นกน้อยคืนรัง ตอนที่ 2
นานมากเท่าไหร่ไม่รู้ที่ไม่ได้สัมผัสกับความรู้สึกผ่อนคลายขนาดนี้ เพราะใช้ชีวิตอยู่กรุงเทพฯ นับสิบปี สังคมในเมืองหลวงที่มีการแข่งขันสูง ทำให้ผู้คนส่วนมากต้องกระตือรือร้นอยู่เสมอ ยากนักที่จะมีช่วงเวลาเสพสุขกับธรรมชาติรอบตัวอย่างแท้จริง
เพราะในเมือง...โดยมากก็มีแต่ป่าคอนกรีต ดีขึ้นมาหน่อยก็คงเป็นสวนสาธารณะที่ถูกสร้างขึ้นด้วยน้ำมือมนุษย์
“หืม...” เสียงผิวปากดังแว่วมาตามลม วายาขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจว่าใครหนอมาอยู่ในที่ดินบ้านเธอได้ ร่างเล็กถอยหลังกรูดอย่างระวังตัว
“ฉันก็รักเธอมาตั้งนานแล้ว
และก็รักเธอมากจนล้นใจ
เธอทำไมไยเธอไม่เคยแล ไม่เคยมอง
และเธอรักก็เพียงแค่แต่เขา เราก็ต้องทำความเข้าใจเอา
เพราะรักฉันนั้นไม่ใช่รักเรา เธอรักเขา...” เสียงทุ้มครวญเพลงโปรดไปพลางผิวปากไปพลางอย่างสบายอารมณ์ ในขณะที่กำลังยืนปัสสาวะไปด้วย ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเขาก็จริงแต่มันก็เคยเป็น ก่อนที่พ่อแสงกับแม่อิ่มจะขอแบ่งซื้อจากแม่ของเขาเพื่อมอบให้ลูกสาวคนเดียว
“พี่อิฐ” วายาเอ่ยชื่อนั้นน้ำเสียงเบาหวิวจนตัวเองยังแทบไม่ได้ยิน เพราะคุ้นเคยและเริ่มจะแน่ใจว่าต้องเป็นเขาแน่นอน เพราะสวนทุเรียนของเขาก็อยู่ใกล้ๆ กันนี่เอง และที่ตรงนี้ก็เคยเป็นของเขามาก่อนด้วย
หญิงสาวค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้อย่างเอาเรื่อง เมื่อรู้ว่าใครบังอาจบุกรุกเข้ามาโดยไม่ได้ขออนุญาต
“โอ้ใจเอ๋ย ทำไมหัวใจไม่หลาบจำ ดึงดันจะรักเธออยู่
ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่ใช่ แต่ยังจะรักเขาหมดหัวใจ
ปล่อยเขาทำร้าย ย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ เติมอยู่...” คนไม่รู้เรื่องยังคงปลดทุกข์พร้อมกับโยกตัวไปตามเสียงครวญของบทเพลง
“พี่อิฐ! เข้ามาทำอะไรที่นี่!! กรี๊ด!!”
“เฮ้ย!!” ชายหนุ่มตกใจสะดุ้งโหยง คนกำลังปลดปล่อยสบายอารมณ์อยู่ดีๆ ก็ถูกขัดจังหวะแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยก็ย่อมไม่ทันได้ตั้งตัว หันขวับไปตามเสียงโวยวายนั้นโดยที่ยังทำธุระไม่เสร็จ เขาจึงกลายเป็นคนเปิดเผยไปโดยปริยาย
“ทำอะไรไอ้คนบ้า...ลามกที่สุดเลย!!”
“วิว!...มาได้ยังไงเนี่ย”
“โอ๊ย! นี่มันบ้านฉันจะมาจะไปมันแปลกเหรอ แล้วพี่เนี่ยทำไมมาฉี่รดที่ดินคนอื่น เวรกรรม!” เธอหันหลบพลางหายใจแรง ปิดตาตอนนี้คงไม่ทันสินะเพราะเห็นแล้วเต็มๆ!
พ่อเอ๊ยแม่เอ๊ยยิ่งใหญ่! จนใจสั่น!!
“แล้วทำไมไม่บอกล่วงหน้าเล่า...ลุงแสงกับป้าอิ่มไม่เห็นบอกเลยว่าวิวจะมา” อิทธิเป่าลมออกปากพลางเก็บเนื้อเก็บตัวเข้าที่ แล้วเดินออกมายืนเท้าสะเอวหน้านิ่วมองแผ่นหลังของหญิงสาวผู้ที่ไม่ได้พบกันมานานหลายปีดีดัก
“ไม่ได้บอกใครว่าจะกลับ...แล้วนี่เสร็จหรือยัง จะอวดศักดาอีกนานไหม”
“นี่แม่คุณ...ใครเขาอวด พี่ก็ทำธุระของพี่ตัวเองนั่นแหละเดินมาดูเฉย”
“จะบ้าเหรอ ใครจะไปรู้ว่าทำอะไรอยู่ บุกรุกที่คนอื่นมันผิดกฎหมายรู้ไหม” แน่ใจว่าเขาคงอยู่ในสภาพเรียบร้อยแล้วจึงหันขวับไปถลึงตาใส่ ยกมือขึ้นเท้าสะเอวบ้าง แต่พอเห็นหน้าเขาแล้วก็อดที่จะต้องหลบหน้าไม่ได้ ตราบาปเมื่อสักครู่มันติดตาไม่หายจริงๆ
“นี่พ่อกับแม่วิวไม่ได้บอกหรือไงว่าพี่เป็นคนดูแลที่นี่ให้สองสามปีมาแล้ว ออ...ก็ไม่เคยสนใจอะไรอยู่แล้วนี่เนอะ เอะอะก็โวยวายเอาแต่ใจไม่เปลี่ยน” เขาแบะปากใส่คล้ายระอาเอานัก
“พ่อกับแม่เนี่ยนะ...ให้พี่อิฐมาดูแล...” ก็รู้หรอก ว่าเป็นที่ดินของครอบครัวเขาที่ขอแบ่งซื้อมา แต่ก็ไม่คิดว่าจะต้องยังเกี่ยวพันกันอยู่
“ก็เออ...ถ้าพี่ไม่ดู ที่ตรงนี้คงกลายเป็นป่าช้าไปแล้วล่ะ ถ้ารู้ว่าไม่มีใครสนใจซื้อทิ้งซื้อขว้างคงไม่ขายให้แต่แรกหรอก”
“ตอนนี้ฉันกลับมาแล้ว...คงไม่ต้องรบกวนใครให้ลำบากอีก ยังไงก็ขอบใจนะ” พูดจบเธอก็หันหลังเดินกลับบ้านลิ่วๆ อิทธิเป็นคนเดียวในหนองนาบัวที่เธอไม่อยากพบเจอที่สุด แต่กลับได้เห็นเขาเป็นคนแรกก่อนพ่อแม่พี่น้องเสียอีก
เวรกรรมมันนำพาสินะ...
ไม่พบกันเสียตั้งเป็นสิบปีก็ยังหนีกันไม่พ้น
“หิวน้ำ...” คนตัวใหญ่เดินตามมาติดๆ
“ไปบ้านตัวเองสิ” เธอว่า หงุดหงิดฉิบหาย...อุตส่าห์คิดว่าจะได้ออกมาเสพบรรยากาศให้ผ่อนคลายจิตใจแท้ๆ
“ใจดำว่ะ...พี่ตัดหญ้าให้ทั้งวัน เหนื่อยก็เหนื่อย หิวก็หิว แค่น้ำสักแก้วขอกันกินไม่ได้หรือไง”
“โห...ต้องชมกันขนาดนี้เลยเหรอ” เธอหยุดเดินแล้วหันไปยิ้มหยีให้เขา ก็เธอไม่รู้เรื่อง! ไม่ได้บอกให้เขามาช่วยเสียหน่อย ไปขอกับพ่อกับแม่โน่นสิ...
“ด่า!” อีกฝ่ายตอบอย่างหมั่นไส้
“ประชด!” โง่อีกล่ะ..โง่ไม่เคยเปลี่ยน
“จะได้กินไหมเนี่ยน้ำ โอ้ย! คอแห้งใจจะขาด” ว่าแล้วก็ใช้มือพัดวีให้ลมเข้าหาตัว สายตาเหลือบมองสาวเจ้าเล็กน้อยอย่างไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว
“เรื่องมากจริงๆ เลย คราวหน้าคราวหลังก็เอาติดตัวมาเองบ้างสิ จะได้ไม่ต้องลำบากคนอื่นเขา บ้านก็อยู่ตรงนี้เอง เดินไม่กี่นาทีก็ถึง” ว่าแล้วก็เริ่มเดินนำหน้าไปพลางบ่นไปพลาง อวสานชีวิตสงบสุขตั้งแต่วันแรกที่เหยียบแผ่นดินแม่...หรือเปลี่ยนใจกลับกรุงเทพฯ ตอนนี้ยังทันไหมหนอ
