1 ไม่อยากให้ใครมารอ คนที่ไม่มีหัวใจ
อัมนิชากำลังนั่งนับเงินเพื่อทำรายการบัญชีคร่าวๆ ก่อนร้านจะปิด ขณะนั้นเสียงฟ้าร้องคำรามราวโกรธใครมานานแสนนานยังดังไม่ขาดสาย เธอมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกซึ่งมีเม็ดฝนกระเซ็นมาเกาะแล้วร่วงหล่นหายไปและคงเป็นอย่างนั้นอยู่เรื่อยๆ
มือเล็กๆ ขยับแขนเสื้อเชิ้ตเพื่อปิดผิวเนื้อที่ข้อมือเมื่อจรดปากกาเขียนรายได้วันนี้ ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อกันหนาวในล็อคเกอร์มาใส่
“แคชเชียร์คนสวยหนาวเหรอจ้า แล้วทำไมหน้าตาไม่ดีเลยละหรือว่าป่วยยังไม่หาย”
ก่อนหน้านี้อัมนิชาลางานไปทั้งอาทิตย์ เหตุเพราะต้องดูแลลูกสาวที่ป่วย คนที่ถามไม่รู้เรื่องนี้เธอจึงได้แต่ยิ้มและบอกว่าไม่เป็นไร ทว่าคนถามกลับซุบซิบกับพนักงานบาร์อีกคนเมื่ออัมนิชาเดินไปได้ไม่กี่ก้าว
“หยิ่งจังแค่คุณแมททิวไว้ใจ แกว่ามั้ย”
อีกคนแค่ปลายตามองแม้ไม่ชอบที่คุณแมททิวซึ่งเป็นเจ้าของร้านชอบพออัมนิชาจนออกนอกหน้า ก็แค่ผู้หญิงมีเรือพ่วงจะสนใจทำไมขนาดนั้น สาวๆ อย่างพวกเธอด้อยกว่าที่ตรงไหน…
อัมนิชาได้ยินการสนทนาแต่เธอเลือกจะเงียบ ร่างในชุดกางเกงผ้าซาตินทรงกระบอกกับเสื้อเชิ้ตสีขาวเดินไปชะเง้อมองหน้าต่างและภาวนาให้ฝนหยุดตกเร็วๆ เพราะอยากกลับบ้าน ตอนนี้แขกในร้านอาหารมีเหลือแค่สองโต๊ะ เหมือนกำลังดื่มกัน ไม่มีออเดอร์อาหารเพิ่ม ในครัวก็ปิดแล้ว เธอสามารถกลับได้ แต่ฝนทำให้มีอุปสรรคในการกลับ
ตอนนี้ฤดูฝนหรือเธอควรทำอย่างที่น้องสาวพูด คือซื้อรถยนต์สักคันเพื่อหลบฝน ไปไหนมาไหนก็ไม่ลำบากอย่างเคย
ซื้อได้ยังไง คิดกี่ครั้งก็ไม่ได้เพราะตอนนี้น้องสาวยังคงเรียน เธอไม่มีปัญญาไปหาเงินผ่อนปัจจัยที่ห้านั้น ลำพังค่าเช่าบ้าน ค่ากินก็เดือนชนเดือน เมื่อคิดไม่ตกมือข้างหนึ่งก็จับที่ศีรษะข้างหนึ่ง สายตาเพ่งไปในสายฝนที่พร่ำลงมา
ในม่านน้ำฝนนั้น เธอมองอะไรไม่ค่อยชัดเจนอีกวัน เธอกระพริบตาลงมองนาฬิกาอีกที
เมื่อไหร่หนอชีวิตของเธอจะไม่ต้องทนกับควาหมองมัวในจิตใจ จนทำให้อะไรๆ ที่เห็นพาลพร่าเลือนเมื่อมองดู
บางทีถ้ามีใครสักคนมาร่วมทางชีวิต อย่างที่น้องสาวว่าก็คงดี อัมนิชายกมือลูบกระจกที่ด้านนอกซ่งมีน้ำเกาะฝนแล้วหยดหายไป
แต่ใครกันเล่าจะสนใจกันจริงจัง เธอกลายเป็นผู้หญิงที่กลัวความรักเสียแล้ว อายุแค่26 ก็ทำตัวเป็นคนอมทุกข์ “พี่นะพี่เมื่อไหร่จะได้เจอความรักล่ะ” น้องสาวก็พูดไปเรื่อยราวรู้เรื่องรักๆ ใคร่ๆ ดี แม้เห็นด้วยบ้างในบางครั้งแต่เธอก็ไม่อาจยิ้มง่ายเหมือนตอนเป็นสาวแรกรุ่น รอยยิ้มนั้นค่อยเลือนหายไป ไม่ต่างสายฝนที่เทลงมาในขณะนี้
ตอนนั้นคือตอนนั้น ตอนนี้ก็คือตอนนี้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับชีวิตมากมายทำให้เธอยิ้มไม่ค่อยออก ที่อยู่มาได้และเดินไหว เธอก็คิดว่าตนเองเก่งพอใช้
“กลับด้วยกันสิอัม รู้ว่าเราคงกำลังเป็นห่วงลูกอมใช่มั้ย”
เสียงคุ้นเคยดังอยู่ด้านหลัง อัมนิชายิ้มให้เจ้าของร้านซึ่งใจดีกับเธอเสมอ เขาทำให้ได้มีงานทำ คนที่ให้ความช่วยเหลือเสมอแต่เธอเกรงใจเขาเพราะรู้ว่าการที่เขาช่วยเหลือเธอ ทำให้ต้องผิดใจกับที่บ้าน เธอจึงพยายามเลี่ยง ทว่าเรื่องงานเธอขอพึ่งพาเขาไปก่อน
“คิดอะไรครับแค่จะไปส่ง” เขายังตื้อไม่เลิก ไม่แสดงความโมโห นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอยังทำงานที่นี่ได้
“ไม่เป็นไรค่ะ ฝนใกล้ตกและอยากอยู่ช่วยดูแลร้านด้วย เอ่อ แล้วไหนบอกว่าจะไปดูแลสาขาหนึ่ง และสองค่ะ”
ร้านอาหารของแมททิวมีห้าสาขาในพัทยา เธออยู่โซนที่ไกลชายหาด สาขาหนึ่ง สอง มีแขกมาก แมททิวหนุ่มลูกครึ่ง หน้าตาหล่อเฟี้ยวถือหุ้นกับพี่สาว ซึ่งนานครั้งฝ่ายนั้นจะเข้ามาดูแลที่ร้าน ดังนั้นร้านไหนที่ขายดี คุณมีนพี่สาวแมททิวจะให้น้องชายเฝ้าเองตลอด ส่วนอีกสามร้านซึ่งแขกไม่มากมายจะมีผู้จัดการร้านที่วางใจช่วย สาขาสามจึงเป็นของอัมนิชามาได้สี่ปีกว่า
สี่ปีเธอทำงานที่นี่มานานพอสมควร ทว่าเหมือนเวลาที่เธอย้ายออกจากบ้านหลังนั้นเพิ่งจะเกิดขึ้น
“ฝนตกลูกค้ามีเรื่อยๆ และวันนี้เราคงตกข่าวพี่มีนมา เขาดูแลเอง ผมเลยมานี่ได้ไง”
อัมนิชาแปลกใจ เหรคะ”
“อืม ถ้ารู้แบบนี้ไปได้ไหม”
อัมนิชาหห่วงลูกแม้จะมีน้องสาวดูแล ดังนั้น ในรอบหลายเดือนเธอจึงไปขึ้นรถหรูของแมททิว ก่อนออกจากร้านไม่ลืมสแกนนิ้วมือ
“พนักงานดีเด่นต้องมาแล้ว”
เมื่อแมททิวเอ่ยชม อัมนิชาก็แย้งขึ้นมา “อะไรกันคะ กลับคนอื่นก็ทำงานดีนะคะ อย่ามาให้อัมคนเดียวเลย
“เข้าใจแล้ว”
อัมนิชามองเสี้ยวหน้าคมเข้ม ผู้ชายคนนี้รอบคอบ ใส่ใจ ทว่า เธอไม่คู่ควรกับเขาอย่างที่ครอบครัวเขาว่า แม้มีคุณมีนเอาใจช่วย เธอก็ไม่เคยหลงตนเอง หรือต้องการทำให้แม่ที่ห่วงลูกชายต้องเสียใจ เธอพยายามเข้าใจฝ่ายนั้น ทว่าเขาตามเธอเหมือนไม่ยอมปล่อย แบบนี้เธอควรจะบอกเขาอีกครั้งหรือไม่
นั่นคือเรื่องราวที่เขาหวังและเคยบอกเธอไปครั้งหนึ่งแต่โดนเธอปฏิเสธ ให้เลิกหวัง เพราะคงเป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าเขาจะพูดมันอีกกี่ครั้งก็ตามแต่
“พี่มีนซื้อของมาฝากด้วยนะ” ไม่ทันได้เอ่ยเรื่องที่ต้องการ ถุงสวยๆ วางอยู่ที่บนตัก อัมนิชามองถุง
“เอ่อ…”
“น่าจะเป็นของหลานนะ พี่มีนเขามาครั้งนี้มาเที่ยวกับคนพิเศษเขา เลยไม่ได้ให้เอง ฝากมาบอกน่ะ”
“ฝากขอบคุณนะคะ”
อัมนิชาบีบถุงที่ตัก รู้สึกดีใจแทนผู้ชายที่ได้ความรักจากผู้หญิงดีๆ ไป เพราะตั้งแต่เจอกัน เธอเห็นมาตลอดว่ามีนภามีน้ำใจต่อคนอื่นไม่ต่างกับน้องชาย การมีรักที่ดีเธอย่อมยินดีด้วย
“ลูกอมโอเคแล้วใช่หรือเปล่า วันนี้คงไม่รบกวนเข้าไปนะ แต่ฝากขนมอร่อยๆ ไปให้ด้วย”
ภายใต้แว่นตาที่สวมใส่เขาหันมามองกัน เรื่องที่อยากพูดนั้น หญิงสาวต้องเก็บไว้ก่อน บางทีการพูดตรงเกินไปแต่ทำให้คนอื่นเสียใจเธอก็ไม่อยากทำ ก็คงต้องทนอึดอัดต่อไป จนกว่าแมททิวจะเจอคนที่ใช่ในชีวิต เธอหวังให้เขาเจอเร็วไว อย่างที่คุณมีนได้เจอในตอนนี้
