บทที่ 4
ผมหวดไม้กอล์ฟในมือด้วยความรุนแรงจนลูกขาวๆโด่งไปเกือบจะถึงปากหลุมเสียงตบมือเกรียวกราวไม่ได้เข้ามาในหัวผมเลยซักนิดเดียวเพราะเรื่องของไอ้มินทร์วนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด
"โอโห!!คุณเตเก่งจังเลยค่ะ"วรยาวิ่งเข้ามาหาทันทีที่ผมยื่นไม้กอล์ฟให้กับแคนดี้ที่เดินตามหลังมา
"ขอบคุณครับ"ผมยกยิ้มให้แล้วตั้งใจจะเดินผละออกมาด้วยความรำคาญเต็มทีเพื่อนผมพวกแม้งส่ายหน้าดิกไม่มีใครยอมมากับก๊วนลูกค้ารายใหญ่ของเรากันซักคน ก็นั่นแหละนะมีแต่ผู้ชายแก่ๆ ไม่คุยอะไรกันนอกจากเรื่องไม้ดัด การค้า และไอ้กอล์ฟบ้าๆนี่ที่ผมต้องมาเดินตากแดดตัวดำฝืนยิ้มจนปากจะฉีกบุหรี่ก็สูบไม่ได้ทรมานชิบหาย
"เอ้อยะหย๋าขอเรียกพี่เตได้มั๊ยคะเรียกคุณเตดูมันเรียกยากจังเลยค่ะ"เสียงออดอ้อนเหมือนลูกแมวปวดขี้แล้วขี้ไม่ออกออเซาะอยู่ข้างๆแทนที่วันนี้ผมจะมีความสุขแต่กลับรู้สึกหงุดหงิดจนอยากจะเหวี่ยงคนข้างๆนี่ไปให้พ้นหน้า
"ตามสบายครับแต่ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน"ผมแกะมือนุ่มๆออกด้วยความสุภาพแล้วรีบเดินหนีก๊วน ส.วทั้งหลายที่จะเข้ามาแสดงความยินดีที่ผมเกือบจะโฮลอินวัน ผมสั่งการ์ดที่ยื่นอยู่ข้างให้บอกแขกว่าผมขอตัวซักครู่
"มินทร์ตอนนี้มึงอยู่ไหนวะ ให้คนตามจากเบอร์โทรก็ดันเป็นเครื่องใช้แล้วทิ้งซะอีกในหัวน้อยๆของมึงกำลังคิดอะไรอยู่นะ"ผมล้างมือตรงเค้าเตอร์แล้วหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดหลังอิงกับเค้าเตอร์หินอ่อนสายตาทอดมองไปยังเพดานที่ฉลุลายสวยงามแต่ผมกลับมองไม่เห็นมันสักนิด
"มินทร์เราจะกลับไทยตอนไหนเหรอ"เสียงแจ้วๆถามผมไม่หยุดระหว่างที่พวกเรานำเบนโต๊ะน่ารักๆที่ช่วยกันทำออกมานั่งกินกันตรงลานชมซากุระ
"อืมมเมื่อไหร่ดีน๊า"ผมทำท่าเอียงหัวคิดมองน้องคิสทำหน้ายู่ด้วยความเอ็นดู
"ไม่เอาน่ามินทร์อย่าแกล้งน้องงงง"คิสลากเสียงยาว
"คร้าบๆก็น่าจะเป็นช่วงมีนาแหละครับเราต้องไปสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่โน่นแล้วก็ก่อนเปิดเทอมไปเล่นน้ำสงกรานต์ที่ชลบุรีกันดีมั๊ย"ผมวางแผนไว้ล่วงหน้าเพื่อให้น้องได้ปรับตัวด้วยและที่สำคัญผมจะได้ดูแลความปลอดภัยของน้องได้ด้วย
"โอ๊ยอยากไปๆๆๆๆๆ"คิสแทบจะดิ้นลงกับพื้น ทันใดนั้นเองผมเริ่มจับความผิดสังเกตุได้เพราะตอนนี้รอบๆตัวผมกลับมีผู้ชายเยอะมากเกินความจำเป็นที่จะมากันเป็นครอบครัวเสียแล้ว
"คิสชู่ว์..."ผมทำปากขยับให้น้อยที่สุดคิสที่กำลังหัวเราะร่าเริงเริ่มขยับตัวขึ้นนั่งดีๆ ผมส่งไลน์เข้ามือถือน้องทันทีพวกเราจะบอกกันทุกครั้งว่าอุปกรณ์สื่อสารจะไม่มีการปิดและใช้โหมดเงียบทุกครั้ง
"เอ่อมินทร์คิสอยากกินน้ำเดี๋ยวนะคะ"คิสขยับตัวลุกขึ้นผมยกแก้วชาขึ้นมาดื่มพยักหน้าเบาๆ น้องรีบวิ่งเร็วจี๋ออกไปส่วนผมเองค่อยๆเก็บกล่องเบนโตะอย่างไม่เร่งรีบเท่าไหร่ เมื่อเสร็จแล้วก็ขยับตัวเก็บของและลุกขึ้นดิ่งไปที่รถ
"ผมว่าอย่าหนีจะดีกว่านะครับ"คนตัวสูงใหญ่ใส่แว่นดำยืนขนาบผมเอาไว้
"พวกคุณเป็นใคร"ผมถาม
"ผมว่าคุณน่าจะเดาได้นะครับว่าพวกผมต้องการอะไร"คนตัวโตกว่าบอก
"นี่คุณคิดว่ามันง่ายขนาดนั้นเลยหรือไง"ผมถามเสียงเครียดสายตากวาดมองไปรอบๆตัวแอบเลียลิ้นเบาๆ
"เอาเป็นว่าเจ้านายผมต้องการตัวเด็กนั่นส่งเค้ามาให้พวกเราดีๆคุณจะได้เป็นอิสระเสียทีนี่หนีมานานแล้วไม่เบื่อบ้างหรือยังไง"มันถามผม
"หึหึคิดว่าทำได้หรือไงแน่จริงก็เข้ามาสิ"ผมหัวเราะเยาะและวาดขาขึ้นสูงเตะเข้าที่ยอดอกคนตัวโตกว่าผมแถมหนากว่าผมด้วยจนมันล้ม
"เชี่ยเอ้ยจับมันอย่าให้หนีไปได้"พวกมันกรูกันเข้ามาผมเองก็สู้จนทานแรงแทบไม่ไหวใบหน้าผมเปื้อนไปด้วยเลือดที่คิ้วที่แตกและริมฝีปากที่โดนต่อยจนปากแตก
"เก่งมากนักนะมึงแบบนี้ต้องมีผัวซักสิบยี่สิบคนถึงจะหายซ่า"มันว่าผมโกรธจนหน้ามืดเหวี่ยงขาตัวเองฟาดเข้าที่ใบหน้าคนพูดอย่างแรงทันใดนั้นเองผมก็ต้องค้างอยู่ในท่านั้นเพราะเสียงร้องไห้ลั่นๆดังมาเข้าหู
"คิส...คิสครับ"ผมเผลอสบตาน้องที่เต็มไปด้วยความกลัว
"หึหึ ดิ้นอีกสิมึงถ้าอยากให้ไอ้เด็กเวรนั่นตายห่าตอนนี้"คนในกลุ่มเยาะเย้ย
"โธ่เว้ย!!"ผมจำต้องยืนนิ่งให้พวกมันมุดตัวเอาแขนไขว้หลัง และน้องเองตอนนี้ใบหน้าบวมช้ำจนตาแทบจะปิดสะอึกสะอื้นจนเขาใจหาย
"อย่าร้องนะครับคนเก่งเข้มแข็งนะครับ"ผมพยายามปลอบแต่กลับถูกมือหยาบหนาตวัดเข้าที่ใบหน้าจนแทบจะล้มคว่ำลงไป
"ปากดีนะมึงเอาตัวพวกมันขึ้นรถ"มันสั่งทันใดนั้นเองผมเอาไหล่กระแทกเข้าที่คนจับผมเอาไว้และถีบมันสุดแรงก่อนจะวิ่งหนีออกมาให้ไวที่สุด ผมไม่หันกลับไปข้างหลังเพื่อจะมองดูน้องไม่อย่างนั้นเราจะไม่รอดทั้งคู่ ผมหอบเอาร่างที่ชุ่มไปด้วยเลือดวิ่งเข้าซอกซอยเล็กๆจนเกือบจะจนมุมที่กำแพงหากไม่ได้คนแปลกหน้าที่ตัวสูงกว่าแทบจะเงยคอตั้งบ่ารั้งคอเสื้อผมลากให้ปีนกำแพงนั่น
"ขะ ..ขอบคุณ"ผมพูดเป็นภาษาญี่ปุ่นเพื่อให้เขาได้เข้าใจ
"ไม่เป็นไรรีบไปเถอะ"เขาบอกผมกลับป็นภาษาอังกฤษแทนสบตากันได้เพียงเสี้ยวหน้าทีผมต้องทิ้งตัวลงด้านหลังกำแพงนั่นนึกขอบคุณคนแปลกหน้าในใจ
"ไอ้เตรับซักทีสิวะรับสิโว๊ย"ผมแทบจะบ้าตายเพราะไอ้เตไม่ยอมรับสายจากผมเลยผมแอบซ่อนตัวอยู่ในซอกถนนเล็กๆรอจนดึกบอกตามตรงผมไม่มีปัญยาจะบุกเข้าไปเอาน้องออกมาจากพวกนั้นแน่ๆนอกจากต้องพึ่งพาไอ้เต สงสัยหรือครับว่าผมรู้ได้ยังไงว่าไม่ใช่พวกของไอ้คิงส์ที่จับตัวน้องเอาไว้ มันเป็นเพราะคำสั่งสูงสุดต่างหากล่ะครับว่า หากจับตัวพวกผมได้ให้ส่งกลับไปที่สเปนโดยไม่มีการทำร้ายใดๆทั้งสิ้น มินทร์กัดปากที่ยังปวดแสบปวดร้อนจากการโดนทำร้ายตาจ้องโทรศัพท์เผื่อจะมีการตอบรับจากปลายสาย
เสียงกรีดร้องของโทรศัพท์ดังไม่หยุดแต่ผมไม่คิดจะรับสาย เพราะนั่นเป็นเบอร์ทั่วไปที่ผมใช้แจกสาวๆมันเลยไม่ได้สำคัยไปกว่าหญิงสาวตรงหน้าที่เปลือยเปล่าโชว์อกขาวๆโตๆขยับไหวไปมาตามจังหวะโยก
"อ๊าาาา เตขา อูยยยย"เสียงกระเส่าเร่าร้อนดังไม่หยุดจากปากสีแดงที่เริ่มซีดเพราะถูกบดขยี้สีหน้าบ่งบอกถึงความสุขสุดๆผมนอนเอามือสองข้างวางไว้หนุนหัวตัวเองบนร่างหนามีร่างขาวอวบอัดขยับไหวตัวเองไปมาไม่หยุดเสียงซี๊ดซ๊าดเร่งเร้าให้ร่างหนาของผมจับเอวบางรั้งกระแทกลงไม่หยุด
"อืมมม"ร่างเล็กกระตุกสั่นด้วยความรู้สึกสูงสุดผิดกับผมที่ยังไม่ได้ครึ่งเสียด้วยซ้ำ
"จะรีบเสร็จไปไหนหืม"ผมกระเซ้าร่างที่หอบเหนื่อยแนบตัวลงกับอกแกร่งผมพลิกร่างลงนอนก่อนที่จะสวนเองหนากระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่หยุดหย่อน แถมไอ้โทรศัพท์ที่แหกปากไม่หยุดนั่นยิ่งกระตุ้นให้ผมหงุดหงิดขึ้นกว่าเดิม
"อ๊าาาา อ๊า โอยยยเตขาเบาๆค่ะ หมิวจะไม่ไหวแล้วโอ๊ยยยอ๊าาา"เสียงร้องที่บอกถึงความเจ็บปนเสียวคราญครางปั่นป่วนผมหยุดตัวเองนิ่งค้างคาจุดเชื่อมต่อเอาไว้ยกร่างที่ออกอาการหอบน้อยๆขึ้นรับโทรศัพท์นั่น
"มีอะไรขอให้เป็นเรื่องสำคัญนะไม่งั้นมึงตาย"ผมไม่สนใจหรอกว่าจะเป็นผู้หญิงคนไหนแต่เล่นกระหน่ำโทรเกือบจะครึ่งชั่วโมงเรื่องก็คงสำคัญไม่น้อยแหละ
//เต ช่วยกูด้วย // น้ำเสียงแหบพล่าปนสะอื้นทำเอาใจผมวิบไปชั่วครู่
"มินทร์มึงใช่มั๊ยไอ้มินทร์ตอบกู!!!"ผมตะโกนลั่นใส่โทรศัพท์กิจกรรมทั้งหมดหยุดผมผละตัวออกมาสายตาจ้องนิ่งไปยังร่างบางที่คลานเข้ามาหาแกนกลางผมเหมือนสาวยั่วสวาท
"เต...."เสียงที่ขาดหายไปเล่นเอาผมร้อนไปทั้งตัวจนเผลอถีบหมิวออกห่างจากตัวโดยไม่ตั้งใจ
"โอ๊ยยเตคะถีบหมิวทำไมเนี่ย"หมิวครางอยู่บนพื้น
"หุบปากรีบออกไปจากห้องนี้ให้ไวที่สุดเงินวางบนโต๊ะอยากหยิบเท่าไหร่เอาไป ไปสิโว๊ยยยไป๊"ผมลั่นเสียงตวาดจนหมิวตกใจรีบหอบเสื้อผ้าคว้าเงินบนโต๊ะไปสองปึกผมพยายามโทรกลับไปที่ปลายสายคราวนี้มีสัญญาณให้ผมรู้ว่าสามารถติดต่อกลับได้แต่กลับไร้คนรับ
"ไอ้เชี่ยมินทร์มึงกำลังทำอะไรวะ มึงทำอะไรกับกู"ผมโกรธจนจะฆ่าใครสักคนที่อยู่ใกล้ให้ตายคามือ
"ใครอยู่ข้างนอกเข้ามาเดี๋ยวนี้"ผมเปิดประตูออกไปแหกปากลั่น
"ครับลูกพี่"การ์ดคนหนึ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"เตรียมเครื่องเอาไว้กูจะบินเดี๋ยวจะบอกอีกทีว่าไปที่ไหนกัปตันต้องพร้อม ถ้ามันไม่พร้อมกูจะให้มันไปเตรียมตัวในนรก"ผมปิดประตูใส่หน้ามือก็เริ่มโทรหาเบอร์เดิมอีกครั้งปล่อยมันรีคอลไปเรื่อยๆอีกเครื่องผมสั่งการให้แผนกรักษาความปลอดภัยเช็คเบอร์ของไอ้มินทร์
"รับสิวะรับ"ปากผมบ่นมือผมก็แต่งตัวให้ตัวเองไม่หยุดกระทั่ง
"ติ๊ด"ผมสูดลมหายใจลึกๆเพื่อตั้งสติ
"ไอ้มินทร์มึงใช่ไหม"ผมปล่อยน้ำเสียงนิ่งเรียบถามมัน
//ไอเตช่วยกูด้วยช่วยน้องด้วย//
"ช้าๆไอ้มินทร์มึงอยู่ไหนกูจะไปให้ไวที่สุดใจเย็นๆ"ผมพยายามกัดกรามให้แน่นเพื่อที่จะไม่ต้องตะโกนใส่มันและไม่เผลอบีบคอมันถ้าหากมันอยู่ใกล้ๆละก็นะ
//พวกมันจับน้องไปและตอนนี้กูก็เจ็บมากขอร้องช่วยพวกเราด้วย//เสียงไอ้มินทร์บีบหัวใจผมจนหายใจไม่ออก มือหนาบีบโทรศัพท์แน่นจนมันแทบจะแตกออกเป็นเสี่ยง
"กูช่วยบอกมาไอ้มินทร์บอกกูว่าอยู่ไหน"ผมใช้น้ำเสียงนุ่มๆปลอบมัน
//อยู่ญี่ปุ่นเมืองมัตสึดะกูจะไปหามึงเองมึงเข้าพักที่โรงแรมใหญ่สุดที่นั่นมาไวๆนะไอ้เตกูขอ อะ อ๊ากกกกก//เสียงร้องเหมือนเจ็บปวดของไอ้มินทร์ดังเข้าหูและโทรศัพท์ก็เงียบดับไปผมแทบจะฆ่าใครก็ได้ที่กล้าทำมันอย่าให้ผมจับได้ว่าใครเพราะมันจะไม่มีโอกาสได้มองเห็นโลกสวยๆใบนี้อีกเลย
"ลูกพี่ครับทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ"การ์ดเดินสวนขึ้นมาบอกอย่างรีบเร่ง
"เออขอบใจกูจะเอา มอเตอร์ไซด์ ES1 ไปพวกมึงไปบอกคุณพิชญ์ว่าอีกสามชั่วโมงกูจะโทรหาพร้อมกับให้แจ้งกับคิงส์ด้วยว่าให้รอสายจากกู"ผมสั่งด่วนจี๋รีบขึ้นไปชั้นบนสุดที่เอาไว้เป็นที่สำหรับจอดรถของพวกผมโดยเฉพาะนั่นช่างเถอะเรื่องไอ้มินทร์สำคัญกว่า เจ้ามอเตอร์ไซด์ราคาแพงหูดับแต่ก็สมกับราคามันจอดรอผมอยู่
"รอกูก่อนไอ้มินทร์อีกแปปเดียว"ผมบอกมันในใจร่างสูงของผมควบขับไอ้ส้มส้ม(ชื่อของน้องมอเตอร์ไซด์เองแหละค่ะไอ้พี่เตมันเป็นคนตั้งชื่ออย่ามองไรท์แบบนั้น)บึงออกไปยังสนามบินราวกับติดปีก
