บท
ตั้งค่า

บทที่ 3

ผมรู้สึกตะหงิดๆในใจกับเมทสาวสวยคนนั้นจริงๆใบหน้าสวยๆนั่นคุ้นตาเขาพิกล แต่ก็นั่นแหละนะที่นี่ลูกครึ่งคนไทยกับต่างชาติก็มีไม่น้อยเค้าโครงใบหน้าที่ติดตานั่นเหมือนกับไอ้มินทร์จริงๆ

"หืมเดี๋ยวนะไอ้มินทร์งั้นเหรอ"ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆรีบหยิบรูปที่ถูกปริ้นออกจากคอมแล้วยังซุกไว้ในอกเสื้อขึ้นมาดู

"เชี่ยยยนี่กูเสียรู้มันเหรอเนี่ยแสบนักนะไอ้มินทร์"ผมกัดฟันแน่นที่พลาดอย่างหนักทั้งๆที่ได้เจอตัวมันแล้วแท้ๆแต่กลับทำอะไรมันไม่ได้

"เห้ยมีใครอยู่แถวนี้"ผมตะโกนลั่นให้ทั่วโรงแรมช่างแม่งเถอะครับแค่โรงแรมขนาดเล็กพวกผมจะเทคโอเวอร์มาเป็นของส่วนกลางยังได้

"ครับนาย ไปเปิดกล้องวงจรปิดเดี๋ยวนี้รีไปก่อนหน้าซักสิบห้านาทีดูตรงที่กูคุยกับเมทพร้อมเด็กผู้หญิง จากนั้นตามจับตัวมาให้กูให้ได้อ้อแล้วอีกอย่างหากเจ้าของสถานที่มันมีปัญหามากนักจับตัวมันมาให้กู"เตชินบอกด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม เหล่าการ์ดทั้งหลายต่างก็ลอบกลืนน้ำลายเพราะไม่รู้มีอะไรไปกระตุ้นต่อมโมโหเข้าทุกคนต่างรู้กิติศัพท์ของเตชินมาไม่น้อย เหี้ยมโหด ซาดิส​และไร้ใจ

"ยังไงซะวันนี้กูต้องได้ตัวไอ้มินทร์เข้าใจมั๊ย"ผมบอกทุกคนด้วยน้ำเสียงเรียบกริบแต่นั้นหมายถึงขีดความอดทนของผมใกล้ถึงขีดสุดแล้ว

"จะดิ้นรนไปทำไมนะไอ้มินทร์กูไม่เข้าใจมึงจริงๆไอ้คิงส์มันก็รักน้องจะตายห่าอยู่แล้วแล้วน้องก็ไม่ใช่เด็กๆแล้วด้วยถึงจะตัวเล็กไปหน่อยก็เถอะ"เตชินยังพึมพำไม่หยุดในขณะที่นั่งรอฟังผลอยู่ในห้อง

"ว่ายังไง"ผมเงยหน้าขึ้นมามองการ์ดที่ทำท่ากล้าๆกลัวๆเข้ามารายงานผม

"มึงจะเข้ามาดีๆหรือให้กูยิงขาก่อนแล้วมึงถึงจะเดินมาได้"ผมแขวะมันสะดุ้งโหยงรีบปรี่เข้ามา

"สำรวจกล้องแล้วครับพอไปถึงชั้นสองเมทนั่นก็หายตัวไปเลยพวกเราแทบจะค้นห้องแขกที่เข้าพักด้วยแล้วแต่ทุกคนก็ยืนยันว่าไม่มีคนแปลกหน้าครับ"การ์ดกลืนน้ำลายลงคอ

"ยังงั้นหรือ..."ผมนั่งหน้านิ่งฟังรายงาน

"หึหึฉลาดจริงนะไอ้มินทร์"

"เอาเถอะสรุปงานนี้ก็ล้มเหลวตามเคยสินะกลับกันด้แล้ว"ผมสั่งลุกพรวดขึ้นด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่ใครจะรู้ละครับว่าในใจผมเดือดปุดๆอยากจะบีบคอไอ้มินทร์ให้ตายคามือผมเสียจริง

"อะ..เอ้อกลับไทยเลยหรือครับ"การ์ดนั่นทำเสียงอึกอักจนผมเริ่มจะอารมณ์เสียอีกครั้ง

"กูสั่งว่ายังไงหรือว่าเนื้อสมองในหัวไม่มีกูจะได้เจาะกะโหลกมึงได้ง่ายยิ่งขึ้นหืม"ผมเข่นเขี้ยวถามอยากจะยิงมันซักเปรี้ยงเพื่อระบายอารมณ์แต่ก็นั่นแหละครับมันเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง

"คะ ครับ"มันรับวิ่งจนแทบจะไม่เห็นฝุ่นผมหยิบบุหรี่ขึ้นมาระบายความเครียดในหัว ผมเองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจตัวเองอยู่เหมือนกัน เรื่องไอ้มินทร์มันเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อนมากในความรู้สึกของผม โมโหทุกครั้งนี่มันหนีรอดไปได้ หงุดหงิดที่มันเงียบหายเหมือนตายจากไปจากชีวิตของพวกผม

"ทำไมนะไอ้มินทร์จะหนีอะไรนักหนาวะเห็นพวกกูเป็นอสูรร้ายหรือยังไง"ผมระงับอารมณ์ด้วยการใช้กำปั้นทุบกำแพงจะเกิดรอยแตกบนหลังมือเมื่อเห็นเลือดออกผมถึงได้สงบใจลงบ้าง

"ไอ้พิชญ์ภาระกิจล้มเหลวหวะกูจะกลับคืนนี้เอาไอ้หนูสกปรกนั่นออกมาเตรียมรอกูด้วยล่ะ"ผมโทรแจ้งข่าวให้ไอ้พิชญ์รู้แล้วสั่งให้มันเอาไอ้หนูตัวนั้นออกมารอ

"เอาวะอย่างน้อยกูก็ได้ระบายกับไอ้เหี้ยนั่นก็แล้วกัน"ผมสาวเท้าขึ้นรถยุโรปสีดำสนิทเพื่อตรงดิ่งไปยังสนามบิน

"เอ๋ทำไมขนลุกแปลกๆ"มินทร์อดไม่ได้ที่จะลูบแขนตัวเองไปมารู้สึกเสียงสันหลังวูบๆ แต่ยังไงก็ช่างเถอะเขากับน้องคิสก็หนีรอดเงื้อมมือไอ้เตมันมาอีกรอบอย่างหวุดหวิด

"มินทร์จ๋าพวกเราต้องกลับเมืองไทยจริงๆเหรอ"น้องคิสที่ตอนนี้อายุสิบเจ็ดเข้าไปแล้วครับทุกอย่าคิดว่าเด็กอายุสิบเจ็ดอย่างน้องจะเติบโตสูงสมวัยนะ หากจะมองเผินๆทุกคนคงยังคิดว่าเป็นเด็กประถมอยู่ดีแหละครับ

"ใช่ครับกลับไปบ้านเกิดกันแต่มินทร์ต้องขอเช็คความปลอดภัยก่อน คิสอยากเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในไทยไหมครับ"มินทร์ก้มลงถาม

"อื้มอยากสิคิสจะเอากระดูกของคุณพ่อกับคุณแม่กลับไปฝั่งที่บ้านเกิดด้วยอะ"คิสทำเสียงจ๋อยใบหน้าน่ารักน่าเอ็นดูนั่นเริ่มแดงขึ้นรวมถึงดวงตาที่เคยสดใสตอนนี้คลอด้วยน้ำตา

"ไม่เอาไม่ร้องนะครับขอมินทร์จัดการอีกนิดเดียวเองยิ่งพวกเราใกล้พวกเขาเท่าไหร่พวกเขายิ่งคิดไม่ถึงนั่นจึงเป็นที่ๆปลอดภัยที่สุดสำหรับพวกเราแล้วล่ะครับ"มินทร์ย้ำให้น้องรู้ เพราะเขาไม่เคยคิดจะปิดบังอะไรอยู่แล้วยิ่งน้องรู้เยอะเท่าไหร่น้องก็ยิ่งปลอดภัยมากเท่านั้นเพราะจะต้องระวังตัวเองไปในตอนที่เขาไม่อยู่

"จริงสิแล้วนี่คิสจะกลับเป็นผู้ชายได้หรือยังอะ"น้องเงยหน้าขึ้นถามด้วยความหวังจนมินทร์อดยิ้มตามไม่ได้

"กลับถึงไทยแล้วเราค่อยกลับไปอยู่สภาพเดิมกันเน๊อะ"มินทร์ปลอบใจ

"เย้เป็นอิสระเสียทีเออว่าแต่ทำไมคนชื่อพี่เตชินถึงได้ดูจองล้างจองพลาญพวกเราจังหรือเขาคือคนที่จ้องจะทำร้ายพวกเราครับ"คิสถามด้วยความสงสัยก็เล่นกัดไม่ปล่อยซะขนาดนั้นจะคิดยังไงได้อีก

"มินทร์ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันดังนั้นพวกเราถึงต้องหนีไงครับ"มินทร์บอกด้วยน้ำเสียงเครียดขึ้น นั่นสิทำไมไอ้เตถึงได้กัดไม่ปล่อยขนาดนี้นะ

"ไม่เป็นไรพอพวกเราถึงประเทศไทยแล้วก็ปลอดภัยแล้วเน๊อะ"น้องยิ้มจนใบหน้าหวานสว่างสดใส

"คร้าบๆป้ะเราก็เตรียมตัวไปญี่ปุ่นกันเถอะ"มินทร์จูงน้องเดินเข้าเกทและเตชินก็ขึ้นเครื่องเหมือนกัน

ญี่ปุ่นเป็นประเทศในฝันของใครหลายๆคนแต่สำหรับมินทร์และคิสมันเป็นสถานที่เหมาะสำหรับการหลบภัยที่แท้จริง คิสสงสารมินทร์เหลือเกินที่ต้องมาราับผิดชอบชีวิตของเขาตั้งแต่เล็กจนโตด้วยความที่ว่าคุณพ่อของมินทร์คือมือขวาและการ์ดที่คอยดูแลความปลอดภัยของคุณอาทิตย์งานนั้นจึงตกมาถึงมินทร์โดยปริยาย พวกเขาต้องปลอมตัวเป็ยหญิงนับครั้งไม่ถ้วนเพื่อเอาตัวรอด

"มินทร์คิสไม่เข้าใจเลยเรื่องมันก็นานมากแล้วพ่อกับแม่ก็เสียไปแล้วทั้งคู่แต่ทำไมพวกเราถึงยังไม่ปลอดภัยล่ะครับ"คิสถามด้วยความสงสัย

"ก็เพราะว่าเชื้อมันยังไม่ตายยังไงล่ะครับตอนที่คุณพ่อน้องคิสอยู่ท่านดันไปรู้ความลับอะไรบางอย่างเข้าแล้วกำลังจะนำไปบอกกับดอนและมาดามแต่ยังไม่ทันจะได้บอกก็โดนสั่งเก็บเสียก่อนแล้วคนที่ทำก็มีอำนาจมากเหลือเกิน ท่านเลยให้ผมพาน้องคิสหนีมาเพราะท่านมีแค่น้องคิสคนเดียวนะครับ"มินทร์เล่าพร้อมกับลูบหัวทุยไปมาด้วยความรักและเอ็นดูน้องน้อยที่เฝ้าฟูมฟักมาแต่เล็กแถมยังต้องดูแลความปลอดภัยชนิดแทบจะถวายหัวให้ ถ้าจะถามถึงเหตุผลว่าทำไมเขาถึงต้องทุ่มเทขนาดนี้ก็เพราะความผูกพันยังไงล่ะเขาต่างจากสามคนนั้นที่เตชินและพิชญ์จะต้องเป็นทั้งมือขวาและมือซ้ายให้กับคิงส์เขาเป็นเพื่อนสนิทก็จริงแต่บิดาเขามีหน้าที่ต้องคอยดูแลคุณอาทิตย์ที่เป็นเสมือมือขวาของดอนนั่นเอง

"ไงมึงได้ข่าวว่าวิ่งตามจับกระต่ายยังจับตัวไม่ได้อีกเหรอวะ"คิงส์เจอหน้าผมแต่เช้าแถมเจ้าตัวยังเยาะเย้ยถากถางให้เจ็บใจไปเสียอีก

"พวกแม้งเร็วชิบหายขนาดว่าใกล้จมูกกูแท้ๆกูยังเผลอปล่อยหลุดมือ"ผมบอกเสียงเครียดมือขยำบุหรี่ปาทิ้งอย่างไม่ใยดี

"หึหึงั้นก็แสดงว่ามึงอ่อนกว่าไอ้มินทร์น่ะสิ"คิงส์ยังแวะผมไม่หยุด

"ก็แค่ปล่อยให้กระต่ายวิ่งเล่นในทุ่งกว้างไปพลางๆเพราะว่าวันนี้ที่กูจับได้อย่าหวังว่ากระต่ายตัวแสบมันจะดิ้นหนีได้อีก"ผมกัดฟันแน่น

"กูถามจริงๆนะไอ้เตมึงมีอะไรกับไอ้มินทร์หรือเปล่าวะเนี่ยคือกูน่ะตามหาน้องเพราะว่ากูรักมันก็ใช่แหละแต่ตอนนี้กูเองก็ชักไม่มั่นใจในตัวเองแล้วหว่ะว่ากูกำลังคิดอะไรอยู่ผิดกับมึงชิบหายเจ้าคิดเจ้าแค้นไอ้มินทร์จนกูกลัวแทนมัน"คิงส์ถามอย่างสงสัย

"นั่นสิมึงมีอะไรกับไอ้มินทร์วะ"พิชญ์พยักหน้าเห็นด้วย

"ไม่รู้สิรู้แต่ว่ากูต้องจับตัวมันมาให้ได้อาจจะเพราะมันเป็นคนปลุกสัญชาตญาณการล่าของกูขึ้นมาก็ได้"ผมยักไหล่สายตาทอดมองไปไกล ความรู้สึกร้อนรนดิ้นพล่านในตัวคืออะไรเขาเองก็ให้คำตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน

"ยังไงของมึงวะกูฟังแล้วงง"พิชญ์เบ้ปากแค่งานที่ไอ้คิงส์โยนมาก็ท่วมหัวท่วมหางจนกระดิกตัวแทบไม่ได้อยู่แล้ว

"หึหึ กูว่านะไอ้พิชญ์ซักวันนึงมึงก็จะโดนล่าแบบที่กูตามล่าไอ้มินทร์ก็ได้นะเว้ยใครจะรู้ล่ะ"ผมหัวเราะเยาะไอ้พิชญ์มันมั่งก็หน้าตาขาวตี๋แบบมันไม่เหมาะจะมีเมียนอกจากเป็นเมียซะมากกว่า

"ไอ้ห่าปากเสีย"ไอ้พิชญ์โยนแฟ้มงานใส่หน้าทันทีที่ผมพูดจบ

"หืม กูขอรับโทรศัพท์แปปนะ"ผมงงกับหมายเลขที่ขึ้นว่า unknowโชว์หลาอยู่บนหน้าจอโทรศัทพ์

"สวัสดีครับ"

//...............//

"ฮัลโหลถ้าไม่พูดผมวาง"ผมเริ่มหงุดหงิดกับไอ้เบอร์โทรที่ไม่รู้จักที่มาที่ไปนี่แล้ว

"มึงถึงไทยแล้วเหรอ"

"หืม??"น้ำเสียงสั่นๆที่พูดออกมาทำใจผมกระตุกไปวูบหนึ่ง

"ไอ้มินทร์นี่มึง"ยังไม่ทันที่ผมจะถามต่อปลายสายก็ถูกตัดไปแล้วเรียบร้อย

"ไอ้เหี้ยมินทร์นี่มึงจะปั่นกูอีกนานไหมห๊ะไว้จับตัวมึงได้เมื่อไหร่มึงแหลกคามือกูแน่ๆเตรียมรอไว้เลย"ผมเข่นเขี้ยวด้วยความโมโหปนกับความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel