือนองค์หญิงสิบสามเสียหน่อย ชีเฟิ่งไม่ชอบสตรีที่รุกร้ำจู่โจมจนเกินงาม อีกทั้งเดิมทีเขาก็มีอคติต่อคนในราชวงศ์อยู่แล้ว ข้าเกรงว่า..."

"เกรงสิ่งใด?" สุ่ยรั่วซิงปรายตามองสามี "ตอนนี้เขายังไม่เห็นความดีของอีอีหรอก ต่อไปหากเขารู้ซึ้งเข้า รับรองว่าต้องมาทูลขอสมรสพระราชทานแน่ อีกอย่างคนในราชวงศ์แล้วอย่างไร? ข้าก็เป็นองค์หญิง ข้าไม่ดีตรงไหน? พวกเจ้าพวกที่คิดว่าตนเองสูงส่งนี่ชอบเหมารวมคนทั้งตระกูลเสียจริง"

.

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel