ตอนที่ 3
ซย่าหนิงหัวเราะ “เจ้าจะปรุงยาปลุกกำหนัดไปทำไมกัน”
ซย่าเฟยเองก็หันมามองซย่าหนิงก่อนหัวเราะ “ข้าเพียงบอกว่ามันสามารถสกัดทำยาปลุกกำหนัดได้ ไม่ได้บอกว่าจะลองทำเสียหน่อย ว่าแต่หายากที่ท่านจะมาหาข้าที่ห้องปรุงยา มีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ”
“ข้าเพียงอยากมาถามเจ้า รู้หรือไม่ว่าอาจารย์ส่งคนออกไปรับคนของหออวิ๋นเสียงมาที่นี่”
“เอ๋” ซย่าเฟยมีท่าทีประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด “หรืออาจารย์อยากให้มาเป็นพยานการประลอง?”
“คงใช่”
“แต่อาจารย์เพิ่งประกาศปิดหนานซานห้ามคนเข้าออก”
“ใช่”
“หรืออาจารย์เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าจ้าววังคนต่อไปสมควรได้รับการยอมรับจากหออวิ๋นเสียง?” กล่าวถึงเรื่องนี้ซย่าเฟยขมวดคิ้วมองซย่าหนิง “ศิษย์พี่รองท่านช่วยข้าพูดกับอาจารย์ได้หรือไม่ ข้าไม่อยากประลอง ให้ท่านกับศิษย์พี่ใหญ่คนใดคนหนึ่งขึ้นเป็นจ้าววังไม่ได้หรือ”
ซย่าหนิงถอนใจออกมาเสียงหนึ่ง “เจ้าก็รู้ว่าอาจารย์เป็นคนเช่นไร สิ่งใดที่ตัดสินใจไปแล้วไม่มีใครเปลี่ยนใจอาจารย์ได้ อีกอย่างหากไม่ประลองทุกคนจะยินยอมโดยดีหรือ” หากอยู่ๆ แต่งตั้งคนใดคนหนึ่งขึ้น อีกฝ่ายไม่ต่อต้านสิแปลก...
“แต่ข้าไม่อยากไปจากที่นี่” ซย่าเฟยขมวดคิ้วด้วยท่าทีกังวล “ข้าสู้ท่านกับศิษย์พี่ใหญ่ได้ที่ไหนกัน วันๆ ข้าปรุงยาอยู่ที่นี่ไม่ออกไปฝึกยุทธ์ด้วยซ้ำ”
ซย่าหนิงเองก็มองอีกฝ่ายอย่างจนใจ “ข้าเองก็ไม่อยากไปจากที่นี่ ไม่อยากไปที่อื่น”
นางกล่าวเสียงเบาก่อนจะส่ายหน้า “เอาละข้าไปก่อน เจ้าก็อย่าเอาแต่ขลุกอยู่ในห้องปรุงยา หาเวลาออกไปฝึกยุทธ์เตรียมพร้อมเสียบ้าง”
กล่าวจบหญิงสาวก็เดินจากไป ทิ้งให้ซย่าเฟยมองตามแผ่นหลังเหยียดตรงอย่างคนที่มีความมั่นใจในตนเอง กับเสียงหม้อต้มยาที่กำลังเริ่มเดือด
ถึงอย่างนั้นซย่าเฟยกลับไม่ได้เดินไปยังหม้อต้มยา หญิงสาวกลับเดินไปหยิบหลิงหลานฉู่ลงมาจากตะกร้า จ้องมองมันอยู่นานมากราวกำลังตัดสินใจ จากนั้นนางจึงเริ่มเด็ดหลิงหลานฉู่ออกมาทีละดอก...
ก่อนการประลองเพียงสองวันหนานซานกำลังตกอยู่ภายใต้สถานการณ์กดดัน ศิษย์วังบุปผาหยกล้วนไม่กล้าเคลื่อนไหว เนื่องจากเกรงจะถูกกล่าวหาว่ากำลังเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะหากฝ่ายที่ตนเลือกไม่ชนะ นั่นย่อมเกรงว่าจะถูกฝ่ายที่ชนะจับจ้องเล่นงาน
ฐานะของคนที่มาจากหออวิ๋นเสียงถูกปกปิดเอาไว้อย่างดี ซย่าเหม่ยให้คนที่ไว้ใจได้ดูแล ทั้งยังไม่ยอมให้ออกมาปรากฏตัว ดังนั้นจึงไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าผู้มามีความสำคัญมากน้อยเพียงใดต่อหออวิ๋นเสียง
กระทั่งปลายยามซวี อิ่นซีวิ่งกระหืดกระหอบมาปลุกซย่าหนิงในห้องพัก “ศิษย์พี่รองแย่แล้ว”
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น”
อิ่นซีมองซ้ายขวาและเงี่ยหูฟังรอบๆ ให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่รอบๆ “ศิษย์พี่ใหญ่เจ้าค่ะ อยู่ๆ ศิษย์พี่ใหญ่ก็นัดศิษย์พี่สามไปพบที่เนินเรือนไห่ฮวา”
“คงมีเรื่องอยากสนทนากระมัง”
“แต่มันน่าสงสัยนะเจ้าคะ”
“อย่างไร” ซย่าหนิงลุกขึ้นแต่งตัวอิ่นซีก็เล่าเรื่องที่ตนสงสัยไปด้วย
“ข้าเห็นศิษย์พี่ใหญ่แยกคนของหออวิ๋นเสียงคนหนึ่งออกไป จากนั้นล่ออีกคนไปที่เรือนไห่ฮวา”
“หืม?!” หญิงสาวเลิกคิ้วหันไปสบตากับอิ่นซีที่มีท่าทีร้อนใจ “เจ้าหมายถึงบุรุษผู้นั้นอยู่ที่เรือนไห่ฮวา แล้วศิษย์พี่ใหญ่เล่า”
“นาง...หลังจากออกมาจากเรือนไห่ฮวานางก็ขี่ม้าตรงไปที่ทะเลสาปซีอวี๋จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กลับมาเลยเจ้าค่ะ”
“บ้าเอ้ย!!!” ซย่าหนิงสบถก่อนคว้ากระบี่ได้ก็ก้าวเดินออกมาจากห้องพัก “อิ่นซีเจ้าไปที่เรือน ทำยังไงก็ได้ปลุกอาจารย์ขึ้นมาแล้วบอกนางเรื่องนี้”
“ท่านเล่าเจ้าคะ”
“ข้าจะล่วงหน้าไปก่อน หวังว่าคงไปทัน”
หากเรื่องที่นางสังหรณ์ใจเป็นความจริง ศิษย์พี่ใหญ่ของนางก็เจ้าเล่ห์มาก หญิงสาวตระหนักว่าตลอดมาแม้ฝีมือของซย่าเฟยไม่ได้ร้ายกาจ แต่พิษที่นางปรุงขึ้นล้วนไม่มีผู้ใดสามารถถอน เรื่องสมุนไพรและวิชาแพทย์ของซย่าเฟย จึงเป็นจุดแข็งที่ทำให้อีกฝ่ายได้รับการยกย่องมากมายจากคนนอก
