บท
ตั้งค่า

9 หาทางหนีทีไล่

“เจ้าอย่ากังวลไป เราค่อยคิดค่อยหาทางออก”

“เช่นนั้นให้ข้าติดตามคุณชายไปด้วยเถอะนะเจ้าคะ ข้าไม่มีใครอีกแล้ว ข้าเหลือตัวคนเดียวแล้วจริง ๆ”

หลิวเสียะหน้าเครียด สงสารนางก็ส่วนหนึ่งแต่หนทางข้างหน้ายังหาทิศทางแน่นอนไม่ได้

หนุ่มพเนจรเห็นคุณชายน้อยดูจะใจอ่อน จึงลงนั่งชันเข่าตบบ่าหลิงหลิงสองสามครั้งก่อนเอ่ย “ไหนเจ้าเล่าให้ข้าฟังทีสิว่าเจ้ามาจากที่ใด”

“เจ้าทำให้นางอึดอัด” หลิวเสียะปรามแต่อีกฝ่ายเพียงยักไหล่ ไม่นานหลิงหลิงก็หยุดสะอื้น

“พ่อข้าเป็นพ่อค้าวาณิชรอนแรมมาจากเสฉวนหมายจะเข้าร่วมขบวนเส้นทางสายไหมไปเปอร์เซียกับทางการ แต่มิคาดเกิดเหตุโดนปล้นกลางทาง พ่อกับแม่และครอบครัวข้าโดนฆ่าตายหมด แล้วพวกมัน... พวกมันก็”

“มันทำอะไรเจ้า” หนุ่มพเนจรเอ่ยถามต่อ

“พอแล้ว!” คุณชายน้อยตัดบท

“ก็ข้าเป็นห่วงเจ้า” หยางซุนหยางเสียงอ่อยลงเมื่อสบดวงตากวางลึกล้ำของคุณชายกำมะลอ “ข้าว่าเจ้าไปอยู่ที่โรงทานไม่ดีกว่าหรือ”

หลิงหลิงฟังแล้วลนลานหนัก ค้อมตัวลงต่ำติดพื้นแทบเท้าหลิวเสียะเอ่ยคร่ำครวญ “หากคุณชายน้อยไม่ไว้วางใจในตัวข้า ข้าก็มิรู้จะมีชีวิตอยู่ได้หรือไม่ หากต้องเผชิญโลกตามลำพังแล้วจับพลัดจับผลูไปเจอคนเลวคิดจะล่วงเกินข้าอีกจะทำเช่นไร”

“จะว่าไปนางก็ดูเหมือนลูกคุณหนูนะขอรับคุณชาย น่าสงสาร” สวี่ลี่เอ่ยหลังจากที่ฟังอยู่นานจนเริ่มใจอ่อน “อันที่จริงสำนักเราก็ยังขาดคนครัวอยู่”

หยางซุนหยางที่ยืนกอดอกสงวนท่าทีฟังสวี่ลี่แล้วได้แต่ส่ายหน้า จ้องทั้งสามสลับไปมาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะมัวแต่จับสังเกตกิริยาของดรุณีน้อยที่เขารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งติดค้างในใจ

“หากเจอพวกนอกด่านจับเอาตัวมาขายต่ออีกเหมือนที่โรงเตี๊ยมเล่า ข้ามิอยากเสียตัวให้พวกมันเจ้าค่ะคุณชาย”

“โธ่! อย่าพูดเช่นนั้นเลย” หลิวเสียะครางเสียงแผ่วด้วยความสงสาร

โฉมสะคราญได้ฟังคำพูดใจอ่อนดังนั้นถึงกับกระโดดกอดอย่างลืมตัว นางแนบดวงหน้านวลนิ่มเต็มไปด้วยคราบน้ำตาลงกับไหล่บอบบางของคุณชายกำมะลอท่ามกลางสายตาสองคู่ที่มองมา คนที่ดูอึดอัดที่สุดคงไม่พ้นร่างอรชรในคราบชายที่โดนกอดรัดฟัดเหวี่ยงต่อหน้าธารกำนัล กว่าจะผละออกได้ก็เพราะหยางซุนหยางช่วยอีกตามเคย

เฮ้อ!

ให้ฟ้าผ่าตายเถอะ เหตุใดนางจึงถูกสตรีด้วยกันมัดมือชกได้...

พอครุ่นคิดถึงความยุ่งยาก หลิวเสียะก็บังเกิดความสับสน หากจะเดินหน้าหาผ้าโบราณต่อไปคงให้ใครรู้มิได้ นางจึงส่งสัญญาณให้สวี่ลี่แยกตัวไปคุยกันอีกทาง

“ข้ามีเรื่องที่ต้องให้เจ้าทำ”

“ให้ข้าทำหรือเจ้าคะ” บ่าวร่างอวบตอบพลันหน้าเหยเกเพราะแววตาตำหนิของผู้เป็นนายจึงเอ่ยแก้เก้อ “อยู่ตามลำพัง ข้ามักจะลืมตัว คุณชายจะให้ข้าทำสิ่งใดก็สั่งการมาได้เลยขอรับ”

“ข้าอยากให้เจ้าพาหลิงหลิงกลับสำนักไปก่อน”

“แล้วคุณชายเล่าขอรับ”

“ข้าจะล่วงไปตามหาของเองจะได้ไม่เสียเวลา แล้วข้าก็ไม่อยากให้คนนอกรู้เรื่องที่พวกเรากำลังจะทำ”

“มิได้นะขอรับ หนทางอันตราย หากปล่อยคุณหนูไปคนเดียวเกรงว่านายท่านโบยข้าตายแน่ แค่เราแอบหนีมาตามลำพังก็ว่าแย่แล้ว”

“ข้าบอกเจ้าว่าอย่างไร!” คุณชายน้อยชักสีหน้าทำเสียงดุ “อย่าเรียกข้าว่าคุณหนูอย่างไรเล่า”

“แต่คุณหนูเป็นหญิงเดินทางลำพังมันอันตรายเกินไป”

“จะมีผู้ใดล่วงรู้เล่า ขนาดเจ้าคนจรนั่นยังไม่รู้เลยว่าข้าเป็นหญิง”

“แถมยังเป็นโฉมสะคราญเสียด้วย” สวี่ลี่ตอบหน้าง้ำจนโดนตีแขนดังเพียะ “โอ๊ย! คุณหนู!... เอ่อ คุณชาย ข้าลืมไปขอรับ”

“จำเอาไว้ว่าสำนักหลิวซือซือมีบุตรชายเพียงคนเดียว” นางเอ่ยเสียงแผ่ว ดวงตาสลดลงคล้ายเจ็บปวดสลับเย็นชาแต่ทั้งหมดล้วนคลายลงอย่างรวดเร็ว

“โธ่ คุณชายน้อยของบ่าว มีวาสนาแต่หาได้ทำดังใจ”

“ข้าไม่มีเวลาแล้ว หากสำนักเราได้ครอบครองผ้าไหมโบราณในตำนานอย่างที่ท่านพ่อเล่าจริง รับรองว่าเส้นทางสายไหมหนนี้จะต้องมีผ้าจากสำนักหลิวซือซือเดินทางไปเปิดตลาดทำการค้าที่เปอร์เซียอย่างแน่นอน”

“แต่ข้าได้ยินว่ามีคนทอที่ฝีมือเทียบเทียมได้ คุณชายไม่คิดสนใจจะทาบทามหรือขอรับ” สวี่ลี่พยายามแย้งแต่เห็นดวงตามุ่งมั่นของนายน้อยแล้วได้แต่พึมพำ “เช่นนั้นไม่ได้ก็ต้องได้สินะขอรับ”

“เข้าใจง่าย ๆ ก็ดีแล้ว เจ้าจงพานางกลับไปรอที่สำนัก บอกท่านย่าว่าให้นางเป็นสาวใช้ก็ดีหรือทำงานในครัวก็ได้”

“เฮ้อ! มือห่างตีนห่างเช่นนั้นจะทำเป็นหรือ หากท่านย่าถาม ข้าคงอึดอัดยิ่งกว่าไอ้ใบ้กินบอระเพ็ดเสียอีก” บ่าวร่างอวบลอบถอนใจ

สกุณางามในคราบคุณชายหลิ่วตาให้สัญญาณทันทีที่เหลือบเห็นคนเจ้าเล่ห์ทำท่าก้ม ๆ เงย ๆ หาอะไรบางอย่างไม่ใกล้ไม่ไกล ความไม่ไว้วางใจทำให้คุณชายน้อยเอ่ยกับบ่าวเสียงดังคล้ายโมโห

“เจ้าฟังไม่ผิดหรอกสวี่ลี่ ข้าบอกว่าเราต้องล้มเลิกการเดินทางและกลับสำนักกันได้แล้ว”

“ว่าอย่างไรนะขอรับ” สวี่ลี่ปรับอารมณ์ตามไม่ทัน สีหน้าเงอะงะงุนงงหนักกว่าเก่า

“เจ้าหูตึงแล้วหรือ ข้าบอกว่าจะกลับสำนักแล้ว ข้าเบื่อไม่อยากเที่ยวเล่นให้วุ่นวาย เจ้าเข้าใจยากอันใดหนักหนาฮึ!” นางแสร้งทำอารมณ์เสียพลันขยิบตาใส่ ดังนั้นสวี่ลี่จึงเข้าใจ

“ถ้าเช่นนั้นเรารีบเดินทางกันเถอะขอรับ กว่าจะถึงอีกหลายชั่วยาม”

คุณชายน้อยพยักยิ้มทันทีที่อีกฝ่ายเล่นเล่ห์ตามทัน หยางซุนหยางคงไม่รู้และนางก็ไม่อยากให้ผู้ใดรู้ เพราะภารกิจตามหาผ้าโบราณมีความสำคัญต่อสำนักของนางมากกว่าจะมาเสียเวลากับสตรีที่หาที่มาไม่ได้ ยิ่งคนฉลาดอย่างหยางซุนหยางที่เข้ามาวุ่นวายกับพวกนางด้วยแล้ว นางยิ่งมิอาจวางใจ การเดินทางครั้งนี้ต้องเก็บเป็นความลับสูงสุด…

แต่หลิวเสียะหารู้ไม่ว่าหนุ่มพเนจรมีความสามารถพิเศษในการจับคำพูดจากริมฝีปากคนแม่นยำมาตั้งแต่เด็กสืบเนื่องจากมารดา

นางคิดจะลวงกันเช่นนั้นหรือ อย่าได้หวัง...

พลันรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ผุดขึ้นบนใบหน้า ทันทีที่สวี่ลี่เดินส่ายอาด ๆท่าทางหาเรื่องเข้ามา

“เสร็จเรื่องยุ่งยาก ได้เวลาพวกเราต่างคนต่างไปแล้ว”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel