ตอนที่ 2 ไปฉลองกัน - 1
ตอนที่ 2 ไปฉลองกัน
หลังจากเสร็จสิ้นความวุ่นวายในวันแรกของการลงทะเบียนเรียน เต้าหู้เดินออกจากตึกคณะพร้อมกระเป๋าเป้ใบเก่งที่อัดแน่นไปด้วยเอกสารรับน้องใหม่ แม้จะเหนื่อยล้าจนอยากทิ้งตัวลงนอน แต่หัวใจกลับเบาสบายขึ้นเมื่อก้าวผ่านวันแรกมาได้สำเร็จ
“เฮ้ย! ไปฉลองกันหน่อยไหม วันนี้รอดมาได้ก็ถือว่าเก่งมากแล้วนะพวกเรา” โรสเอ่ยขึ้นพลางกวาดต้อนเพื่อน ๆ ไปทางลานจอดรถด้วยท่าทางกระปรี้กระเปร่า
“เห็นว่ามีคลับเปิดใหม่ชื่อ ‘Neon Reverie’ ด้วยนะแก ตกแต่งหรูหรามาก พรีเมียมสุด ๆ!” บันนี่เสริมพร้อมสะบัดผมยาวสลวย ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้น
“แต่เราว่า... กลับไปอ่านชีทเตรียมตัวดีกว่าไหม คาบแรกพรุ่งนี้มีคณิตศาสตร์บัญชีด้วยนะ” เต้าหู้เอ่ยท้วงเสียงแผ่ว สองมือกอดสายกระเป๋าเป้แน่น
“แกจะบ้าเหรอเต้าหู้!” น้ำปั่นเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อหู
“วันนี้วันแรกนะเว้ยเพื่อนรัก ขอให้พวกเราได้สัมผัสชีวิตวัยรุ่นบ้างเถอะ!”
“นั่นสิ ถ้าแกไม่ไป พวกเราจะงอนจริง ๆ ด้วยนะ” ต้นข้าวทำแก้มป่องพลางชูนิ้วก้อยขึ้นตรงหน้า
เต้าหู้มองใบหน้าออดอ้อนของเพื่อนทั้งสี่คนแล้วก็ได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ เขารู้ตัวดีว่ามักจะพ่ายแพ้ให้กับความหวังดีและความสดใสของเพื่อนกลุ่มนี้เสมอ
“...โอเค ก็ได้” เขาตอบรับในที่สุด ทำให้เสียงโห่ร้องด้วยความดีใจดังลั่นไปทั่วบริเวณ
โลกอีกใบใต้แสงนีออน
เวลา 21.48 น. คลับ Neon Reverie
ตัวอาคารสีดำสนิทตัดกับเส้นไฟนีออนที่ไล่เฉดสีจากม่วงเข้มไปสู่สีฟ้าครามอย่างประณีต แสงสีเหล่านั้นสว่างวาบสะท้อนกับกระจกอาคารดูหรูหราลุ่มลึก ผู้คนมากมายในชุดแต่งกายจัดเต็มก้าวลงจากรถยนต์คันหรูที่มาจอดเรียงรายหน้าร้านอย่างคึกคัก
บันนี่อยู่ในชุดเดรสซีทรูบางเบาที่เน้นส่วนโค้งเว้า น้ำปั่นสวมเชิ้ตสีดำเข้ารูปดูภูมิฐาน ส่วนต้นข้าวกับโรสก็แต่งตัวสวยสะดุดตาเหมือนกำลังจะไปชมคอนเสิร์ตศิลปินระดับโลก แล้วสายตาทุกคู่ก็วนกลับมาหยุดที่หนุ่มน้อยร่างบางเพียงคนเดียว
“...แกจะใส่กางเกงขาสั้นกับเชิ้ตขาวสะอาดตาแบบนี้จริง ๆ ดิ?” โรสถามพลางมองเต้าหู้ที่ดูเหมือนเด็กนักเรียนหลุดเข้าไปในงานเลี้ยงสังสรรค์ของผู้ใหญ่
“อ้าว... ก็เรามีเสื้อผ้าแบบนี้มากที่สุดนี่นา” เต้าหู้เกาหัวแก้เก้อ ใบหน้าขาวนวลเริ่มขึ้นสีแดงจาง ๆ ด้วยความประหม่า
“แต่น่ารักดีนะ เหมือนลูกหมาน้อยที่หลงเข้าไปในป่าลึกเลย” บันนี่ยิ้มกว้างอย่างเอ็นดู
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายใน บรรยากาศกลับกลายเป็นอีกโลกหนึ่ง แสงไฟกะพริบวิบวับสลับไปมาตามจังหวะเพลง เสียงเบสหนักหน่วงกระแทกเข้าที่หน้าอกจนรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงอบอวลในอากาศ เต้าหู้ขยับเข้าไปเกาะแขนบันนี่ไว้แน่น ใจดวงน้อยเต้นระรัวกับสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย
“โต๊ะเราอยู่ทางนี้!” น้ำปั่นผายมือไปทางโซฟาหนังบุนุ่มใกล้กับเคาน์เตอร์บาร์ยาว
เครื่องดื่มหลากสีสันถูกลำเลียงมาวางตรงหน้าทันที
“เอาอะไรดีเต้าหู้?” ต้นข้าวถามขณะชะโงกหน้าฝ่าเสียงดนตรี
“เอา... โค้ก” เขาตอบกลับทันควัน พร้อมทำหน้าจริงจังประกอบ
“ไม่ลองอะไรที่ดื่มง่าย ๆ หน่อยเหรอ?” บันนี่ขยิบตาเย้าแหย่
“ไม่ดีกว่า เราไม่ถนัดเรื่องพวกนี้เลย แล้วก็คออ่อนมากด้วย” พูดจบเขาก็รีบคว้าแก้วโค้กขึ้นมากอดไว้แน่น
เวลาผ่านไป เสียงเพลงเริ่มเร่งจังหวะเร้าอารมณ์มากขึ้น เพื่อนในโต๊ะเริ่มขยับร่างกายตามจังหวะอย่างสนุกสนาน บ้างก็หัวเราะร่าเริงตามฤทธิ์ของเครื่องดื่ม เต้าหู้ทำเพียงยิ้มน้อย ๆ นั่งสังเกตการณ์อยู่เงียบ ๆ คอยระวังไม่ให้ใครเดินมาเบียดเสียดใกล้เกินไป
“เราไปเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่งนะ” เขาหันไปกระซิบ บอกโรสที่อยู่ใกล้ที่สุด
“เออ อย่าเดินหลงหายไปล่ะ!”
เต้าหู้พยักหน้าแล้วค่อย ๆ แทรกตัวผ่านฝูงชนที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพก เขาพยายามทำตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนจะเดินเข้าสู่พื้นที่ห้องน้ำอย่างเงียบเชียบระหว่างทางเดินกลับจากห้องน้ำที่เป็นมุมอับสายตา
“น้องครับ... น่ารักจังเลย มาคนเดียวเหรอ?”
