บท
ตั้งค่า

8 สำนึกบุญคุณ

หยางซุนหยางส่ายหน้าแทนคำตอบ พลันคว้ามือคุณชายน้อยวิ่งออกไป ด้านนอกเป็นทางดินลาดสูงต่ำไปจนถึงราวป่าทางทิศตะวันออก แสงไฟจากหมู่บ้านก็เริ่มริบหรี่ไกลออกไป หลิวเสียะที่โดนลากถูลู่ถูกังสะบัดมือหนุ่มพเนจรออก ก่อนจะก้มลงจับเข่าทั้งสองข้างพยุงตัวพ่นลมหายใจเหนื่อยหอบ

“เจ้าคนจร! เราไม่ได้ทำสิ่งใดผิด เหตุใดต้องคิดหนีด้วย”

“หลักฐานการซื้อขายคามือคาตาเจ้าหน้าที่ออกขนาดนั้น หรือเจ้าจะบอกข้าว่ามิได้ร่วมประมูลหญิงงามกับพวกมัน หน้าตาเจ้าหรือก็ฉลาดดี”

“เช่นนั้นผู้ใดเป็นคนแจ้งกองปราบ เจ้ารึ?”

“ข้าก็รู้เท่ากันกับเจ้า มิใช่พ่อมดหมอผีจะได้หยั่งรู้ดินฟ้า”

“เจ้าอย่ามาสามหาวกับข้า” คุณชายน้อยตวาดพลันนึกได้มองหาบ่าวคู่ใจ “ป่านนี้ไม่รู้ว่าสวี่ลี่จะพานางผู้นั้นไปถึงไหนแล้ว”

“ข้าหารู้ไม่” หยางซุนหยางเอ่ยไม่สะทกสะท้าน “แต่ถึงรู้ข้าก็ไม่สน ข้าสนเจ้ามากกว่า... คุณชาย”

“อย่ามาทำปากกล้าลิ้นคมกับข้า” นางว่าพลางค้อนอย่างลืมตัว

“เช่นนั้นเห็นทีว่าข้าจะไม่มีวาสนาเสียแล้วกระมัง”

หลิวเสียะฟังคำพูดทีเล่นทีจริงของอีกฝ่ายพลันขนคอลุกรู้สึกเห่อร้อนขึ้นบนใบหน้า นางได้แต่แอบค้อนอีกฝ่ายเพราะคำพูดชวนคิด

พลันเสียงสวบสาบคล้ายฝีเท้าเหยียบย่ำบนใบไม้แห้งก็ดังขึ้นทางเนินดินไม่ไกล ที่แท้เป็นบ่าวร่างอวบที่แหวกพงหญ้าลงมาพร้อมตัวต้นเหตุที่ยังคงตัวสั่นงันงก ท่าทางหวาดกลัวลนลานของดรุณีน้อยช่างน่าสมเพชจนหลิวเสียะอดสงสารมิได้

“คุณชาย... ”

สวี่ลี่โผเข้าหานายตน จับเนื้อตัวสำรวจด้วยความห่วงใยก่อนเอ่ย “ปลอดภัยดีหรือไม่ คุณชายน้อยของข้า”

“ข้าปลอดภัย” นางยิ้มอ่อนโยนพลางมองเลยไปด้านหลังแล้วเอ่ยถาม “แล้วเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”

“ข้ามิเป็นไรเจ้าค่ะ ขอบคุณคุณชายที่เมตตาช่วยเหลือข้า” พูดจบร่างอรชรก็ตรงเข้ามาจับมือทั้งสองของหลิวเสียะพลันคุกเข่าลงตรงหน้า

“เจ้าจะทำอะไร!”

“ข้าน้อยสำนึกบุญคุณคุณชาย” นางว่าพลางช้อนตามอง

หลิวเสียะถึงกับสะดุ้งทรุดนั่งชันเข่าตรงกันข้ามสีหน้ากระอักกระอ่วนเช่นเดียวกับสวี่ลี่และหยางซุนหยางที่ต่างมองด้วยดวงหน้าเรียบเฉย

“ข้าไม่ได้ทำสิ่งใดให้เจ้าเลย อย่าถือเป็นบุญเป็นคุณเลยแม่นาง”

“แต่คุณชายช่วยชีวิตข้าเอาไว้” นางพูดจบช้อนตามองด้วยความซาบซึ้ง “ข้าขอมอบชีวิตเป็นทาสรับใช้คุณชายตลอดไป”

“อย่าให้ต้องถึงขั้นนั้น แล้วบ้านเจ้าเล่า เหตุใดไม่คิดกลับไป”

“ข้าไม่มีที่ให้กลับไปอีกแล้ว” นางคร่ำครวญ

“แล้วเช่นนั้นจะทำอย่างไรต่อไป”

“ข้าขอสาบานว่าจะขอติดตามคุณชายไปจนชั่วชีวิต” นางตอบเสียงหวานล้ำ ไม่เพียงแค่เสียง ดวงหน้าขาวราวหิมะยังมุ่งมั่นดังคำพูดตอกย้ำด้วยดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ “ข้าขอสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณชายรำคาญใจ ต่อให้ขึ้นสวรรค์หรือลงนรกข้าก็พร้อมพลีชีพเพื่อคุณชาย”

“อย่าทำเช่นนั้น เจ้าไม่ควรสาบานเพราะข้ามิได้ทำสิ่งใด” คุณชายน้อยทักท้วงพลันสบตาบ่าวคู่ใจแล้วกระซิบบอก “ช่วยข้าหน่อยสิอาลี่”

“ข้าจะช่วยยังไงเล่าคุณชาย นางเกาะติดเป็นตังเมขนาดนั้น”

“ก็คิดสิ” หลิวเสียะกระซิบเสียงเหี้ยมแต่สีหน้ากลับซีดยิ่ง

“ข้าขอติดตามคุณชายนะเจ้าคะ” นางเอ่ยน้ำเสียงออดอ้อน เท่านั้นคนเป็นนายก็ถอนหายใจเบา ๆ

สวี่ลี่เห็นแล้วรำคาญใจจึงออกหน้าทักท้วง “ไม่ได้หรอก... เจ้ารู้หรือไม่ว่าที่ที่นายข้าจะไปมันอันตรายแค่ไหน หญิงอย่างเจ้ากิริยาเชื่องช้าอืดอาด ตามไปรังแต่จะเป็นภาระให้เสียเปล่า ๆ”

“ข้าไม่เคยกลัวและจะไม่ทำตัวเป็นภาระเจ้าค่ะ” นางเสียงอ่อยชวนสงสาร น้ำตาร่วงผล็อยราวสั่งได้

หลิวเสียะฟังแล้วหน้าซีดหลายส่วน นางกลางป่าผู้นี้ช่างดื้อรั้นแต่ก็เป็นโฉมสะคราญโดยแท้ ดวงหน้านวลใสไร้สีสันงดงามเป็นที่ต้องการแย่งชิงของเหล่าบุรุษ ผิวเนียนเหมือนเนื้อหยกขาวราวหิมะและดวงตาสีนิลก็มิใช่น้ำตาลก็ไม่เชิงขับให้หญิงไร้ที่มาผู้นี้ดูหมดจดกว่าใคร เพียงพินิจนางลึกซึ้งแล้วจึงบังเกิดความสงสาร นึกสะท้อนใจที่ตนเองต้องอยู่ในร่างชายหามีผู้ใดเคยเห็นความงามเฉกเช่นนางผู้นี้ไม่

แต่คนที่ทนดูไม่ได้อีกต่อไปก็คือหนุ่มพเนจรจอมเจ้าเล่ห์ที่กระแอมออกมาเสียงดังดึงแขนคุณชายน้อยให้ลุกยืน “ซาบซึ้งกันแล้วควรพอมิเช่นนั้นอาจโดนฟ้าผ่า”

“เอ๊ะ! เจ้านี่ช่าง...” หลิวเสียะปราม

สวี่ลี่เห็นหนุ่มพเนจรพูดจาถือสนิทกับนายตนก็เลิกแขนเสื้อตั้งท่าหาเรื่อง สีหน้าขึงขังพร้อมท้าตีท้าต่อยเต็มที่ “อย่ามาสามหาว ริอ่านแช่งคุณชายของข้าให้โดนฟ้าผ่า ไม่เคยตายแล้วใช่หรือไม่!”

“โอ๊ะ! ข้ากลัวแล้ว ข้าบอกแล้วว่ายังตายมิได้หากยังไม่ได้แต่งภรรยา” ว่าพลางยกมือยอมแพ้ถอยหลังพิงต้นไม้ผิวปากอย่างอารมณ์ดี

หลิวเสียะพ่นลมหายใจอึดอัด พอตั้งสติได้จึงเหลือบมองหญิงงามที่ยืนเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่ใกล้ ๆ เห็นนางทิ้งสายตาเว้าวอนมาก็รู้สึกกระอักกระอ่วนจึงเอ่ยถาม “เจ้าชื่อแซ่ใด เป็นลูกเต้าเหล่าใคร”

“ข้า... คือข้า...”

“ไม่ต้องห่วง ที่ข้าถามเพราะจะได้ให้สวี่ลี่ไปส่งเจ้า”

“ให้ข้าไปส่งหรือขอรับ” สวี่ลี่สวนทันควัน พอเห็นหน้าผู้เป็นนายดุใส่ก็หดคอกลับไปยืนด้านหลังรอฟัง

“ข้าชื่อหลิงหลิง บิดามารดาเสียชีวิตหมดแล้ว ตอนนี้ข้าเหลือตัวคนเดียวไม่มีที่ไป จึงอยากขอความกรุณาคุณชายให้รับข้าไว้...”

แย่แล้ว...

คุณชายน้อยได้แต่คิดในใจ หากต้องให้ดรุณีน้อยติดสอยห้อยตามไป แววความยุ่งเหยิงอาจตามมาตั้งแต่ยังไม่ก้าวเท้าออกจากหมู่บ้านป่าสนแห่งนี้เป็นแน่ แต่ไม่ทันที่หลิวเสียะจะตอบ หยางซุนหยางก็ทะลุกลางปล้อง

“เช่นนั้นแล้วเจ้าโดนจับจากที่ใด เหตุใดจึงจับพลัดจับผลูมายังป่าสนแห่งนี้ ที่นี่มิใช่สถานที่โคจรสำหรับโฉมสะคราญเช่นเจ้า”

“ข้า... คือว่าข้า” ดรุณีน้อยพลันอึกอัก

สวี่ลี่เกิดความหมั่นไส้ที่คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าเข้ามายุ่มย่ามจึงตอบแทน “เจ้าจะอยากรู้ไปทำไม เสร็จธุระปะปังกันแล้วก็ต่างคนต่างไปจะดีกว่าหรือไม่”

“ก็ข้าอยากรู้นี่นา” หนุ่มพเนจรทำเสียงยานคาง “หากไม่มีที่มาที่ไปจะให้คุณชายของข้าไว้ใจเจ้าได้อย่างไรกันแม่นาง”

หลิงหลิงฟังจบถึงกับอึกอัก มองคุณชายน้อยกับสวี่ลี่ด้วยแววตาเว้าวอน พลันนางก็ทรุดลงนั่งบนพื้นดินก้มหน้าร่ำไห้คร่ำครวญแทบเท้าหลิวเสียะ จนต้องถอยหนีแล้วทรุดลงนั่งตรงข้าม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel