5 สกุณาในลำธาร
ไม่น่าเชื่อว่าอิสตรีงดงามจะทำให้เขาหลงคิดว่านางเป็นบุรุษไปได้ นางสกุณาตัวน้อยดูกลมกลืนกับชุดฮั่นฝูราวกับมิต้องเสริมเติมแต่งใด ๆ เหตุใดกันที่ทำให้นางต้องซ่อนกาย หรือเพราะเป้าหมายของนางคือผ้าโบราณพันปีบนหุบผาป่าสนอมตะเป็นเหตุ...
ต้องใช่แน่!
นางต้องมีเจตนารมณ์เดียวกันกับเขา ป้ายสลักในห่อผ้าบ่งบอกว่าเป็นของสำนักการค้าที่ใหญ่ที่สุดในฉางอันด้วยแล้วยิ่งแทบคลายความสงสัย สำนักแห่งนี้นอกจากทำการค้าขายออกไป ยังรับประมูลของมีมูลค่าจากทั่วทุกสารทิศ นับว่าเป็นตระกูลเก่าแก่ที่ได้รับความไว้วางใจจากราชสำนักให้ถวายสิ่งของในหลายครั้งคราว
แต่ก็น่าแปลกนักเพราะที่นั่นมีเพียงบุตรชายสืบทอดกิจการเพียงคนเดียว อีกทั้งงานที่ต้องติดต่อกับวังหลวงอยู่เนือง ๆ ต้องอาศัยบุตรชายสืบทอดจึงจะได้รับอนุญาตให้ค้าขายได้ แล้วเหตุใดนางงดงามผู้นี้จึงกลายเป็นคุณชายหลิวเสียะแห่งหลิวซือซือไปได้ เห็นทีต้องค้นหาความจริง...
หยางซุนหยางรู้สึกแปลก ๆ เหมือนมีความร้อนรุ่มภายในคล้ายบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหว หลังมือยกอังจมูกด้วยความเคยชินพลันถึงกับงุนงงเมื่อโลหิตไหลออกมาจากจมูกโดยไม่รู้ตัว ไวเท่าความคิดมือแข็งแกร่งกระตุกผ้าพันอกผืนบางที่พาดอยู่หลังฉากขึ้นมาซับโดยไม่ละสายตาจากดวงหน้างามที่เห็นเพียงด้านข้าง กลิ่นหอมจากกายสาวที่ติดอยู่บนผ้ายิ่งทำให้เขารู้สึกเลือดลมในกายพลุ่งพล่าน
อา... หรือเพราะห่างหายจากกลิ่นกายสตรีมานาน ร่างกายจึงทรยศด้วยการหลั่งโลหิตไร้ยางอายเช่นนี้
กว่าจะรู้ตัวว่าควรออกไปจากห้องก็ต่อเมื่อเสียงน้ำในอ่างไม้ไหวกระเพื่อม หยางซุนหยางสะดุ้งสุดตัวปล่อยผ้าผืนเดิมร่วงหล่นแล้วกระโดดผลุงออกไปทางหน้าต่างโดยที่ร่างอรชรไม่ทันได้รู้ตัว
หลิวเสียะรีบเอื้อมหยิบเสื้อขึ้นมาคลุมอย่างเร่งรีบทันทีที่รับรู้ถึงความเคลื่อนไหว มือเย็นเฉียบหยิบกระบี่คู่ใจขึ้นมากระชับมั่น แต่เสียงประหลาดเมื่อครู่เงียบหายไปแล้ว ครั้นชะโงกมองไม่มีความเคลื่อนไหวอื่นใดจึงหันไปหาบ่าวคู่ใจ
“สวี่ลี่... เจ้ายังไม่นอนหรือ”
ไม่มีเสียงตอบ มีแต่เพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอจากร่างที่นอนอยู่ เช่นนั้นอาจเป็นเพียงเสียงลมพัดผ่านนอกหน้าต่าง นางพ่นลมหายใจโล่งอกเก็บกระบี่เข้าฝักก่อนจะก้าวออกจากอ่างอาบน้ำมาหยิบผ้าที่พาดอยู่
ทว่า... มีบางสิ่งผิดปกติ
รีบหยิบผ้าพันอกขึ้นมาดม นางถึงกับหน้าถอดสี เมื่อครู่มันยังสะอาดแต่ตอนนี้มันกลับปรากฏคราบและกลิ่นคาวโลหิตอยู่ได้อย่างไร ดวงตาสดใสราวกวางป่ามองปราดไปที่ประตู กลอนยังคงถูกลงสลักจากด้านใน มีทางเดียวที่แขกมิได้รับเชิญยามวิกาลจะออกไปได้คงเป็นทางหน้าต่างเท่านั้น
ร่างอรชรคว้าเสื้อผ้ามาสวมใส่ด้วยความรีบเร่ง ดับตะเกียงที่โต๊ะแล้วล้มตัวลงนอน แต่นางไม่สามารถข่มตาหลับลงเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ประหลาดเมื่อครู่ อาจมีใครบางคนสอดรู้สอดเห็นถึงกับลอบเข้ามา ต่อไปนี้ทั้งนางและบ่าวจะต้องระวังตัวให้มากขึ้นอีกหลายเท่าเพราะกว่าจะถึงหุบผาป่าสนอมตะคงอีกหลายชั่วยาม
ร่างอรชรในคราบคุณชายนอนกอดกระบี่หลับ ๆ ตื่น ๆ พลันต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงร้องโหยหวนราวกับได้รับความเจ็บปวดทรมานดังขึ้น ครานี้มันสะดุดหูและรบกวนจิตใต้สำนึกตื่นรู้ของนางอย่างร้ายกาจ
นี่มันเรื่องบ้าอันใดกัน!
หลิวเสียะผุดลุกนั่ง มองสวี่ลี่ที่หลับสนิทก็ตัดสินใจย่องไปแอบฟังเสียงประหลาดที่หน้าประตูอย่างเงียบเชียบ
“ช่วยด้วย! ช่วยข้าด้วย! ใครก็ได้... ช่วยด้วย!...”
เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังผ่านหน้าห้องนางไป ไม่เพียงเท่านั้นยังมีเสียงคล้ายโลหะหนักกระทบพื้นดังเป็นระยะตลอดแนวทางเดินก่อนจะจางหายไป คุณชายน้อยแห่งหลิวซือซือตั้งท่าจะกระโจนออกไปแต่บ่าวร่างอวบที่นอนหลับเมื่อครู่ผุดลุกขึ้นโผมารั้งไว้ได้ทัน
“คุณชาย! อย่าไป!”
“เจ้าได้ยินเหมือนที่ข้าได้ยินหรือไม่” นางเอ่ยเสียงเบาแต่อีกฝ่ายส่ายหน้าปฏิเสธ สีหน้าบ่งบอกว่าไม่พอใจก่อนเอ่ยต่อ “ช่างเถอะ... ข้าพูดกับคนขี้เกียจนอนกินบ้านกินเมืองอย่างเจ้าจะไปรู้อะไร รอที่นี่เถอะข้าจะออกไปดูลาดเลา”
“มิใช่กงการของเราอย่าไปเลยขอรับ นอนเอาแรงดีกว่า”
“ข้าหรือจะหลับลงหากไม่เห็นกับตาตัวเอง” คุณชายน้อยตอบกลับสีหน้าเป็นกังวล “น้ำเสียงนางเจ็บปวดเช่นนั้น ข้าอยากไปดูว่าพอจะช่วยได้หรือไม่”
“แต่เราต้องออกเดินทางต่อพรุ่งนี้ มิเช่นนั้นท่านเจ้าสำนักจะดุเอา”
“แล้วเจ้าจะให้ข้านิ่งดูดายงั้นหรือ”
“ข้ามิได้หมายความเช่นนั้นขอรับ” สวี่ลี่เสียงหลงทันที
“เห็นแก่มนุษยธรรม ท่านพ่อต้องเข้าใจ” นางกล่าวอย่างมั่นใจแต่สีหน้าปรากฏความลังเลส่วนหนึ่ง “เอาเถอะ เจ้าไม่ต้องกังวลไปเรายังพอมีเวลาจะกลับสำนักช้าลงสักวันสองวันคงไม่เป็นไร”
“แต่ข้าว่า...”
“อย่าขัดข้า” หลิวเสียะทำเสียงดุใส่ ดวงหน้านวลงอง้ำเช่นเคย
บ่าวร่างอวบหน้าเหยเกถอยออกห่างประตูพลางเอ่ยอย่างไม่เต็มใจนัก “ขอรับ... ข้ามิเคยขัดคุณชายได้อยู่แล้ว”
“รู้เช่นนั้นก็ดีแล้ว ถอย!”
บ่าวร่างอวบส่ายหน้าระอา รู้ทั้งรู้ว่านายน้อยเอาแต่ใจมีหรือจะฟัง แต่กว่าจะรู้ตัวประตูห้องก็ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างอรชรในคราบบุรุษผลุบหายไปลับตา
“โธ่! คุณหนู” สวี่ลี่ได้แต่รำพึงแล้วนึกได้ตบปากตัวเองเบา ๆ “เอ๊ย!ต้องเรียกคุณชายสิ สวี่ลี่เจ้าโง่! ชอบลืมอยู่เรื่อย คุณชาย! รอข้าด้วยขอรับ”
ไฟทางเดินทอดยาวในโรงเตี๊ยมเริ่มมืดลงตามระยะทางที่คับแคบและวกวน จากเรือนพักหนึ่งไปยังอีกเรือนหนึ่งล้วนมีม่านสีสดกั้นเพื่อปิดบังการมองเห็นจากภายนอก
หลิวเสียะย่างเท้าแผ่วเบาระแวงระวัง มือกระชับกระบี่คู่ใจแน่นเตรียมพร้อมที่จะชักออกจากฝักตลอดเวลา ทว่ากลิ่นเหม็นอับโชยมาแตะจมูกจนต้องยกหลังมือปิดอยู่เป็นระยะ นางเดินผ่านแต่ละห้องสังเกตเห็นว่าทุกประตูล้วนมีหยากไย่จับราวกับปิดตายไม่ผ่านการใช้งานมานานปี หน้าต่างกระดาษที่ขาดวิ่นเป็นรูใหญ่น้อย มีกลิ่นอับเหม็นสาบโชยออกมารุนแรงจนเกินกว่าจะเป็นที่พักสำหรับนักเดินทาง
ไม่ทันที่นางจะได้ค้นหาคำตอบ พลันเสียงร้องที่ได้ยินเมื่อครู่ใหญ่ก็ดังเล็ดลอดออกมาจากลานดินสุดปลายทาง มองเห็นแสงจากกองไฟวับแวมดูคล้ายกับลานประลองอะไรสักอย่าง แต่ที่เห็นกลับไม่ใช่!
