บท
ตั้งค่า

6 เหล่าคนโฉด

เกือบเผลอออกไปแต่ไหวตัวหลบวูบเข้าซ่อนในห้องหนึ่งทัน คุณชายกำมะลอหาได้ใส่ใจห้องที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับไร้แสงนี้ แต่กลับตรงไปยังผนังห้องลอบฟังเสียงและมองจากรอยแยกของไม้ผุกร่อนตรงขอบหน้าต่างแทน

“นายท่านเมตตาข้าด้วย ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ ข้าขอร้อง!”

เสียงร้องวอนขอของสตรีที่ถูกมัดมือไพล่หลังติดกับเก้าอี้กลางลานสั่นสะเทือนความรู้สึกของหลิวเสียะเกินทน ดวงหน้างามเต็มไปด้วยคราบน้ำตา สีหน้าตระหนกของนางยิ่งทำให้คุณชายกำมะลอกำหมัดแน่นนึกขุ่นเคืองในใจ

ที่แท้โรงเตี๊ยมแห่งนี้คือสถานที่ขายเนื้อหนังสตรีของเหล่าคนโฉด!

หลิวเสียะโมโหโกรธาอยากเข้าไปช่วยทันทีที่ดรุณีน้อยนางนั้นสะบัดหน้าหนี เพราะถูกมือหยาบกร้านหยาบช้าผลัดกันเชยคางสำรวจราวกับนางเป็นสินค้าที่ต้องตรวจตรา บ้างยื่นหน้าเข้ามาใกล้ทำจมูกฟุดฟิดราวกับจะสูดดมกลิ่นนางอย่างหื่นกระหาย บ้างลูบไล้เนื้อตัวราวกับหื่นกระหายเสียเต็มประดา

“อย่า! ข้ากลัวแล้ว! ได้โปรดปล่อยข้า!” นางอ้อนวอน แต่คนเหล่านั้นกลับปรบมือหัวเราะชอบใจ จนนางกลั้นสะอื้นแทบไม่ไหวได้แต่ร้องขอ “ปล่อยข้าไป ปล่อยข้า!”

“ปล่อยไม่ได้! คนเก็บฟืนเอาเจ้ามาแลกกับม้าของเราไป หากไม่ได้ราคาเท่าม้าก็อย่าหวังว่าจะปล่อยไป” เจ้าของโรงเตี๊ยมตะคอกใส่หน้านางท่ามกลางมวลหมู่ลูกสมุนรายล้อม

เสียงหัวเราะยังคงดังไม่หยุด แต่ละคนล้วนกระเหี้ยนกระหือรือใคร่ได้นางจนร้องแข่งกันประมูลเซ็งแซ่

“ข้าให้สองร้อย”

หนึ่งในชายฉกรรจ์ก้าวออกมาที่กลางลาน แต่เจ้าของโรงเตี๊ยมมองอีกฝ่ายด้วยแววตากึ่งขบขันกึ่งสมเพชก่อนเอ่ย “น้อยไป เห็นทีจะไม่ได้ มีผู้ใดจะให้ราคามากกว่านี้อีกหรือไม่”

“ข้าให้ม้าหนึ่งตัวกับเงินสองร้อยอีแปะ” ชายร่างใหญ่หน้าตาขึงขังลุกขึ้นตอบพลางกวาดตามองไปรอบบริเวณก่อนเอ่ยต่อ “ผู้ใดคิดหาญกล้าแข่งกับข้าก็ออกมาเลย”

เกิดเสียงฮือฮาดังขึ้นอีกรอบ เจ้าของโรงเตี๊ยมที่ถือดรุณีน้อยเป็นสมบัติซื้อขายลูบเคราครุ่นคิดพลันต่อรอง “น้อยไปหรือไม่ท่าน ข้าว่าหญิงงามเช่นนี้ อย่างต่ำไม่น่าจะมากน้อยกว่าม้าหนึ่งตัวกับหนึ่งตำลึงเงิน แต่หากผู้ใดมีม้ามากกว่าสามก็เอาตัวนางไปได้เลย”

“มันไม่มากไปหน่อยหรือ” หนึ่งในสองที่วางเดิมพันไปก่อนโอดครวญ “นางก็แค่สตรีที่พวกนอกด่านลักพาตัวมา”

“หากเจ้าไม่มีปัญญาจ่ายก็อย่ามาประมูลนางแข่งกับข้า” ชายร่างใหญ่คนเดิมเย้ยหยันก่อนประกาศกร้าว “นางคนนี้ช่างงดงามนัก สมควรเป็นของผู้ที่ยอมจ่ายเพื่อนางมากกว่า หรือหากใครมีข้อโต้แย้งก็ว่ามา”

“ไม่มี! ไม่มีแน่นอน ต้องอย่างเถ้าแก่เหยาเท่านั้นจึงจะคู่ควรกับคำว่าสุดยอดผู้พิชิตหญิงงาม ใช่หรือไม่ขอรับ” เจ้าของโรงเตี๊ยมโน้มตัวเข้ามาพินอบพิเทา

“จะเป็นผู้ใดไปได้” เถ้าแก่เหยาตอบพลันหัวเราะลั่นด้วยความพึงใจ

คุณชายน้อยแห่งหลิวซือซือฟังแล้วถึงกับสลด เหตุใดคนร่ำรวยกลับแห้งแล้งน้ำใจคิดเอาแต่ได้ถึงกับเห็นอิสตรีราวกับเป็นของเล่นไม่ใช่คน ราวกับนางไร้ความรู้สึก

ช่างสารเลวจริงเกินจะกล่าวคำใด...

หลิวเสียะครุ่นคิด มือกำกระบี่แน่นด้วยความขุ่นเคือง ยิ่งเห็นสายตาโลมเลียและหื่นกระหายของเหล่าชายโฉดที่มองสตรีนางนั้นเป็นตาเดียวแล้วยิ่งทนดูไม่ได้ โดยเฉพาะเจ้าของโรงเตี๊ยมที่เปิดให้ใช้สถานที่ไม่พอยังเป็นคนดำเนินการประมูลเสียเอง แต่นางก็เพียงได้แค่คิดเพราะบทสนทนากราดเกรี้ยวที่ตามมาจากชายคนที่โดนหัวเราะเยาะลุกขึ้นยืนจังก้า

“พวกเจ้ากระซิบเรื่องใดกัน อย่ามาทำเล่นเล่ห์ชอบกลเหมือนรู้กันเช่นนี้มิได้”

“แล้วเจ้าจะทำสิ่งใดได้เล่า นายข้ามิใช่คนที่เจ้าจะมาต่อกร” ชายกลุ่มเดียวกับคนให้รางวัลสูงสุดเอ่ยน้ำเสียงหยอกเย้าราวขบขัน

“น้ำหน้าอย่างนายเจ้าไม่มีปัญญาแข่งกับข้าหรอก” เถ้าแก่เหยาว่าพลางเดินอวดพุงพลุ้ยเข้ามาเผชิญหน้าอีกฝ่ายกลางลาน “เช่นนั้นข้าเพิ่มม้าอีกหนึ่งรวมเป็นสอง เป็นอันว่าข้าชนะขาด”

ขาดคำเถ้าแก่เหยาก็ก้าวเข้าหาสตรีงามท่ามกลางเสียงโห่ลั่น บ้างปรบมือชอบใจ สตรีนางนั้นกัดริมฝีปากแน่นพลันร่ำไห้สะอึกสะอื้น ท่าทางหวาดกลัวสุดขีดเมื่อร่างอ้วนราวหมูตอนเชยคางนางแล้วโน้มตัวลงหมายประทับจูบ นางสะบัดหน้าหนีทำให้อีกฝ่ายเสียหน้าเงื้อมือหมายจะฟาด สุดที่คุณชายน้อยจะทนไหวโผล่พรวดออกไปกลางลาน

“พวกเศษสวะ! กล้าข่มเหงสตรีไม่มีทางสู้ได้อย่างไร”

“แล้วเจ้าเป็นใคร!” เถ้าแก่เหยาเสียงกร้าว

ร่างอรชรในคราบคุณชายก้าวมากลางลานเอาตัวยืนบังร่างอรชรไว้แล้วกราดสายตาไปรอบบริเวณด้วยท่าทางห้าวหาญ ริมฝีปากกระตุกยิ้มหยันจนเหล่าคนที่มองเกิดไม่พอใจลุกฮือขึ้น นางชักกระบี่ออกจากฝักข่มขวัญแล้วเอ่ยหยันอีกครา “ข้าคือผู้ใดหาใช่เรื่องสำคัญแต่ดูเจ้าสิ”

“ดูข้าหรือ” เถ้าแก่เหยาชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

“ก็เจ้าน่ะสิ” หลิวเสียะมองสภาพอีกฝ่าย ตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าแล้วเอ่ยต่อ “แก่เฒ่าป่านนี้ ไฉนมิเอาเวลาไปดูแลลูกหลาน กลับเที่ยวหาความสำราญกับสตรีที่ไม่มีทางสู้เช่นนี้เล่า”

“เจ้าอย่ามาสู่รู้!”

“ถึงไม่อยากรู้ แต่ข้ากลับรู้ยิ่งกว่านั้น” คุณชายน้อยได้ทียั่วโทสะต่อ“เจ้าคือเถ้าแก่เหยาเหอไป่ ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือ ใคร ๆ ก็รู้ว่าร้านเหอไป่ของเจ้านอกจากทำการค้าข้าวสารบังหน้าแล้ว เบื้องหลังยังเป็นโรงกษาปณ์รายใหญ่ข้ายังได้ยินมาอีกว่าตอนนี้ทางการกำลังกวาดล้างพวกลักลอบอยู่มิใช่หรือ”

“เจ้า! เจ้าอย่ามาใส่ความข้า” เศรษฐีเฒ่าผงะหน้าซีดหลายส่วนเพราะถูกอีกฝ่ายลากไส้ ได้แต่หันหาสมุนแล้วสั่งการทันที ”สั่งสอนมัน!”

“ช้าก่อน!” นางว่าพลันโบกมือห้าม “เห็นแก่ที่เราสองคนต่างก็เป็นพ่อค้าเหมือนกัน ข้าให้เถ้าแก่โรงเตี๊ยมสิบตำลึงเงินแล้วยกนางผู้นี้ให้ข้าจะเป็นการดีกว่าหรือไม่”

“น้ำหน้าอย่างเจ้าหรือหาญกล้าจะมาแย่งผู้หญิงแข่งกับข้า อย่าแม้แต่คิดจะเห็นขากระต่ายน้อยเลย”

เหยาเหอไป่ได้ทีหัวเราะเยาะหยันอีกครา แต่สีหน้าขึงขังของคุณชายร่างอรชรที่ล้วงหยิบตั๋วเงินออกมาชูเหนือศีรษะทำให้คนทั้งลานร้องฮือฮา พลันเถ้าแก่เหยาถึงกับหน้าดำหน้าแดงคำรามลั่น

“เจ้าหนุ่มหน้าหวานริบังอาจต่อกรกับข้า หรือว่ามิรู้ที่ตาย!”

“ข้าไม่สนสิ่งใด แต่ที่แน่ ๆ เงินถูกกฎหมายของข้าใหญ่กว่าเจ้าแน่”คุณชายน้อยเหยียดยิ้มตอบ “ส่งนางมาให้ข้า... เดี๋ยวนี้!”

“ขอรับ ๆ” เจ้าของโรงเตี๊ยมรับคำพลางถูมือไปมาถูกใจ มือหยาบสั่นระริกยื่นไปรับตั๋วเงินสิบตำลึงเงินจากมือคุณชาย ฉับพลันกลับถูกฉกฉวยไปต่อหน้า

ทั้งหมดหันมองตามมือปริศนาเป็นตาเดียว หลิวเสียะชักสีหน้าทันทีที่รู้ว่าใครบังอาจมาทำให้เสียเรื่อง “นี่เจ้า!”

“ข้าชื่อหยางซุนหยาง” บุรุษพเนจรลากเสียงยาว ยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเรียงเป็นระเบียบก่อนจะโน้มหน้าเข้าหานางแล้วกระซิบบอก “ส่วนเจ้าคือคุณชายหน้าหวาน... หลิวเสียะ”

“รู้จักข้าได้อย่างไร” นางถามแต่อีกฝ่ายกลับยักไหล่ยียวน

“ข้ารู้ก็แล้วกันน่า”

นางฟังแล้วยิ่งเคือง ยื่นมือคว้าตั๋วเงินคืนแต่กลับคว้าได้แค่ลมเพราะคนเจ้าเล่ห์รู้ทันเบี่ยงตัวหลบเดินหนีไปอีกทางดึงสายตาคนทั้งลานให้มองตามไป หลิวเสียะเห็นบ่าวของตนย่องเข้ามาทางด้านหลังก็เข้าใจทันที

สวี่ลี่แกะมัดเชือกอย่างรีบเร่ง เห็นสตรีงามตั้งท่าจะพูดก็เอานิ้วแตะปากเป็นสัญญาณ ดรุณีน้อยพยักหน้ารับสีหน้าตื่นกลัวแต่ไม่วายถาม

“เจ้าคือ?”

“ข้าสวี่ลี่ เป็นบ่าวของคุณชายคนที่ช่วยไถ่ตัวให้เจ้า ข้าจะพาเจ้าออกไปก่อนที่พวกมันจะเห็น”

“แต่ว่าคุณชายเล่า!”

“คุณชายข้าเก่ง เอาตัวรอดได้”

“แต่ว่า...”

“แต่อะไรเล่า! หุบปากเจ้าเถอะ” สวี่ลี่รีบตัดบทน้ำเสียงขึงขังจนนางได้แต่เงียบงัน

ไม่มีสักคนที่เห็นสตรีงามถูกช่วยออกไป เพราะความสนใจทั้งหมดพุ่งตรงมายังคุณชายกำมะลอกับหนุ่มพเนจรที่ยืนหันหลังชนกันท่ามกลางเหล่าคนโฉดที่กรูกันเข้ามา ครู่หนึ่งทั้งสองจึงลอบพยักหน้าให้กัน

“พี่ชายทั้งหลาย ช้าก่อน!” หยางซุนหยางร้องลั่น

พลันเหล่าชายโฉดชะงักหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก คุณชายน้อยกวาดตามองไปรอบ ๆ ด้วยความระแวงแล้วกระซิบถาม “เจ้าจะบ้าหรือ รู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังทำให้เรื่องยุ่ง”

“รู้” หยางซุนหยางตอบโดยไม่ละสายตาจากกลุ่มชายฉกรรจ์

“รู้แล้วยังทำ”

“ข้าจะทำให้เจ้าไม่ต้องเสียเงินสักอีแปะเลยก็ยังได้ แค่ใช้นี่”

ขาดคำบุรุษพเนจรก็ใช้นิ้วเคาะศีรษะอีกฝ่ายแทนคำตอบ หลิวเสียะถึงกับเคืองเมื่อสบดวงตาฉลาดแกมโกงนั่น...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel