11
“ระวังหน่อยพื้นเป็นน้ำแข็ง เดี๋ยวจะหกล้มเอา” พูดไม่ทันขาดคำนางก็ลื่นถลาไปบนพื้นน้ำแข็ง ผู้เป็นพี่ชายคว้ามือนางเอาไว้ได้ทันเวลา
“โอ๊ย” เยียนจือจิ้งร้องเสียงแผ่ว เพราะบังเอิญว่าพี่ชายจับไปโดนมือข้างที่ถูกน้ำร้อนลวกเมื่อหลายวันก่อนเข้าพอดี
เพราะรู้สึกว่าจับไม่โดนผิวเนื้อของนางและรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างมาพันมือเอาไว้ เยียนหลิงโจวจึงถลกแขนเสื้อของน้องสาวขึ้นดูว่าเกิดอะไรขึ้น จึงได้เห็นว่านางพันผ้าเอาไว้
“ไปเล่นซนอะไรมาเหตุใดมือเจ้าจึงพันผ้าเช่นนี้” สีหน้าของผู้เป็นพี่ชายดำทะมึนลงไม่น้อย นอกจากนางป่วยจับไข้แล้วเหตุใดเขาจึงไม่ได้รับรายงานว่านางบาดเจ็บเล่า
“เรื่องนี้ไม่สำคัญหรอกเพคะ” เยียนจือจิ้งรีบชักมือกลับมาแล้วคล้องแขนพี่ชายพาเขาเดินไปนั่งในศาลา พาเขาเปลี่ยนเรื่องพูดคุย
เยียนหลิงโจวส่งสายตาดุดันมองไปยังเจิ้งไห่ อีกฝ่ายค้อมกายแล้วถอยหลังออกไปช้า ๆ ในทันที
นางหันไปมองแผ่นหลังของเจิ้งไห่ที่หายลับไปจากมุมกำแพง แต่เพราะไม่ได้รู้สึกว่าอีกฝ่ายมีความสำคัญ นางจึงกลับมาสนทนากับพี่ชายของตนเองต่อ
“เสด็จพี่ หลายวันมานี้ไม่เห็นไปเยี่ยมหม่อมฉันเลยเพคะ” เยียนจือจิ้งทำสีหน้าแง่งอน
“งานยุ่งน่ะ เจ้าก็รู้” เยียนหลิงโจวกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแล้วลูบศีรษะน้องสาวเบา ๆ อย่างรักใคร่
“เพคะ หม่อมฉันเข้าใจ” นางเอาแต่ใจก็จริง แต่ไม่ใช่ไม่รู้ประสา เมื่อเสด็จพี่กล่าวเช่นนั้นก็ให้มันเป็นเช่นนั้น
“แล้วตกลงมือเจ้าไปโดนอะไรมา” เยียนหลิงโจวถามซ้ำอีกครั้ง
“อุบัติเหตุนิดหน่อยเพคะ ไม่ได้เป็นอะไรมาก” หากนางพูดความจริงไป นางกำนัลผู้นั้นมีสิบหัวก็ไม่พอให้เขาตัด แม้จะมีเหตุการณ์บางอย่างน่าสงสัยอย่างเช่นเหตุใดน้ำในกาจึงเดือดจัดเช่นนั้นก็ตาม แต่เพราะนางไม่ได้ติดใจเอาความจึงละทิ้งความสงสัยนั้นไปแล้ว
“เจ้านี่นะ” ผู้เป็นพี่ชายดีดหน้าผากนางเบา ๆ จากนั้นโบกมือให้ขันทีรีบไปนำยาสมานแผลมาโดยด่วน “ข้าจะทำแผลให้” เยียนหลิงโจวกล่าวเสียงเรียบทว่าแฝงความห่วงใย
“แล้วแต่เสด็จพี่เลยเพคะ” ต่อให้นางดื้อรั้นไม่อยากทำเขาก็จะทำให้นางอยู่ดี เยียนจือจิ้งจึงไม่คิดห้าม “จริง ๆ สามวันที่ผ่านมา เสด็จพี่และเสด็จพ่อไม่ได้มาเยี่ยมหม่อมฉันเลยสักคน หม่อมฉันน้อยใจจะแย่แล้วนะเพคะ”
“...” เยียนหลิงโจวยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วรับถาดใส่ยาที่ขันทีเตรียมมาให้ จากนั้นค่อย ๆ คลายผ้าพันแผลให้นางอย่างเบามือ
เมื่อเปิดออกจึงได้เห็นว่าเป็นบาดแผลที่คล้ายเกิดจากการถูกน้ำร้อนลวก
“จริงสิเพคะ เสด็จพี่... ท่านคิดอย่างไรกับสือกงกง” เยียนจือจิ้งไม่คิดอะไรซับซ้อน นางเอ่ยถามขึ้นอย่างไม่คิดให้ถี่ถ้วน
แววตาของเยียนหลิงโจววูบไหว พลางคิดเรื่องราวต่าง ๆ ในหัวว่าพวกเขาเริ่มลงมือแล้วหรือ
“เป็นคนที่เสด็จพ่อโปรดปราน” เยียนหลิงโจวตอบกลาง ๆ ในขณะที่เริ่มลงมือทำแผลให้น้องสาว
“นั่นสิเพคะ แต่เสด็จพี่ไม่คิดหรือเพคะว่าเสด็จพ่อโปรดปรานคนผู้นั้นมากเกินไปหรือเปล่า” เยียนจือจิ้งไม่กล้าต่อว่าเขาตรง ๆ จึงเล่าอ้อมค้อมไปมา
“เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ สือเชี่ยนเป็นคนที่อยู่เคียงข้างเสด็จพ่อมาตั้งแต่เสด็จพ่อยังเป็นเพียงองค์ชายธรรมดา พวกเขาเป็นสหายที่ดีต่อกันอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาหลายปี” น้ำเสียงของเยียนหลิงโจวแข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย
“ก็จริงเพคะ พวกเขาร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมายาวนานหลายสิบปีก็จริง แล้วถ้าเกิดวันหนึ่ง... คนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันนั้นเกิด... คิดการใหญ่ขึ้นมาเล่า”
เยียนหลิงโจวหยุดชะงักไปเล็กน้อยแล้วละสายตาไปจากบาดแผลที่มือของนาง “น้องหญิงกำลังจะบอกว่าสือเชี่ยนกำลังวางแผนบางอย่างลับหลังเสด็จพ่ออย่างนั้นหรือ”
“เพคะ” เยียนจือจิ้งพยักหน้าให้พี่ชาย “แต่ว่า... มันก็เป็นเพียงสิ่งที่หม่อมฉันสงสัยเท่านั้น เมื่อสามวันก่อน จู่ ๆ สือเชี่ยนก็นำทหารราชองครักษ์พร้อมกับขันทีนางกำนัลกลุ่มใหญ่บุกเข้ามาที่ตำหนักของหม่อมฉัน เขาอ้างว่ามีคนไปทูลเสด็จพ่อว่ามีคนบุกรุกตำหนักหม่อมฉัน ทั้งที่จริงแล้วไม่มี หม่อมฉันคิดว่าสือเชี่ยนกำลังคิดจะกำจัดหม่อมฉันด้วยเหตุผลบางอย่าง” เพราะเยียนจือจิ้งไว้ใจพี่ชายของตนเอง นางจึงเล่าทุกอย่างออกไปจนเกือบหมด ยกเว้นเรื่องค่ำคืนเร่าร้อนและการถูกวางยา
ถึงน้องสาวของเขาจะไม่ค่อยฉลาด แต่นางก็ไม่ใช่สตรีโง่เขลาเบาปัญญา นางย่อมปะติดปะต่อเรื่องราวบางอย่างได้อยู่แล้ว แต่ทว่านางดันเดาผิดไปถนัดตา
“จริงเหรอ” เยียนหลิงโจวแสร้งขมวดคิ้วถาม
“เพคะ เขารื้อค้นข้าวของในห้องของหม่อมฉันจนเลอะเทอะไปหมดเลย” เมื่อนึกถึงวันนั้นเยียนจือจิ้งก็ยังหงุดหงิดไม่หาย
“เรื่องนี้... ข้าจะไปทูลเสด็จพ่อให้ เจ้าไม่ต้องห่วง” ผู้เป็นพี่ชายแสร้งกล่าวด้วยน้ำเสียงห่วงใย
“เพคะ ถ้าเสด็จพี่กล่าวเช่นนั้นหม่อมฉันก็วางใจ ดังนั้นแล้วเสด็จพี่จะต้องอย่าลืมนะเพคะ”
“ไม่ลืม”
“ทูลองค์รัชทายาท ลิ่นอ๋องแห่งเป่ยชางขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”
ในขณะที่ทั้งสองคนสนทนากันอยู่นั้น ขันทีก็เข้ามารายงานว่าเสิ่นเสว่หยางมาขอพบองค์ชายรัชทายาท เยียนจือจิ้งได้ยินชื่ออีกฝ่ายก็สะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ
เยียนหลิงโจวอยากดูปฏิกิริยาของน้องสาวจึงรั้งให้นางอยู่ก่อน
“น้องหญิงอย่าเพิ่งไป อยู่เป็นเพื่อนข้าก่อนนะ”
เยียนจือจิ้งที่กำลังจะลุกขึ้นและทูลลาต้องหยุดชะงักและทำตามคำขอร้องของพี่ชายอย่างเลี่ยงไม่ได้
