7 จิตใจสำคัญกว่าวัตถุ
“นายท่าน! นางหนีไปแล้ว”
ชายหน้าเสี้ยมลูกน้องเหยาเหอไป่ตะโกนลั่นเมื่อเห็นหลังไว ๆ ของสตรีงามถูกชายร่างอวบท่าทางเงอะงะลากถูลู่ถูกังผ่านไป เถ้าแก่เหยาถึงกับตาค้างเพราะถูกลูบคม สั่งลูกสมุนของตนให้ตามไปทันที
“พวกเจ้ารีรออะไร! รีบตามไปเอานางกลับมาให้ได้”
“ขอรับ นายท่าน”
สมุนก้มหน้ารับคำด้วยความลนลานพากันวิ่งตามไป หลิวเสียะมองตามสวี่ลี่ที่ลากสตรีงามวิ่งหนีไปด้วยความเป็นห่วง เกรงว่าจะถูกจับได้ตั้งแต่ไม่ทันไปไหนไกล หยางซุนหยางเห็นท่าไม่ดีเพราะโดนล้อมจากเหล่าชายโฉด แม้ไม่มีอาวุธแต่คนน้อยกว่าหรือจะสู้คนหมู่มาก จึงอาศัยทีเผลอผลักคุณชายน้อยไปด้านหลังแล้วชักกระบี่จากมือนางมาขู่ให้เหล่าคนโฉดล่าถอย
“พวกเจ้ากล้าก็เข้ามาเลย!”
“เอากระบี่ข้าคืนมา!” หลิวเสียะร้องเสียงหลงแต่อีกฝ่ายกลับขยิบตาให้ก่อนแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์
“ข้ายืมก่อนนะ คุณชาย”
“ของเจ้าก็มี เหตุใดมายุ่งของข้าเล่า!”
นางได้แต่ฮึดฮัดขัดใจ และยิ่งตกใจเมื่อฝ่ายนั้นมีคนกำลังตามเข้ามาสมทบ กลายเป็นว่านางและคนพเนจรจอมเจ้าเล่ห์ถูกล้อมไว้ด้วยเหล่าชายฉกรรจ์นับสิบ
“วันนี้ข้าต้องเอาเลือดหัวพวกเจ้าออกให้ได้”
“โอ๊ะ! ข้ากลัว!” หยางซุนหยางว่าพลางแสร้งทำคอหดเหมือนกลัวคำขู่ของเถ้าแก่โรงเตี๊ยม แต่สีหน้าไม่แม้แต่จะสะทกสะท้าน ผิดกับคุณชายน้อยที่สีหน้าเป็นกังวล ล้วงหยิบมีดพกในอกเสื้อมาถือไว้
“ไอ้ลูกเต่าทั้งสอง วันนี้ข้าจะเอาเลือดหัวเจ้า!” เหยาเหอไป่คำราม
“แทนที่จะเอาเลือดหัวข้า เอากระหม่อมบาง ๆ แต่ไร้ผมบนหัวของเจ้าไว้เตรียมแก้ตัวกับทางการก่อนดีหรือไม่”
“เหตุใดเจ้าชอบยั่วยุพวกมัน...” หลิวเสียะกระซิบสีหน้าเคร่งเครียด
“อย่าทำเป็นถูกผีตีเอาสิ... คุณชายหน้าหวาน”
“เจ้า! เจ้ากล้าว่าข้าตระหนกเกินเหตุหรือ!”
“เถอะน่า ๆ” หนุ่มพเนจรลากเสียงล้อเลียนพลันหันไปทางเหยาเหอไป่ “มาเลย! แน่จริงเข้ามา!”
“เช่นนั้นระวังเงาหัวเจ้าไว้!” คนถูกท้าประกาศกร้าว “ข้าอยากรู้นักว่าตอนใกล้ตายจะยังหัวเราะได้เช่นนี้หรือไม่ พวกเจ้าจัดการมันเดี๋ยวนี้!”
“โอ๊ยโหยว! ช่างน่ากลัวเหลือเกิน เช่นนั้นพวกเจ้าต้องออมแรงให้หน่อยแล้ว ข้ากลัวศพไม่สวยเกิดมาเพิ่งเจอเนื้อคู่กระดูกคู่ หากชาตินี้ไม่ได้เข้าหอแต่งภรรยา ข้าก็ยังตายมิได้”
ร่างอรชรในคราบคุณชายถึงกับตาค้างกับคำพูดห่ามห้วน ยิ่งสายตาวาววับของหนุ่มพเนจรที่จ้องมองมาราวสื่อความนัยประหลาดนั่นเล่า...
“เจ้าคงได้ไปเข้าหอเอาชาติหน้าหากปากยังพาจนเช่นนี้” นางกระซิบหน้าเครียดหลายส่วน “นี่มิใช่เวลาปั่นหัวพวกมัน ป่านนี้สวี่ลี่คงพาแม่นางคนนั้นไปไกลแล้ว ข้าก็ต้องไปด้วย ยังไม่อยากเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่”
“แล้วข้าบอกเจ้าหรือว่าเราจะเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ ต้องพวกมันตายก่อนถึงจะถูก” หนุ่มพเนจรเหยียดยิ้ม ดีดนิ้วเป่าปากให้สัญญาณพลางร้องตะโกนลั่น “เจ้าหน้าที่มาแล้ว! เจ้าหน้าที่มา”
“เจ้าหน้าที่หรือ!” หลิวเสียะเหลียวตามสีหน้าแตกตื่นแต่อีกฝ่ายกลับกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์เช่นเคย
“เจ้ารอดูไป” ว่าพลางตะโกนไปที่ประตูอีกรอบ “พวกทำโรงกษาปณ์เถื่อนอยู่ทางนี้ขอรับ มาจับพวกมันได้เลยขอรับ!”
สิ้นเสียงร้องของคนเจ้าเล่ห์ ทั้งกลุ่มก็แตกฮือหันขวับไปมองเหล่าชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบทางการที่กรูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ เห็นดังนั้นต่างก็กระเจิงหาทางหนีทีไล่ มีเพียงเถ้าแก่โรงเตี๊ยมที่ไม่สามารถหนีไปไหนได้เพราะถูกดาบยาวคมวาววับนับสิบพุ่งจ่อคอหอยจนตาเหลือกลาน
“เอาตัวมันไป!”
“ข้าบริสุทธิ์! ข้าบริสุทธิ์! มิใช่อย่างที่ใต้เท้าคิด ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด พวกมันสองคนใส่ร้ายข้าขอรับ”
หยางซุนหยางยิ้มเยาะ ก้าวอาด ๆ มาหยุดตรงหน้าเจ้าของโรงเตี๊ยมก่อนเอ่ย “เพราะเจ้าทำตัวเองทั้งนั้น อย่ามาทำตัวเป็นมดบนหม้อน้ำร้อนสิ”
“ข้าเปล่าทำ! ข้าไม่ได้ทำ! มันใส่ร้ายข้า”
“ท่านดูเอาเถอะ มือปราบเนียะ หลักฐานคามือว่ามันทำผิดแต่หายอมรับผิดไม่ เช่นนั้นสมควรลงโทษสถานหนักให้มันหลาบจำ”
เถ้าแก่โรงเตี๊ยมฟังแล้วถึงกับเข่าอ่อน หน้าซีดคอหดแม้กลืนน้ำลายยังไม่สามารถทำได้เพราะดาบจ่อห่างจากคอหอยเพียงปลายก้านธูป ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทางการตบบ่าหยางซุนหยางราวสนิทสนมกันมานานก่อนจะหันมาแจ้งข้อกล่าวหาทันที
“ข้าได้รับแจ้งว่าโรงเตี๊ยมของเจ้ามีการค้ามนุษย์และเปิดโรงกษาปณ์ผิดกฎหมาย เจ้ามีอะไรจะแก้ตัวหรือไม่”
“ข้าถูกใส่ความขอรับ ข้าถูกใส่ความ!” เจ้าของโรงเตี๊ยมยกมือไหว้ปลก ๆ แต่ปากยังคาดโทษหนุ่มพเนจรอีก “ต้องเป็นเจ้าแน่ เจ้าหาญกล้าใส่ร้ายข้ารึไอ้ขอทาน ไหนกันหลักฐานของเจ้า!”
“ตัวข้าคือหลักฐานและคำพูดของข้าคือหลักฐานเอาผิดเจ้า” หยางซุนหยางประกาศก้อง
“เอาคำพูดของมันเป็นหลักฐานมิได้หรอกขอรับนายท่าน” เจ้าของโรงเตี๊ยมโอดครวญพลันเข่าทรุดเข่าอ่อน
หยางซุนหยางเหลือบมองอีกฝ่ายด้วยความสมเพชก่อนเอ่ย “พวกเจ้าไม่เชื่อข้าก็ตามใจ ข้าบอกได้แต่เพียงว่าการค้าผู้หญิงกับโรงกษาปณ์ผิดกฎหมายนั้นต้องโทษสูงนัก ตอนนี้ฮ่องเต้ทรงส่งกำลังกวาดล้างหนักหน่วง เป็นเช่นนี้แล้วพวกเจ้าอย่าหวังว่าจะรอด ข้านับหัวได้เลยว่าคนใดในพวกเจ้าจะโดนโทษประหารเจ็ดชั่วโคตรบ้าง”
“เจ้าอย่ามาโกหก!” เถ้าแก่โรงเตี๊ยมร้องลั่น
เหยาเหอไป่ที่โดนคุมตัวอยู่คนละฝั่งกับเจ้าของโรงเตี๊ยมอาศัยทีเผลอชักดาบจากมือเจ้าหน้าที่พุ่งตรงมาที่หยางซุนหยาง แต่ยังไม่ทันถึงตัวก็ถูกหนุ่มพเนจรขัดขาจนล้มลง ดาบในมือกระเด็นห่างตัว ร่างอ้วนลุกพรวดพราดแต่ไม่พ้นฝ่าเท้าหยางซุนหยางที่กดลงมากลางอกทันควัน
“ทำร้ายอดีตเจ้าพนักงาน เจ้าโดนข้อหาหนักแน่” ถึงจะเอ่ยท้าทายแต่ดวงตากลับโชนแสงวูบหนึ่งก่อนหันไปหามือปราบ “อย่าทนฟังพวกมันเห่าหอนอีกเลยขอรับใต้เท้า คุมตัวมันไปได้เลย”
“ไม่เสียแรงที่ไว้ใจเจ้า เอาไว้มีเวลาไปกินโต๊ะกัน”
“หามิได้ขอรับ ข้าแค่...”
“เจ้าอย่าถ่อมตัว” เจ้าหน้าที่ยศใหญ่ว่าพลางตบบ่าหนุ่มพเนจรก่อนพยักหน้าให้เจ้าหน้าที่คุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดออกไป
หยางซุนหยางเหยียดยิ้มพึงใจในผลงาน แต่ต้องหุบยิ้มเพราะคำถามจากคุณชายน้อย
“เจ้าเคยเป็นมือปราบหรือ”
“เจ้าก็อย่าถามได้หรือไม่”
“ก็ข้า...”
