บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 12 ออกเดินทาง

ตอนเช้ามืดจวนลี่อ๋องเริ่มมีเสียงดังออกมาเพราะต้องเตรียมขบวนเดินทาง ข้าวของที่สามารถเตรียมติดตัวไปได้มีแค่หนึ่งเกวียนเป็นของใช้ส่วนตัวของเจ้านาย อีกหนึ่งเกวียนของใช้ส่วนรวม สาวใช้ขั้นหนึ่งติดตามจินเหยาไปสองคน อีกสองคนให้เฝ้าเรือนพร้อมกับแม่นมฝู

เดิมทีแม่นมฝูจะเดินทางไปด้วย แต่จินเหยาห้ามไว้ ด้วยเพราะอีกฝ่ายอายุมากแล้ว สามวันดี สี่วันก็ปวดเมื่อยขึ้นมาย่อมไม่เหมาะจะเดินทางไกล นางจึงฝากฝังดูแลรับผิดชอบจวนให้ แม่นมฝูจึงยินยอม อาจเพราะหลินเยี่ยยังอยู่ในจวน แม่นมฝูจึงอยากจะจับตาดูอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน

จินเหยามองบ่าวไพร่เตรียมข้าวของและขบวนรถพักใหญ่ก็ไม่เห็นเซียวอวี้ จนกระทั่งคนของทางการมากันสองคนพร้อมกับบ่าวข้างกายและสัมภาระห่อใหญ่

“พระชายา ผู้น้อยทั้งสองเป็นอาลักษณ์ มีรับสั่งจากฝ่าบาทให้ไปช่วยงานลี่อ๋องด้วยขอรับ”

“พวกท่านรอสักครู่ ท่านอ๋องกำลังเตรียมตัว”

ทั้งสองคนถอยไปรอมุมหนึ่งอย่างเงียบๆ จินเหยาจึงสั่งพ่อบ้านเตรียมรถม้าอีกคันให้อาลักษณ์ทั้งสองที่มากะทันหัน เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ขาดก็แต่เจ้าของจวน จินเหยาเห็นแสงขาวจับขอบฟ้า รู้ดีว่าไม่อาจรั้งรอไปนานกว่านี้ เพราะแม่ทัพโจวคงรออยู่นอกประตูเมืองนานแล้ว

“บ่าวให้สาวใช้ไปเร่งท่านอ๋องแล้วเจ้าค่ะ” แม่นมฝูกระซิบบอกจินเหยา นางพยักหน้ารับ

ที่เรือนเยี่ยฮัวติดตะเกียงไว้ตั้งแต่เมื่อคืน จนบัดนี้ยังไม่ดับเพราะเจ้าของเรือนยังมิได้นอนทั้งคืนเช่นกัน

หลินเยี่ยเปลือยกายอยู่ในผ้าห่ม นางเอนกายซบกับแผ่นอกอุ่นของเซียวอวี้ “กะทันหันเช่นนี้ เยี่ยเอ๋อยังทำใจไม่ได้”

“ข้าเองก็คิดไม่ถึงว่าเสด็จพ่อจะทำเช่นนี้ เจ้าอยู่ทางนี้ดูแลตัวเองให้ดี ข้าจะหาทางส่งจดหมายกลับมาหาเจ้าเป็นระยะ คาดว่าอยู่ที่กุ้ยโจวไม่น่าจะเกินสามเดือน” รวมเดินทางด้วยก็นับว่าจากไปครึ่งปีที่เดียว แต่เขาจะไม่พูดให้นางใจเสีย เพราะตั้งแต่เมื่อคืนที่หลินเยี่ยรู้ว่าเขาต้องไปกุ้ยโจวโดยพานางไปด้วยไม่ได้ นางก็ร้องไห้เศร้าเสียใจอย่างมากจนเขาต้องปลอบประโลมเอาใจจนเช้า

“ท่านอ๋องเองก็ระวังตัวด้วย” นางอยากจะพูดถึงพระชายาเหลือเกิน แต่นางจะไม่ทำให้ท่านอ๋องขุ่นเคืองเด็ดขาด หากนางงอแงตีโพยตีพายไปมากกว่านี้ ท่านอ๋องย่อมไม่ชอบใจ นางรู้จักเขามาหลายปี ไหนเลยจะยังไม่รู้นิสัยใจคอของเขากันเล่า

เสียงสาวใช้ด้านนอกดังมา

“ท่านอ๋อง แม่นมฝูให้บ่าวมาแจ้งว่าท่านอาลักษณ์สองคนจะเดินทางไปด้วย ตอนนี้รออยู่หน้าจวนแล้วเจ้าค่ะ”

“อือ” เขาส่งเสียงขานรับออกไปแล้วก้มลงประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากเกลี้ยงเกลาของหญิงสาวในอ้อมแขนสองครั้งแล้วก็ดันนางออก จัดให้นางเอนกายลงนอน “เจ้าไม่ต้องออกไปส่งหรอก เมื่อคืนยังไม่ได้นอนดีๆ ตอนนี้พักผ่อนก่อนเถอะ”

“พระชายาจะตำหนิเอาได้” นางลุกขึ้นทันที

“นอนเถอะ” เขาดันนางนอนลง “ข้าต้องไปแล้ว” เขาลูบศีรษะนางอีกครั้ง ท่าทางเหมือนจะตัดใจไม่ลง อ้อยอิ่งอยู่พักหนึ่งจึงหันกายจากไป

จินเหยารออย่างใจเย็น ตอนที่เซียวอวี้มาถึงนั้นอาลักษณ์ทั้งสองเอ่ยทักเขาก่อน บ่าวไพร่ที่เหลือจึงขยับกายตาม อู่หยงตามมาติดๆ เขาคำนับนางอย่างนอบน้อมคราหนึ่งแล้วยืนเงียบอยู่หลังเจ้านาย

“ลำบากพวกท่านทั้งสองแล้ว”

“หามิได้ ท่านอ๋องต้องลำบากเดินทางไกลกะทันหัน พวกเราสองคนจะเทียบได้ที่ใด”

“เช่นนั้นก็ออกเดินทางเถอะ” พูดจบเขาก็ก้าวขึ้นรถม้า แม้แต่หน้าตาก็ไม่อยากรักษาแล้ว ด้วยเพราะตั้งแต่ก้าวออกประตูมา เขายังไม่มองหน้าพระชายาของเขาสักนิดเดียวด้วยซ้ำ

ขบวนออกเดินทางตอนนั้นเอง มีสีฉงองครักษ์จวนอ๋องจัดกำลังคนบางส่วนอยู่จวน บางส่วนติดตามไปด้วย พวกเขาขึ้นหลังม้าคอยคุ้มกันเจ้านายอยู่ไม่ไกลรถม้า

จินเหยาเดินตามขึ้นรถม้าโดยการประคองของสองสาวใช้ แล้วพวกนางก็รีบไปขึ้นรถม้าคันหลังทันที

“ท่านอ๋อง พระชายา เดินทางปลอดภัยเจ้าค่ะ” เสียงแม่นมฝูร้องส่งอยู่ใกล้ๆ ขณะที่ล้อเคลื่อนออกเดินทางแล้ว

จินเหยารู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้าง ไม่ง่ายเลยกว่านางจะได้ออกเดินทางจากเมืองหลวง อย่างมากก็เดินทางกลับไปเยี่ยมท่านตาท่านยาที่หังโจวพร้อมท่านแม่สามครั้งเท่านั้น

การเดินทางไปกุ้ยโจวครั้งนี้นับว่าใกล้หังโจวมาก แต่ถ้าไปหังโจวจริงจะเป็นการเดินทางอ้อมสักหน่อย การเดินทางครั้งนี้เร่งรีบ ไม่มีทางที่เซียวอวี้จะแวะตามเมืองต่างๆ แน่ หากจินเหยาหวังจะเจอท่านตาท่านยายในการเดินทางครั้งนี้ ย่อมไม่เป็นไปตามนั้นแน่นอน

นางมองไปยังเซียวอวี้ เขาหันมองนอกรถม้า นางทำใจกล้าเอ่ยขึ้น

“ท่านอ๋อง” นางเรียกไปแต่เขาไม่ได้หันมา แต่นางมั่นใจว่าเขาได้ยินแล้ว

“การเดินทางไปกุ้ยโจวครั้งนี้ จะใช้เวลาเท่าไรหรือเจ้าคะ” นางรอคำตอบเงียบๆ ผ่านไปสักพักเขาก็เอ่ยขึ้น

“ครึ่งปี”

เขาตอบนางแล้ว นับว่าหายากที่เขาจะพูดกับนาง แต่จินเหยาไม่กล้าพูดมากแล้ว นางเองก็หันมองนอกหน้าต่างอีกฝั่งหนึ่งกับเขา หน้าต่างทั้งสองบานม้วนม่านทึบขึ้น เหลือแค่ม่านโปร่งสีขาวพรางตาไว้เท่านั้น

ตอนนี้เดือนสี่ เพิ่งจะเข้าฤดูใบไม้ผลิ ต้นไม้ใบหญ้าล้วนงดงาม อากาศสดชื่น สายลมแผ่วอ่อน เหมาะแก่การเพาะปลูกอย่างยิ่ง ตลอดสองข้างทางในเขตนอกเมืองจึงเห็นชาวบ้านออกมาทำไร่ไถนากันขะมักเขม้น

จินเหยานั่งมองเพลินจนลืมเซียวอวี้ไปแล้ว ตัวเขาเองก็มองไปนอกหน้าต่าง เพียงแต่ใจเขามิได้สงบเหมือนนาง ในหัวเขามีหลายเรื่องตีวนกันไปหมด เรื่องลอบปลงพระชนม์ เรื่องส่งเขาไปกุ้ยโจว และเรื่องหลินเยี่ย

เขาได้ยินเสียงนางอุทานเพราะรถม้าเหยียบก้อนหินขรุขระทำให้นางเสียหลักไป แต่ก็คว้าขอบหน้าต่างเอาไว้ได้ เขาเห็นนางแค่หันมองถนนและนั่งดีๆ เหมือนเดิม

จินเหยาเป็นหญิงงามนั้นเขารู้ดี นิสัยใจคอนับว่าไม่ได้เลวร้ายอวดดี แต่นางไม่น่าจะแต่งเข้าจวนลี่อ๋องของเขาเลยจริงๆ ที่แห่งนั้นไม่เหมาะกับนาง ไม่เหมาะอย่างยิ่ง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel