บทที่ 5
ผมสั่งทุกคนที่อยู่ในสาขาของประเทศญี่ปุ่นให้ไปมัตสึดะให้เร็วที่สุดแล้วผมก็กำลังจะบินไปถึงที่นั่นในไม่ช้า อากาศที่นั่นกำลังอยู่ในหน้าหนาวพวกไอ้มินทร์มาทำไมที่ญี่ปุ่นกันนะ
"สั่งคนของเราทางโน้นให้รวบรวมข้อมูลมาแล้วถ้าใครยังให้คำตอบกูไม่ได้ภายในยี่สิบนาทีก็ยิงตัวเองทิ้งไม่ต้องเสนอหน้าเข้ามาหากู"ผมบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเย็นชา
"คะครับ"การ์ดที่รับคำสั่งมือสั่นส่งเมลไปหาแก้งที่สาขาญี่ปุ่นทันทีอีกไม่ถึงชั่วโมงผมก็จะถึงที่มัตสึดะตามที่ไอ้มินทร์ส่งข่าวมาให้ล่าสุดจากนั้นผมก็ติดต่อมันไม่ได้อีกเลยใจผมร้อนจนอกแทบจะระเบิดความรู้สึกใจบางๆใกล้จะพังคืออะไรผมยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เลย
"ได้ข่าวแล้วครับนายเมื่อตอนบ่ายสองมีคนพบการต่อสู้กันระหว่างแก้งค์อาคิโน๊ะกับผู้ชายครับแต่ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนั้นจะหนีไปได้แต่จับเด็กได้คนข่าวบอกอีกว่าผู้ชายคนนั้นบาดเจ็บเอาการแล้วตอนนี้ก้หาตัวไม่เจอครับ"การ์ดยืนหน้าซีดคงพอจะเดาอาการจากสีหน้าผมออกว่าตอนนี้กำลังเดือดแค่ไหน
"อาคิโน๊ะใครเป็นหัวหน้าแก้งค์"ผมถามเสียงเย็น
"มิซากิซังครับ"การ์ดยื่นรูปให้ดูเห็นผู้ชายตัวสูงใบหน้าขาวบอกชาติพันธ์ชั้นดีว่าเป็นคนที่ไหนแต่สายตาคมเฉี่ยวดูเฉยชาจนน่ากลัว"
"คนที่บาดเจ็บคือคุณมินทร์ใช่ไหมมีรูปหรือคลิปอะไรหรือเปล่า"ผมพยายามสะกดน้ำเสียงมือกำแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน
"คลิบไม่มีครับแต่มีคนแอบถ่ายรูปคุณมินทรืได้ตอนที่บาดเจ็บจากการถูกแทงตอนนี้ยังหาตัวคุณมินทร์ไม่เจอเลยครับ"การ์ดคนเดิมยื่นรูปผู้ชายร่างบางใส่เสื้อยืดสีชมพูอ่อนแจ็คเก็ตสีขาวและกางเกงสีขาวขายาวโชกไปด้วยเลือดสีแดงเข้มพร้อมกับด้ามมีดที่ปักอยู่ตรงช่องท้องมาให้ผมด้วยมือสั่นเทา
"ตามคุณมินทร์ให้เจอเดี๋ยวนี้ไปเดี๋ยวนี้!!"ผมลุกพรวดด้วยความลืมตัวลืมไปจนหมดว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ตรงไหน
"เตรียมหมอให้พร้อมเอามือดีที่สุดของเรา คุณมินทร์เลือดกรุ๊ป B Rh- เตรียมเลือดให้พอไปสิวะจะยืนให้เลือดหัวมึงออกหรือยังไง"ผมตวาดลั่นหัวหมุนไปหมดเมื่อเห็นด้ามมีดที่ปักอยู่ตรงช่องท้องของมัน
"ไอ้เหี้ยมินทร์มึงกำลังทำให้กูบ้าอย่าให้กูเจอมึงนะมึงตายคามือกูแน่ๆ"ผมกัดฟันแน่นอยากจะอาลวาดให้ทุกอย่างแหลกไปกับมือแต่ตอนนี้ผมทำอะไรไม่ได้จนกว่าจะลงถึงพื้น
"ซี๊ดดดเจ็บชิบหาย"ผมกัดปากแน่นมีดที่ปักคาท้องผมอยู่เอาออกไม่ได้เพราะหากเอาออกเลือดคงออกจนตายแน่ๆมีวิธีเดียวเท่านั้นคือรอไอ้เตมันมาผมรู้ว่ายังไงซะมันก็ต้องมาช่วยน้องแน่ๆแต่มันจะฆ่าผมหรือเปล่าที่ผมทำพลาดผมดูแลน้องไม่ได้ มุมตึกที่ผมนั่งซุ่มดูฝั่งตรงข้ามอยู่เงาด้านในเห็นมีอยู่สามถึงสี่คนกล้องส่องทางไกลที่ทำให้มองคนข้างในได้ง่ายยิ่งขึ้น น้องยังคงปลอดภัยที่ผมรู้ก็เพราะไอ้คนที่หน้าเสี้ยมแหลมจนเห็นโครงกระดูกเด่นชัดเหมือนคนติดยาเดินถึงกล่องข้าวสำเร็จเข้าไปเกือบสิบกล่องอีกอย่างหากมันทำร้ายน้องไปแล้วมันก็คงไม่มานั่งเฝ้ากันอยู่แบบนี้หรอกครับ ทันใดนั้นเองกระเป๋ากางเกงของผมสั่นจากโทรศัพท์ผมค่อยๆหยิบออกมาเพราะขยับตัวได้ลำบากเหลือเกิน เบอร์ไอ้เต...
"อืม..."ผมตอบรับสั้นๆ
//อยู่ไหนตอนนี้กูอยู่โรงแรม xxxxห้อง 11202//ผมรีบบอกทันทีที่ไอ้มินทร์รับสาย
"อืม..รอ..นั่นเดี๋ยวกูไปไม่เกินสิบห้านาที"ผมพยายามฝืนพูดแค่ขยับตัวก็แทบจะเอาตัวไม่รอดแต่ต่อให้ผมต้องตายน้องก็ต้องปลอดภัย
//เดี๋ยวไอ้มินทร์มึงอยู่ตรงไหนคนของเราตามหามึงไม่เจอเลยบอกกูมาเดี๋ยวกูไปหาเอง//ผมรีบถามไอ้มินทร์ที่ทำท่าจะวางสาย
"ไม่กูไม่บอกจนกว่ามึงจะทำข้อตกลงกับกูก่อน"
//ไอ้เหี้ยมินทร์!!อย่าทำตั้งเงื่อนไขกับกูบอกกูมาเดี๋ยวนี้อย่าให้กูต้องลงมือหามึงเองมึงก็รู้นี่ว่ามึงจะไม่รอดหากกูเป็นคนลงมือ//ผมตวาดมันลั่นห่วงมันก็ห่วงโมโหจนจะเป็นบ้าแถมอาการหมั่นไส้ที่เข้ามาอีกเรื่อง
"จะเอาไงถ้าไม่กูวาง"มินทร์บอกเสียงแผ่วแผลมันเริ่มปวดมากขึ้นอากาศก็หนาวมากขึ้นเช่นกันจนเขาเองก็เริ่มไม่ไหว
//สัสเอ้ย เออ ว่ามา//ผมแทบจะจับตัวมันมาเขย่าให้หายงี่เง่าหายดื้อหัวชนฝาของมันจริงๆ
"ช่วยน้องออกมาให้กูๆจะบอกสถานที่ให้"มินทร์พยายามพูด
//อย่ามาพูดบ้าๆนะไอ้มินทร์เรื่องนั้นมึงก็รู้ว่ากูต้องทำอยู่แล้วกูจะพามึงกับน้องกลับบ้านบอกมาเดี๋ยวนี้ว่าอยู่ไหน"ผมกัดฟันพูด
"......................."
//ไอ้มินทร์อย่าดื้อ//ผมกล่อมมัน
"..........................."
//เออๆโธ่เว้ยกูสัญญา//ผมจำต้องยอมมันเพราะหากช้าไปกว่านี้ผมกลัวไอ้มินทร์มันจะไม่ไหว
"งั้นมาช่วยน้องที่ xxxx บล๊อก3"มินทร์ค่อยๆพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วลงเต็มทีแต่พยายามประคองสติของตัวเองเอาไว้
//มินทร์มึงเป็นไงมั่งกูจะเอาหมอไปด้วยอดทนนิดนะ ได้ยินกูใช่ไหมรอกู//ผมย้ำแล้วย้ำอีกมันไม่ตอบกลับแต่ผมรู้ว่ามันได้ยินผม
"ไปที่xxxxเอาคนของเราไปให้เยอะที่สุดอย่าจับตายจับเป็นมาให้กูทุกคนเตรียมรถพยาบาลอุปกรณ์พร้อมผ่าตัดหมอฝีมือดีที่สุดของเราเท่าที่มีเอาไปให้หมด"ผมสั่งลูกน้องด้วยความรวดเร็วแล้วก้าวขึ้นรถที่คนของสาขาในญี่ปุ่นขับพาไป
"เร็วๆสิวะไวกว่านี้อีกหรือว่ามันไวได้แค่นี้หืม"ผมโมโห
"นี่ก็ไวเกินกำหนดแล้..."เอิ่มครับๆ"คนขับรถชะงักคำพูดเพราะด้ามกระบอกเย็นๆสีดำจ่ออยู่ตรงขมับทันที่ที่รถจอดผมรีบก้าวลงจากรถเพื่อมองหาคนที่กำลังบาดเจ็บแต่มันทั้งมืดและเงียบท่ามกลางอากาศที่เริ่มหนาวจัดขึ้นเรื่อยๆทำให้ผมยิ่งกังวลมากยิ่งขึ้น
"กระจายกันตามหาคุณมินทร์ส่วนอีกกลุ่มหาทางเข้าไปในบ้านนั้นเงียบๆระวังคุณคิสให้ดีอย่าให้บาดเจ็บแม้แต่น้อย"ผมเอี้ยวตัวไปกระซิบบอกคนชุดดำที่ยืนเอามือซุกเข้าไปในอกเสื้อ
"รับทราบ"จากนั้นทั้งหมดก็กระจายกันทำตามคำสั่งผมเดินไปที่รถแอมบูลานซ์นที่จอดเทียบอยู่ตรงตรอกเล็กๆตรงกับเสาไฟส่องสว่าง
"ทุกอย่างเรียบร้อยใช่ไหม"ผมย้ำสายตาคมกวดมองภายในรถสองคนที่มีอุปกรณ์การช่วยชีวิตครบถ้วน เรื่องนี้ผมจะไม่เสี่ยงไม่ว่าทั้งน้องคิสและไอ้มินทร์คนทั้งคู่จะต้องปลอดภัยยังไม่ทันจะวกกลับเสียงฝีเท้าเร่งรีบทำให้ผมต้องจับด้ามปืนในแจ๊คเก็ตหนังสีดำเพ่ือเตรียมพร้อม
"นายครับคุณมินทร์นอนหมดสติอยู่ตรงนั้น"ลูกน้องคนนึงวิ่งกระหืดกระหอบมาบอกผมไม่ฟังจนจบแต่ก็รีบวิ่งจนสุดฝีเท้า
"มินทร์...ไอ้มินทร์"สภาพของมินทร์ที่นอนงอตัวเลือดนองเต็มพื้นใบหน้าสวยเฉี่ยวซีดจนไม่มีสีเลือดผมอุ้มมันขึ้นวิ่งกลับไปที่รถพยาบาลหมอทั้งรถต่างก็วุ่นวายช่วยชีวิตของมันอยู่เนื้อตัวมันเย็นเฉียบตัวของมันเบาหวิวมือที่อุ้มมันเปื้อนเลือดสีแดงฉานกำลังสั่นระริกจนคุมอาการไม่อยู่
"หมอ...ทำให้รอดยื้อมันกลับมาถ้ามันกลับมาไม่ได้ผมจะส่งหมอลงไปรักษามันในนรก"ผมบอกเสียงเข้มดวงตาคมวาววับไปด้วยความรู้สึกที่อัดกันจนบอกไม่ถูก
"นายครับคนของเราเตรียมบุกแล้วครับ"อีกคนวิ่งมาหาผมพยักหน้าเบาๆเชิงรับรู้
"ฝากชีวิตมันไว้ในมือหมอกลับมาหวังว่าคงได้รับข่าวดี"ผมบอกสั้นๆปิดท้ายประตูรถพยาบาลเบาๆตัดเสียงสัญญาชีพที่หมอต่อเข้ากับมอนิเตอร์และตัวมันเอาไว้จนเสียงติ๊ด ๆ นั้นเงียบหายไป
"ไป!!เก็บมันให้หมดเอาเป็นไม่เอาตายใครขัดคำสั่งมันตายตามเข้าใจนะ"ผมสั่งห้วนสั้นวิ่งเต็มฝีเท้าเพื่อช่วยน้องออกมา ภายในไม่นานพวกผมก็จัดการพวกมันได้จนหมด
"สวัสดีครับน้องคิสนี่พี่เตเองนะครับเตชิน"ผมพยายามยิ้มกว้างให้เด็กที่ดูไม่ออกว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายถ้าหากไม่รู้จักกันก็คงแยกไม่ออกท่าทางน้องจะกลัวแววตาสั่นระริกใบหน้าบวมเบ่งคงเพราะถูกตบมาเนื้อตัวเขียวช้ำแต่ไม่มีน้ำตาออกมาซักหยด
"มินทร์อยู่ไหน...มินทร์"คิสถามเสียงสั่นๆไม่ยอมขึ้นรถที่จอดรออยู่ผมเลยถอดเสื้อแจ๊คเก็ตหนังวางลงบนบ่าให้น้องเจ้าตัวถึงกับสะดุ้งเฮือก
"มินทร์ล่ะมินทร์"คิสยังทวนคำไม่เลิกจนผมนึกสงสัยในใจหรือว่าน้องจะปัญญาอ่อนวะ
"มินทร์อยู่ในรถพยาบาลครับน้องคิสไปให้หมอดูก่อนมั๊ยเดี๋ยวมินทร์ก็ตื่นแล้ว"ผมพยายามทอดเสียงอ่อนโยนลงให้น้องหายกลัว
"ครับไปๆจะไปหามินทร์"เพราะชื่อนั้นทำให้น้องรู้สึกดียิ่งขึ้นยอมให้ผมจับแขนเล็กพาไปที่รถพยาบาลอีกคัน
"จับพวกมันส่งกลับไปที่ไทยฝากบอกคุณพิชญ์ว่าให้รายงานคุณคิงส์เจอน้องแล้ว"ผมหันกลับไปบอกเสี่ยงต่ำรัวเร็วกลัวน้องจับคำได้
"มินทร์ๆ"น้องพยายามจะเปิดประตูรถคันที่ช่วยชีวิตมินทร์เอาไว้แต่ผมรั้งแขนเอาไว้ได้ทัน
"ดูแลตัวเองก่อนนะครับเดี๋ยวมินทร์ก็ออกมา"ผมเอ่ยเตือนน้องจ้องหน้าผมหวาดๆแต่ก็ยอมทำตามไม่นานนักประตูรถอีกคันก็เปิดออกคุณหมอที่เดินออกมาคนแรก
"ปลอดภัยแล้วครับ"หมอเหมือนดูโล่งๆคำนั้นเรียกร้อยยิ้มน้อยๆออกจากปากผมจนได้ น้องคิสเอียงหน้ามองผมนิดๆผมเลิกคิ้วถาม
"มินทร์หามินทร์"น้องเริ่มโยเยคุณหมอจึงหันมาถาม
"เข้าไปเจอได้แล้วหรือ"ผมถามแทนน้อง
"ได้ครับคุณมินทร์เจ็บมากก็จริงแต่ตอนนี้ฟื้นแล้วครับผมเติมน้ำเกลือและก็เลือดให้เพราะคุณมินทร์เสียเลือดค่อนข้างเยอะเลยเกิดอาการอ่อนเพลียโชคดีที่ไม่มีไข้ไม่อย่างนั้นคงแย่กว่านี้"หมอร่ายยาวทุกคนรีบหันไม่มองเมื่อเห็นประตูรถถูกปิดอีกครั้งและน้องก็หายเข้าไปในรถ
"อืมมขอบคุณนะหมอแล้วผมจะพาพวกเค้ากลับไทยตอนนี้เลยได้ไหม"ผมถามหมอส่ายหน้า
"ไม่ครับอย่างน้อยพรุ่งนี้คงเดินทางได้ต้องดูคุณมินทร์อีกทีว่าแผลตัดเชื้อหรือเปล่าครับ"
"อ่างั้นขอผมเคลียร์พื้นที่อีกนิดแล้วจะไปส่งพวกคุณกลับโรงพยาบาลมีอะไรที่ต้องดูแลมินทร์เป็นพิเศษอีกหรือเปล่า"ผมถามซ้ำ
"อย่าให้คุณมินทร์กระเทือนแผลก็พอแล้วครับใบหน้าหัวแล้วก็ที่แขนพวกผมก็จัดการเย็บให้แล้วรับรองไม่เสียโฉมแน่ๆส่วนแผลที่ท้องค่อนข้างหนักหน่อยเพราะแผลยาวและลึกมากแผลด้านนอกหากไม่โดนน้ำก็คงหายภายในเจ็ดวันแต่แผลข้างในช่องท้องคงต้องใช้เวลาเป็นเดือนครับ"ผมพยักหน้าอีกครั้งสายตาเหลือบมองไปที่รถที่ไอ้มินทร์กับน้องอยู่ด้วยกันก่อนจะละสายตาหันไปสั่งพวกที่เหลือให้เก็บกวาดสิ่งที่พวกเราทำให้เรียบร้อยใช้เวลาไปเกือบชั่วโมงเพื่อเก็บรายละเอียดโดยที่ลืมอะไรไปบางอย่าง ใช่ผมลืม...
"รีบไปที่รถคุณมินทร์ไอ้เวรเอ้ยทำไมไม่มีใครเฝ้ารถซักคนห๊ะพไอ้พวกไร้สมองมึงจะให้กูสั่งหมดกระทั่งกินข้าวหรือยังไง"ใจผมสังหรณ์แปลกๆผมวิ่งปราดไปที่รถแล้วเปิดประตูเพื่อไปเจอ...ความว่างเปล่า
"ให้ตายสิไอ้มินทร์ไอ้ดื้อไอ้กระต่ายตัวแสบกูให้โอกาสมึงได้ครั้งนี้อีกครั้งเดียวนะมึงนับเวลาถอยหลังเอาไว้ได้เลย"ผมตะโกนดังลั่นท้องถนนที่ว่างเปล่า ลูกน้องผมถอยหลังไปกองกันเป็นกระจุกไม่มีใครกล้าเข้าหน้าผมซักคนมองกวาดตามองทุกคนตาขวางอยากจะทุบทำลายข้าวของให้พังพินาศไปกับมือ
