บท
ตั้งค่า

2 ไร้ตัวตน

ครั้นเห็นว่าเป็นสิ่งใด ดวงหน้าคมก็แย้มยิ้มเอื้อมมือไปช้อนอุ้มกระต่ายน้อยขึ้นวางแนบตัก ลูบขนปุยสีขาวอมเทายาวนุ่มดุจปุยเมฆเอาไว้ด้วยความเอ็นดู ดวงตาของมันงดงามราวทับทิมสีชาดอีกทั้งขนยังยาวจนเกือบถึงพื้นอย่างที่ไม่เคยพบเจอ คงมีแต่กระต่ายในป่าแห่งนี้ที่งดงามราวเสกสรรปั้นแต่ง ไม่ต่างจากสกุณางามร่างอรชรในธารน้ำสีเงินสะท้อนแสงจันทร์นวล

ฉับพลันเจ้าขนนุ่มกระโดดหนีออกจากตัก เขาจึงได้แต่มองตามมันไปจนลับตา พอหันกลับมาร่างงามในลำธารก็อันตรธานหายไป

นางหายไปราวกับไร้ตัวตน!

ครั้นเขาฉุกใจคิดลุกขึ้นตามหา กลับต้องทิ้งตัวหลบหลังพงหญ้าอีกครา เพราะเสียงฝีเท้ามากกว่าหนึ่งดังสวบสาบใกล้เข้ามาปรากฏเงาตะคุ่มสองร่างทอดเป็นทางยาว มีแสงจากตะเกียงวับแวมให้เห็นว่ากำลังเดินขึ้นมาจากริมลำธารตรงมาทางที่เขาหลบซ่อนตัวอยู่

“เร็วเข้าเถอะ... อาลี่” เสียงกังวานแต่ห้าวห้วนหนึ่งในสองเอ่ยขึ้น ตามด้วยเสียงอิดออดของบ่าวร่างอ้วนตามมา

“ก็ข้าบอกคุณชายแล้วว่าอย่าเถลไถล”

“เจ้าพูดมากไปได้! ข้าหรือเจ้าที่เป็นนายกัน”

“โธ่! ก็ต้องคุณชายเป็นนายข้าสิขอรับ”

“เช่นนั้นก็รีบเดินสิ... อย่าช้า” คนร่างสูงกว่าเอ่ยสวนทันควัน

บุรุษหนุ่มร่างสูงกว่าแปดเซียะ ขยับเข้าหลังต้นไม้มองทั้งสองตำหนิติเตียนกันไปมาจนเดินผ่านจุดที่เขาซ่อนตัวอยู่ มีบางสิ่งสะกิดใจให้เขาลุกและย่องตามไปอย่างเงียบเชียบ แต่เดินต่อไม่นานสองนายบ่าวก็หยุดยืนที่ทางสามแพร่ง ทางหนึ่งคือทิศตะวันตกที่ทั้งสองเพิ่งเดินผ่าน ด้านซ้ายเป็นทางขึ้นเขาทิศเหนือหนทางรกทึบกว่า อีกทางคือทิศตะวันออกที่พวกเขาทำสัญลักษณ์ไว้เมื่อครู่ใหญ่

“เหตุใดวนมาที่เดิมอีกแล้ว เจ้าหยิบแผนที่ให้ข้าทีสิ... อาลี่”

“ขอรับคุณชาย” บ่าวร่างอวบกุลีกุจอล้วงห่อผ้าหยิบสิ่งที่ต้องการมากางให้ “ข้าก็อยากรู้ว่าเหตุใดจึงยังวนไปวนมาอยู่ที่เดิม”

“อันที่จริงเราน่าจะถึงโรงเตี๊ยมตั้งแต่ครึ่งชั่วยามที่แล้ว” ร่างสูงกว่าชี้นิ้วลงบนจุดสำคัญในแผนที่พลันหัวคิ้วเรียงเป็นระเบียบก็ขมวดมุ่น “เจ้าคิดเห็นเช่นข้าหรือไม่”

“ข้าดูแผนที่นี้ไม่ออกหรอกขอรับ”

ผู้เป็นนายฟังจบลอบถอนใจ นิ้วเรียวยาวไล่ไปตามเส้นทางในแผนที่แล้วชี้ไปยังจุดหนึ่ง อีกฝ่ายชูตะเกียงส่องพลางชี้มือไปที่จุดปลายด้านล่างสุดมุมซ้าย สีหน้านิ่งของคุณชายเริ่มส่อแววกังวลทันใด

“เหมือนยังไปไม่ถึงไหน หากเป็นเช่นนี้อาจไม่ทันกำหนดที่ข้าให้ไว้กับท่านพ่อก็เป็นได้”

“ข้าก็คิดเช่นนั้นขอรับ อีกอย่างสิ่งที่นายท่านรู้มาหาได้มีข้อพิสูจน์ว่ามีจริงดังคำร่ำลือหรือไม่”

“ข้าถึงอยากรู้อย่างไรเล่าว่าหากมีจริงท่านพ่อต้องพอใจและไว้วางใจข้ามากกว่าเดิม”

“แล้วถ้าไม่มี”

“ก็ถือว่าเรามาท่องเที่ยวก็แล้วกัน”

หยางซุนหยางที่ปีนขึ้นนั่งบนกิ่งไม้เงียบเชียบได้แต่ลอบฟังพลางก้มมองแผนที่ในมือคุณชายนิรนามที่ละม้ายแผนที่ในมือตนไม่วางตา เหตุใดช่างต่อกันได้ราวกับมาจากช่างวาดคนเดียวกันอย่างน่าประหลาด แต่เขาต้องม้วนแผนที่เก็บใส่สาบเสื้อด้วยความเร่งรีบเมื่ออีกฝ่ายเริ่มก้าวเดินต่อ

“ข้าเห็นแสงจากราวป่าฝั่งโน้น อาจมีโรงเตี๊ยมหรือบ้านคน” ร่างอ้วนกล่าวพลางชี้มือให้ผู้เป็นนายเหลียวมองตาม “เราควรพักค้างแรมกันก่อนที่จะเดินลึกเข้าไปกว่านี้ดีหรือไม่คุณชาย”

“ก็ดี อาจเป็นโรงเตี๊ยมที่มีอยู่ในแผนที่ เช่นนั้นข้าจะได้ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า ชุดนี้เลอะเทอะเต็มทน ข้าเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว”

“คืนนี้ข้าคงนอนฝันดีไม่ต้องนอนหวาดระแวงพวกสัตว์ร้ายกับโจรป่าเหมือนวันก่อน เช่นนั้นเรารีบไปกันดีกว่าขอรับคุณชาย”

ผู้เป็นนายพยักหน้าสีหน้าวิตกเล็กน้อย มือกระชับห่อผ้าแน่นราวกับกลัวมันจะหล่นหาย “เราเหลือตั๋วเงินไม่มาก เสียดายที่โดนไอ้พวกสารเลวนั่นปล้นเสบียงกับม้าไป มิเช่นนั้นคงไม่ต้องลำบากเช่นนี้”

“ข้าว่าเราล้มเลิกความคิดดีหรือไม่คุณชาย”

“ไม่ได้!”

“แต่ข้าเกรงว่า...”

“โอกาสท่องโลกกว้างเช่นนี้ไฉนจะมาถึงบ่อย ๆ มาถึงขั้นนี้แล้วไม่มีของติดมือกลับไปเห็นทีจะไม่ได้”

“เช่นนั้นมิได้ก็คงไม่ได้สินะขอรับ” ร่างอวบกว่าโอดครวญก่อนจะก้าวยาวตามติด “รอข้าด้วยขอรับ!”

บุรุษหนุ่มกระโจนลงจากต้นไม้มองตามไป เงาทอดยาวของสองนายบ่าวสาดลงบนพื้นแบ่งแยกลักษณะรูปร่างชัดเจน อีกทั้งเรื่องเสบียงและม้าที่ทั้งสองพูดคุยกันว่าโดนขโมยยิ่งฟังแล้วคุ้นนัก เขาได้ยินมาเมื่อสองวันก่อนจึงอาสาตามสืบความ มิคาดว่าคนคู่นี้ไม่เพียงไม่กลัวเป็นกลัวตายกลับยังดั้นด้นมาถึงที่นี่ ทำให้เขายิ่งสงสัยในพฤติกรรมว่ามันอาจมิใช่เรื่องดี

หรือจะเป็นอย่างที่คิด...

นับวันพวกซยงหนูนอกด่านยิ่งเหิมเกริมหนัก หากทั้งสองเป็นเช่นนั้นจริงและลอบแฝงตัวเข้ามาในเขตแดนจงหยวนโดยเอาเรื่องค้าขายมาอ้าง เขายิ่งต้องรู้ให้ได้ว่าประสงค์สิ่งใดจึงได้รุกล้ำเข้ามาในเขตหุบผาป่าสนอมตะที่แม้แต่ชาวจงหยวนเองยังมิอาจหาญกล้ามาเหยียบ ได้แต่เพียงเดินทางสิ้นสุดแค่ตีนเขา เห็นทีจะต้องหาทางเค้นเอาความจริงให้จงได้...

หยางซุนหยางขบกรามครุ่นคิดคำพูดของสองนายบ่าว หากพวกมันคิดการใหญ่ หาญกล้าขโมยผ้าโบราณพันปีในตำนานจากจงหยวนนำไปขายต่อ ควรหรือไม่ที่เขาจะตัดต้นไม่ให้เหลือรากกลับไป คิดถึงเพียงนั้นร่างสูงใหญ่จึงลัดเลาะตามไปอย่างเงียบเชียบ

ไม่ถึงครึ่งก้านธูป สองนายบ่าวก็ก้าวเข้าสู่หมู่บ้านนิรนาม แสงสว่างจากตะเกียงที่สวี่ลี่ถือเริ่มริบหรี่ลง ผู้เป็นนายจึงหยุดเดินและเอ่ยเสียงเบาอย่างระแวงระวัง “ปล่อยให้ดับไป”

“ขอรับ” ร่างอ้วนรับคำแล้วรีบทำตามไม่รั้งรอก่อนจะก้าวประชิด เหลียวมองรอบกายด้วยความหวาดหวั่น ยิ่งขนลุกขนชันหนักเมื่อเสียงสุนัขเห่าหอนสลับกับเสียงกระพือปีกของสกุณายามราตรี คนขี้กลัวยิ่งหน้าซีดคอหดเมื่อคุณชายออกเดินไปไม่รั้งรอจนต้องร้องเรียก “คุณชาย! รอข้าด้วย”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel