ตอน 7
โกดังน้ำมันเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมพัด เสาไฟกะพริบเหมือนจะหลุดดับเมื่อไหร่ก็ได้ เดชแอบย่องเข้ามาหลังกองลังไม้ มือหนึ่งถือไฟฉายเล็ก ๆ อีกมือถือหมวกกันน็อกของมอเตอร์ไซค์ที่หยิบติดมาจากบ้าน
“เฮ้ย… ใส่ไว้ก่อน เผื่อมีกล้องมันจับหน้าไม่ได้… ใช่มั้งวะ” เดชบ่นกับตัวเองพร้อมสวมหมวกเต็มใบจนหน้าบี้ เขาโผล่หัวไปดูรอบ ๆ ก่อนจะทำท่ากระซิบ
“กล้องวงจรปิดอยู่ตรงนั้น… มึงอย่าหันมาทางกูนะลูกพ่อ… เดชยังไม่อยากขึ้นข่าวช่องอาชญากรรมตอนเช้า…” เดชค่อย ๆ เดินย่อง แต่ดันสะดุดถังน้ำมันเก่า โครม
“ฉิบหาย!!!” เขารีบหมอบกับพื้น พร้อมทำท่าคล้ายทหารในหนังฮอลลีวูด
“ใจเย็นเว้ยเดช… มึงคือสายลับ 007 รุ่นตลาดล่าง… มึงทำได้”พอเข้าใกล้โกดัง เขาเจอกล้องอีกตัวหนึ่ง เดชทำหน้าเซ็งทันที
“เหี้ยเยอะฉิบหาย… น้ำมันหรือน้ำประปาวะ ตุนเยอะฉิบหาย”
เดชมองหาอะไรสักอย่างมาบังกล้อง ก่อนจะเจอ ป้ายเหล็กเขียนว่า ‘พื้นที่ห้ามเข้าอันตราย’ เดชหยิบขึ้นมา แล้วเอาไปพิงบังกล้อง แต่ดันพิงไม่ดี ป้ายล้มดัง แป๊ะ เดชรีบดึงมันขึ้นมาใหม่
“มึงช่วยยืนดี ๆ หน่อยดิ๊ไอ้ป้าย มึงจะล้มทำไม กูมาช่วยชีวิตมึงนะเฟ้ย!”
หลังแก้ปัญหาจนกล้องบังอย่างทุลักทุเล เดชก็แอบเข้าไปในคลังน้ำมันสำเร็จ ภายในมืด อับ และมีกลิ่นน้ำมันแรงจนน้ำตาแทบไหล เดชกระซิบกับตัวเอง
“กลิ่นแม่งแรงจนกูรู้สึกว่ากูเมาโดยไม่ต้องแดกเหล้า…” เขาเริ่มยกแกลลอนทีละใบ แต่ใบแรกดันหนักจนเกือบหลุดมือ
“โอ๊ยย! หนักเป็นบ้า น้ำมันหรือวิญญาณคนตายวะเนี้ย" เดชลาก ๆ ยก ๆ ได้มารวม 6 แกลลอน เหงื่อแตกพลั่ก ทั้งที่แค่ย่อง พอเดินออกจากโกดัง เขาต้องเดินผ่านกล้องตัวเก่า จึงรีบหยิบ แมสผ้ามัดยางออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วใส่ทับหมวกอีกชั้น
“กันไว้ก่อน เผื่อกล้องทะลุทะลวงเห็นหน้า… แบบนี้แม่งปิดสามชั้นเลยนะมึง”และแล้วเดชก็ลากแกลลอนออกไปได้สำเร็จ แบบงุ่มง่าม แต่รอดมาได้อย่างหวุดหวิด
---
ตัดภาพมาทางเสือดำ เขาเห็นอะไรแปลก ๆ จนผิดสังเกต ในบ่อน เสือดำนั่งบนเก้าอี้หนังสีดำ มือถือซิการ์ ลูกน้องเดินเข้ามาก้มหน้า
“พี่เสือ… ผมได้ข่าวว่าไอ้เดชไปกับไอ้จ๋องครับ ดูเหมือนมันถูกจ๋องใช้ไปงัดคลังน้ำมันให้"เสือดำค่อย ๆ ยิ้ม ยิ้มแบบคนที่ไม่ขำเลยสักนิด
“มันคิดว่าใครใช้ใครวะ… ไอ้จ๋อง”
เขาบีบซิการ์จนขี้เถ้าร่วง แววตาเย็นกริบจนลูกน้องกลัวจะขาสั่น
เสือดำพูดเสียงเรียบ แต่น่าขนลุก
“มึงไปบอกไอ้เดช… ว่าถ้ามันรอดกลับมานะ…กูจะสอนมันเองว่าในบ่อนของกู ใครเป็นหมา… ใครเป็นนาย” ลูกน้องรีบตอบ
“ครับพี่ เสือดำจะให้คนไปตามมันเลยไหมครับ" เสือดำจุดบุหรี่มวนใหม่ สูดเข้าลึก ๆ ก่อนเป่าควันออกช้า ๆ
“ไม่ต้อง… ให้มันคิดว่ามันทำสำเร็จไปก่อน ให้มันดีใจแล้วกูจะเหยียบมันด้วยมือกูเอง” แววตาเสือดำทอประกายเลือดเย็น
ราวกับรอจับลูกหนี้หน้าใหม่มาขย้ำทันทีที่กลับเข้าบ่อน รถกระบะคันเก่า ๆ ของไอ้จ๋องที่ให้เดชเอาไปใช้งาน เดชขับเข้ามาหน้าลานโกดัง เสียงท่อดังเหมือนจะหลุดทุกเมื่อ พอเดชลงจากรถก็เห็นไอ้จ๋องกับพวกยืนกอดอกรออยู่ตั้งแต่ยังไม่ดับเครื่อง เดชยิ้มกวน ๆ ทันที
“โอ้โห มารอรับกูเหมือนผัวรอเมียกลับบ้านเลยนะจ๋อง… คิดถึงกูเหรอ” ไอ้จ๋องหน้าตึง
“อย่ามาเล่นลิ้น ไอ้เดช… ของอะ”
“หะ ของอะไร ของมึงหรือของกู”พวกจ๋องเริ่มฮึ่ม ๆ ไอ้จ๋องขู่
“มึงอย่ากวนกูเดช กูถามของที่ให้ไปงัดมา!” เดชทำท่าทางโอเวอร์แอ็คติ้ง ยกคิ้วขึ้น
“อ๋อ… ไอ้น้ำมันนั่นน่ะเหรอ โหยพวกมึงพูดดี ๆ ไม่ได้ไง เดี๋ยวกูก็นึกว่ามึงหมายถึง หัวใจกูอีก”พวกจ๋องบางคนขำ แต่บางคนทำท่าจะลากคอเดช จ๋องด่าเสียงดัง
“กูจะบ้าเพราะมึงเนี่ย! เอามา!” เดชเดินไปท้ายรถเปิดผ้าเก่า ๆ ที่คลุมแกลลอน
“นี่ไงพ่อคุณ ได้มาหกแกลลอน เต็ม ๆ ลากจนตูดแทบถลอก มึงลองลากเองดิ… จะรู้เลยว่ากูซวยขนาดไหน” ไอ้จ๋องหรี่ตา
“หกแกลลอน มึงเอามาได้ไงวะ”เดชยักไหล่
“กูก็เดินเข้าไปเฉย ๆ มึงคิดว่ากูเป็นใคร… เจมส์บอนด์เขตสลัมปะล่ะ”พวกจ๋องรีบไปขนขึ้นรถของตัวเอง แต่ไอ้จ๋องยังไม่ยอมจ่ายเดชยืนเท้าเอว
“เอ้า ไหนค่าดอกกูวะ สามหมื่นอะ จำได้ปะ” ไอ้จ๋องทำหน้าเฉย
“ยังไม่ได้”
“อ้าว! มึงให้กูไปงัดคลัง แต่มึงยังไม่ให้เงินกูเนี่ยนะ เหี้ยละ” จ๋องตอบนิ่ง ๆ แต่กวนตีนกว่าเดชอีก
“มึงใจร้อนเหรอ กูยังไม่ได้เอาไปขายเลยไอ้เดช จะให้กูควักมาจ่ายก่อนเหรอ กูแม่งไม่ใช่ธนาคาร” เดชเริ่มหัวร้อน
“ไอ้จ๋อง กูไปเสี่ยงแทบตาย มึงเห็นไหมว่ากูกลับมาครบสามสิบสองชิ้นก็บุญหัวมึงแล้วนะเว้ย" พวกจ๋องหัวเราะ ไอ้จ๋องจุดบุหรี่ สูบอย่างกวนบาทา
“ใจเย็น ๆ เดี๋ยวกูมีให้… แต่มึงต้องรอจนกูขายของได้ก่อน เข้าใจปะ” เดชถอนหายใจดัง
“โอ๊ยยย… สรุปคือมึงไม่มีตังจ่ายกูนี่เอง” จ๋องกระตุกยิ้ม
“กูมีอันนี้มึงเอาไปให้เสือดำก่อนครึ่งหนึ่ง … ที่เหลือรอก่อนไม่ใช่วันนี้” เดชชี้หน้า
“มึงอย่าหนีเด้อ กูไม่อยากเป็นศพเพราะเสือดำฆ่ากูเพราะกูไม่มีเงินไปให้มันนะโว้ย!” จ๋องพยักหน้าแบบรำคาญ
“อาทิตย์หน้า มึงมาหากู… เดี๋ยวให้ ทั้งต้นทั้งดอก”
“ก็พูดดี ๆ ตั้งแต่แรกก็จบแล้วไอ้สัส”
เดชขึ้นมอเตอร์ไซค์ของตนเองที่จอดทิ้งเอาไว้ก่อนหน้า พูดต่อแบบกวน ๆ
“แล้วมึงอย่าทำของกูหายละ เดี๋ยวกูมาตามถึงบ้านมึงเลยนะ… เจ้าหนี้โหดนะกูอะ!” เดชขี่ออกไปอย่างชิล ๆ ไม่รู้เลยว่า ในความมืดของลานโกดังมีชายสองคนของเสือดำยืนแอบมองอยู่ หนึ่งในนั้นพูดเสียงเบา
“พี่ เสือดำสั่งให้เฝ้ามันต่อไปมั้ยครับ อีกคนคาบบุหรี่ พูดด้วยสีหน้าดุดัน
“สั่งแล้วนี่จับตาไอ้เดชตลอดเวลา มันคิดว่าไอ้จ๋องใช้มัน ฮึ… เสือดำต่างหากที่กำลังใช้มันอยู่”
แสงไฟริมโกดังวูบวาบ เหมือนบ่อนกำลังเตรียม “กินเดชทั้งตัว” อย่างไม่รู้ตัว ลมกลางคืนพัดใบสังกะสีดัง แอ๊ด… แอ๊ด เดช ชะลอรถมอเตอร์ไซค์เก่า ๆ เข้าไปจอดหน้าบ้านตัวเองบ้านที่ไม่รู้ว่าเป็นบ้าน หรือเป็นลังสังกะสีเอามาต่อ ๆ กัน ไฟในบ้านติดบ้างดับบ้าง เขาโยนแกลลอนน้ำมันถังเล็กลงพื้นแบบหมดแรง นั่งลงบนไม้เก่า ๆ ถอนหายใจยาวเหมือนคนที่ชีวิตหมดไปครึ่งหนึ่ง ไม่นานเสียงเคาะประตูดัง ปัง ๆ ๆ
“พี่เดช! เปิดหน่อย!” เสียงโจ๊ก เดชกลอกตามองไปทางประตูบ้านด้วยความเหนื่อย
“อะไรอีกวะ ไอ้โจ๊ก กูเพิ่งรอดมาจากการโดนระเบิดตูดมาเมื่อกี้เองนะ” เขาลากเท้าไปเปิดประตู โจ๊กโผล่หน้าเข้ามาทันที สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วงและความอยากรู
“พี่… พี่ทำได้ไหมวะแล้วได้เงินกลับมารึเปล่า" โจ๊กมองหาเงินแบบร้อนรุ่ม เดชดีดบุหรี่มวนยับ ๆ ออกจากกระเป๋า
“ได้… แต่มันได้ไม่ครบเว้ย” โจ๊กหน้าซีด
“เหี้ยแล้วพี่! เสือดำมันรอหลายวันไม่ได้นะเว้ย มันจะเชือดเราแทนเชือดหมูเลยนะพี่" เดชยักไหล่แบบไม่กลัวตาย
“กูรู้มึงอย่าซ้ำ… แต่กูมีแผน” โจ๊กขมวดคิ้ว
“แผนอะไรอีกล่ะพี่ หรือจะไปงัดอะไรอีก” เดชชี้หน้า
“หยุดเลย! กูไม่งัดอะไรแล้ว! เจ็บตูดเมื่อกี้ยังไม่พอเหรอ" โจ๊กถอนหายใจโล่งอก
“แล้ว… พี่จะทำไง" เดชหยิบเงินที่ได้มา โปะลงบนโต๊ะไม้เก่า เสียงดัง ปั๊ก!
“กูจะเอานี่… ไปต่อทุนก่อน" โจ๊กแทบจะร้อง
“พี่! พี่จะเอาเงินที่ต้องคืนของไอ้จ๋องไปเล่นอีกเนี่ยนะ นี่มันบ่อนเสือดำนะเว้ยพี่” เดชยิ้มเจ้าเล่ห์ เหมือนนักพนันที่ไม่มีทางสำนึก
“เออสิวะ กูก็เล่นต่อ… จะได้เก็บเงินเพิ่ม แล้วค่อยเอาไปให้มันอาทิตย์หน้าทีเดียวเลยชัดเจน”
“พี่เอาชีวิตไปขายบ่อนเลยนะเนี่ย…”
“กูขายตั้งแต่ก้าวแรกแล้วโว้ย”เดชหัวเราะอย่างขมขื่นบรรยากาศเงียบลงพักใหญ่เสียงหมาเห่าจากท้ายซอยดังแว่ว ๆ โจ๊กนั่งลงข้าง ๆ
“แล้วพรุ่งนี้พี่จะไปไหนต่อ” เดชนึกถึงโทรศัพท์ก่อนหน้านี้ เสียงหลานสาวร้องขอเงินสองพัน ด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ สายตาเดชอ่อนลงเพียงเสี้ยววินาที ก่อนกลับมาเป็นความกร้านโลกเหมือนเดิม
“พรุ่งนี้กูต้องไปรับพลอย… หลานกูแหละ" โจ๊กพยักหน้า
“พลอยที่โทรมาขอค่าหมอให้ยายเหรอพี่” เดชถอนหายใจ
“เออ… กูด่ามันไปเมื่อกี้ กวนประสาทกูจนเสียเลย นี่อายุสิบแปดแล้วนะ ยังพูดเสียงเหมือนเด็ก ปวดหัวชิบหาย” โจ๊กหัวเราะ
“แล้วพี่จะให้น้องเขามาทำงานอะไรล่ะ” เดชไม่ตอบทันที
เขานั่งเงียบ สูดควันบุหรี่ พร้อมมองเพดานสังกะสีที่เป็นรูแสงตะเกียงลอดผ่านเข้ามาเหมือนดาวบนท้องฟ้า แล้วเดชพูดช้า ๆ
“กูยังคิดอยู่… แต่ยังไงก็ต้องดึงมันออกจากสลัม แม่งอยู่ไปก็เหมือนรอวันมีผัวไปทุกวัน” โจ๊กฟังแล้วเงียบไป เพราะเขาเองก็รู้ว่า เดชอาจจะกำลังลากหลานสาวเข้าไปในโลกอันตรายกว่าเดิม เดชลุกขึ้น
“เอาล่ะ… มึงกลับไปพักเหอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้กูไปรับพลอยก่อน แล้วค่อยมาดูกันว่าจะเอายังไงต่อ" โจ๊กเดินออกไปช้า ๆ ก่อนหันกลับมาพูด
“พี่เดช… มึงไม่ใช่คนเลวหรอกนะ แต่ระวังเถอะ เดี๋ยวมึงจะตายเพราะความหวังดีแบบโง่ ๆ ของมึงนี่แหละ” เดชยิ้มมุมปาก
“กูมันเดช จะตายก็ขอตายตอนเสี่ยง ไม่ใช่ตอนนั่งกลัวอยู่บ้าน” โจ๊กส่ายหัวแล้วเดินจากไป เหลือเดชนั่งอยู่กลางบ้านสังกะสีพร้อมเงินก้อนสุดท้าย และภาระที่ชื่อว่า “พลอย” ที่รอเขาไปรับในวันรุ่งขึ้น
