นกน้อยคืนรัง ตอนที่ 1
“เราจะไม่กลับไปอยู่ที่บ้านกันอีกแล้วเหรอคะแม่ขา” รัสเซลล์กวาดสายตาสำรวจมอง ไปรอบๆ บ้านที่เธอไม่คุ้นเคยหลังจากเดินทางไกลมาหลายชั่วโมง แม่หอบหิ้วข้าวของขึ้นรถและพาเธอมาที่นี่ บอกว่าจะเป็นบ้านหลังใหม่ของเรา
มันก็ไม่ได้เลวร้ายนะ...หลังเล็กไปหน่อย และรอบๆ บ้านก็มีพื้นดินมีต้นไม้ใบหญ้า ไม่เหมือนบ้านเดิมที่เคยอยู่บนตึกสูงลิบ
“นี่ก็บ้านค่ะ ต่อไปนี้เราจะอยู่ที่นี่กันนะคะ” วายาเดินง่วนเก็บจัดของใช้เข้าที่ และทำความสะอาดบ้านเพื่อที่คืนนี้เธอกับลูกจะได้มีที่หลับที่นอน หญิงสาววางแผนเอาไว้ว่าจะทำมื้อพิเศษเพื่อฉลองการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในค่ำนี้ด้วย
“แล้วแบบนี้แด๊ดดี้จะหาเราเจอไหมคะ เวลาแด๊ดดี้กลับมาจะทำยังไง”
“ต้องเจออยู่แล้วจ้ะ” บอกลูกอย่างเสียไม่ได้
“แม่บอกแด๊ดดี้แล้วเหรอคะ แม่ได้คุยกับแด๊ดดี้ทำไมไม่บอกหนู” สาวน้อยห่อปากจู๋ทำท่าจะร้องไห้อีกแล้ว ก็คนมันคิดถึงพ่อนี่ ไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้ว อ้อมกอดที่แข็งแกร่งและอบอุ่นซึ่งเคยปกป้องโอบอุ้มเธอ บัดนี้ห่างหายไปเหมือนไม่เคยมีกันและกันมาก่อน
“แม่...ส่งอีเมลไปค่ะ ถ้าแด๊ดดี้มีช่องทางติดต่อเราได้เขาก็จะรู้ว่าเราอยู่ที่ไหน” เธอยิ้ม
“จริงเหรอคะ” ดวงตากลมโตกะพริบปริบๆ ไล่น้ำตาร่วงเผาะมองแม่อย่างต้องการความเชื่อมั่น
“แน่นอนที่สุดค่ะสาวน้อย” หญิงสาวละมือจากงานทุกอย่างแล้วไปยกลูกสาวขึ้นมาอุ้ม หอมแก้ม กอด ให้แกซึมซับให้มากที่สุดว่าเธอรักแกมากมายแค่ไหน
หมู่บ้านหนองนาบัว อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ บ้านเกิดที่เธอจากไปแสนนาน เมื่อได้กลับมาอีกครั้งก็ได้พบว่าหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปมาก จำได้ว่าสมัยยังเรียนมัธยมถนนทางเข้าหมู่บ้านยังเป็นดินแดงอยู่เลย รถขับผ่านแต่ละทีฝุ่นงี้ฟุ้งตลบเกาะต้นไม้ใบหญ้าสองข้างทางแดงเผินไปหมด
บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่พ่อกับแม่ยกให้เธอ หลังจากเรียนจบปริญญาและได้งานทำที่กรุงเทพฯ ก็ได้มีโอกาสกลับมาปีละครั้งเท่านั้นในช่วงสิบปีที่ผ่านมา แต่หลังจากมีครอบครัวก็ไม่เคยพาลูกหรือสามีมาด้วยสักครั้ง เว้นเสียว่าทางครอบครัวจะเดินทางไปเยี่ยม ส่วนพ่อกับแม่ท่านอยู่บ้านอีกหลังกับน้องชายปากทางเข้าหมู่บ้าน เปิดเป็นร้านขายของชำไปในตัว ขายจำพวกของกินของใช้จำเป็นในครัวเรือน
และสาเหตุที่ตอนนั้นเธอแยกมาอยู่ตัวคนเดียวก็เพราะไม่ชอบความวุ่นวาย อยากมีความเป็นส่วนตัวไม่อยากถูกจับจ้องกลายเป็นหัวข้อสนทนาของพวกชาวบ้าน พวกท่านจึงหาซื้อที่แปลงเล็กๆ และทำบ้านให้เพื่อตัดความรำคาญ
สำหรับเธอแล้วชีวิตชนบทก็ดีอยู่หรอก เสียอย่างเดียวตรงที่ผู้คนมีความเป็นกันเองเกินไปหน่อย จนกลายเหมือนสัมภเวสีคอยสิงบ้านคนนั้นทีบ้านคนนี้ทีเพื่อเก็บข้อมูลแล้วเอาไปขยายต่อกันเป็นทอดๆ
เหมือนทุกคนมีความจำเป็นต้องรู้เรื่องของคนอื่นไปเสียทุกเรื่อง ไม่งั้นคงผิดผีกระมัง...
แน่นอนว่าการกลับมาของเธอครั้งนี้ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความอยากรู้อยากเห็นของประชาชนชาวหนองนาบัวไปได้ ยิ่งพาลูกที่เป็นลูกครึ่งฝรั่งที่ไม่มีพ่อกลับมา ทั้งที่ไม่ได้แต่งงานตามประเพณี และไม่เคยมีใครรู้เรื่องนี้นอกจากคนในครอบครัว รับรองว่าข่าวคราวของเธอต้องฮ็อตติดชาร์ตอันดับต้นๆ ของหมู่บ้านเลยทีเดียว
หญิงสาวจัดการกับข้าวของพอให้หยิบใช้ได้สะดวก ส่วนที่เหลือก็ค่อยทยอยเก็บเข้าที่เข้าทางในวันหลังโดยไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ด้วยเพราะพ่อกับแม่และน้องชายเข้ามาดูแลทำความสะอาดให้อยู่บ้างแล้ว ไม่ได้ถูกปล่อยให้กลายเป็นบ้านร้างเสียทีเดียว
ดังนั้นจึงประหยัดแรงในการปัดกวาดเช็ดดูไปได้เยอะพอสมควร รัสเซลล์หลับไประหว่างนั้นคงเพราะเหนื่อยกับการเดินทาง เธอจึงจัดการทำอาหารง่ายๆ อย่างต้มจืดเต้าหู้หมูสับกินกับข้าวสวยร้อนๆ ไว้ให้ลูก วางแผนเอาไว้ว่าวันพรุ่งขึ้นค่อยพาแกไปหาตากับยายและน้า ซึ่งเธอก็ยังไม่ได้บอกพวกท่านว่าได้กลับมาแล้ว เพราะเป็นการตัดสินใจอย่างกะทันหัน แต่ก็ตั้งใจเอาไว้ว่า ครั้งนี้คงเป็นการหอบลูกร่อนเร่เป็นครั้งสุดท้าย และจะขอพำนัก ณ ดินแดนแห่งนี้ไม่ขอลาจากไปไหนอีกแล้ว
“สองแสน...จะทำอะไรได้บ้างนะ...” วายามองเงินในบัญชีที่เหลือจากขายคอนโดเพื่อลดภาระ ก็ยังพอมีเหลือติดตัวอีกเล็กน้อยให้เธอกับลูกได้ใช้ในการเริ่มต้นชีวิต
ตอนนี้ยังคิดไม่ออกหรอกว่าจะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันดี แค่ได้กลับมาตั้งหลัก ได้อยู่ใกล้ๆ พ่อแม่และน้องชายก็ช่วยเยียวยาจิตใจได้มากโขเลยทีเดียว นกน้อยที่เคยโผบินท่ามกลางแสงสีในถิ่นศิวิไล บัดนี้ปีกหักบอบช้ำจนต้องแรมรอนคืนรัง ก็ขอขดตัวรักษาบาดแผลให้หายดีอีกสักหน่อย แล้วค่อยเริ่มคิดว่าจะเอาอย่างไรต่อไป
แต่ที่รู้ๆ อันดับแรกตอนนี้คือต้องพารัสเซลล์ไปสมัครเรียนเสียก่อน ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงปิดเทอมก็จริงแต่เธอก็ต้องเดินเรื่องให้เรียบร้อย ไม่อย่างนั้นรัสเซลล์จะเสียโอกาสเอาได้ และสิ่งที่คนเป็นแม่ก็มีความกังวลอยู่ไม่น้อย ว่าเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป ไม่รู้ลูกสาวจะปรับตัวได้มากน้อยขนาดไหนกันเชียว...
“ก็คงต้องค่อยเป็นค่อยไป...อย่างน้อยๆ นี่ก็บ้านเรา” หญิงสาวคิดในแง่ดีพลางถอนหายใจ เธอนั่งอยู่บนโต๊ะรับประทานอาหารซึ่งเป็นโต๊ะนั่งเล่นไปในตัวเพราะอยู่ในห้องโถงขนาดไม่ใหญ่มาก มีครัวเล็กๆ อยู่ด้านหลัง
รัสเซลล์ยังหลับปุ๋ยอยู่บนฟูกด้านหน้าโซฟาตัวยาว และเธอก็ยังไม่อยากปลุกลูกตอนนี้ จึงวางมือถือลงบนโต๊ะแล้วลุกขึ้นบิดตัวคลายความเมื่อยขบ แล้วก็เดินออกไปด้านนอกบ้านเพื่อเสพบรรยากาศท้องไร่ท้องนา อยากสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดสักทีหลังจากมัวแต่ง่วนอยู่กับงานบ้านมาค่อนวัน
ร่างบอบบางเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ ตามทางเดินเล็กๆ ที่เชื่อมต่อไปยังที่ดินของคนอื่นๆ ช่วงนี้เป็นหน้าร้อน ดอกปอเทืองสีเหลืองอร่ามกำลังบานสะพรั่งทอดยาวทั้งสองข้างทาง มองดูแล้วสบายตายิ่งนัก
