บท
ตั้งค่า

18 แพ้ทาง

หลิวเสียะหลับตากรีดร้องลั่นจนสกุณาน้อยใหญ่แตกตื่น ขวานจากมือเฒ่าตาฟางที่ขว้างไปแม่นเหมือนจับวาง พริบตาเดียวร่างของคุณชายกำมะลอก็หล่นลงมาในอ้อมกอดอดีตขุนนางหนุ่มที่พุ่งตัวไปรับจนล้มไปด้วยกัน สองร่างกอดกันกลมกลิ้งไปตามทางลาดหลังถ้ำน้ำตกลึกลงไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดจนมุมอยู่ตรงปากหลุมก่อนถึงแท่นพิธีภายใน

ด้านใต้หลุมเต็มไปด้วยเถาวัลย์หนามและกองกระดูกที่หยวนเฉินทำกับดักสำหรับผู้บุกรุก แต่ทั้งสองกลับรอดมิหนำซ้ำยังกอดกันกลม แม้ใจผู้เฒ่าจะจงรักภักดีต่อผู้เป็นเจ้าของผ้าโบราณ แต่หากคนผู้นี้ไม่มีวาสนาด้วยแล้วคงไม่มีผู้ใดรอดพ้นหลุมหนามลงอาคมของเขาไปได้

“ที่แท้เป็นเช่นนี้!” ตาเฒ่าอุทาน

หลิวเสียะคู้กายอยู่ในอ้อมกอดอดีตขุนนางหนุ่ม ไม่เพียงแค่เขากอดนางแต่นางกลับกอดรัดเขาแน่นกว่า พอลืมตาได้นางจึงเห็นริมฝีปากของคนจรประทับอยู่บนแก้ม อีกทั้งจมูกของเขายังมีโลหิตไหลเป็นทางจนนางสะดุ้งสุดตัว “เจ้า! เจ้าเลือดกำเดาไหลอีกแล้ว!”

เอาอีกแล้วหรือ!

เขาแพ้ทางนางอีกแล้ว!

หลิวเสียะเขย่าตัวหยางซุนหยางที่นอนตาค้างอย่างแรง ครู่หนึ่งเขาจึงได้สติลุกขึ้นผละออกห่างร่างอรชรอวบนุ่มเต็มไม้เต็มมือด้วยความตกใจ

“ข้าไม่เป็นไร”

“เจ้าช่วยข้าอีกแล้ว...พี่ชาย” นางเอ่ยเสียงแผ่ว เผยรอยยิ้มน้อย ๆ ก่อนฟุบลงหมดสติไป

หยางซุนหยางรับร่างนุ่มนิ่มที่ทิ้งตัวทาบทับแล้วลอบมองหยวนเฉินที่ย่างเท้าเข้ามาใกล้...

“อาหยาง แม่มีเรื่องไหว้วานเจ้า ตามหาคนชื่อหยวนเฉินให้เจอแล้วเอาของสิ่งหนึ่งมาให้แม่”

“ของหรือขอรับ?”

“เป็นผ้าโบราณชนิดหนึ่ง แม่ได้ข่าวว่าคนผู้นั้นอยู่ไม่ไกลจากโรงเก็บศพไร้ญาติทางหุบผาตะวันตกของฉางอัน”

“ท่านแม่รู้ได้อย่างไรขอรับ”

“แม่ไปตลาดได้ยินคนเขาเล่ามา แต่ว่าหนทางมันอันตราย หากไร้วาสนาก็จะมิอาจมีชีวิตรอดกลับมา แม่ห่วงเจ้าแต่ก็อยากให้เจ้านำมันกลับมาให้แม่ได้หรือไม่”

“หากไม่เหลือบ่ากว่าแรง ข้าต้องทำให้สำเร็จขอรับ”

“เช่นนั้นแม่ก็เบาใจรอเจ้ากลับมา”

เขารับปากมารดาโดยไม่คิดว่าแท้จริงแล้วคนชื่อหยวนเฉินเร้นกายจากยุทธภพนานเพียงใด ไม่ว่าจะหาเบาะแสจากที่ใด ข่าวคราวก็เงียบหายราวกับคนผู้นี้ไม่มีตัวตน เขาเทียวหาไปทั่วทุกที่ที่เดินทางไปแต่ไม่เคยขึ้นมาถึงหุบผาป่าสนอมตะ ครานี้นับว่าเขากับหลิวเสียะมีวาสนาต่อกันจึงดั้นด้นมาเพื่อของสิ่งเดียวกันนั่นก็คือ... ผ้าทองคำ

ทั้งที่รู้ว่านางก็หมายปองผ้าโบราณนี้เช่นกัน แต่หยวนเฉินเลือกที่จะมอบมันให้เขาเก็บไว้ โดยขอให้ปกปิดเป็นความลับมิให้แพร่งพราย

“นำมันติดตัวไปนะขอรับ ข้าขอมอบให้ด้วยความเต็มใจ”

“เหตุใดจึงให้ข้า... เจ้าก็รู้ว่าเพื่อนข้าก็ต้องการมัน”

หยวนเฉินคุกเข่ายื่นม้วนผ้าหยาบที่ห่อหุ้มผ้าโบราณส่งให้ เขารับมาด้วยความสงสัยใคร่รู้ แต่ตาเฒ่าหาได้แถลงไขนอกจากย้ำคำหนักแน่น

“มันเป็นของท่าน ข้าหยวนเฉินทำหน้าที่เสร็จสิ้นแล้ว จากนี้ข้าคงนอนตายตาหลับมิมีสิ่งใดติดค้างในใจอีก”

“แล้วเหตุใดจึงมอบของรักของแม่นางผู้นั้นให้ข้า”

“ถึงเวลาท่านก็จะรู้เอง”

ถึงเวลาจะรู้เองงั้นหรือ...

หยางซุนหยางเผยรอยยิ้มน้อย ๆ เมื่อนึกถึงคำพูดของหยวนเฉินที่ทำให้อดรนทนไม่ไหวอยากถามมารดาเรื่องผ้าทองค่าควรเมืองผืนนี้ให้รู้เรื่อง

หยางฟางหลิง... มารดาของเขาเป็นหญิงอายุล่วงกลางคนแต่กระนั้นยังกระฉับกระเฉงอยู่มาก ผิวที่เคยเนียนราวหยกเนื้อดีเริ่มมีริ้วรอยแห่งวัย ดวงหน้านวลแม้เสี้ยวหนึ่งจะมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่แต่มิอาจทำลายเค้าความงดงามที่ยังหลงเหลืออยู่ได้ มีแค่เพียงสิ่งเดียวที่ขาดหายไปและมิอาจเรียกกลับคืนมา...

ชีวิตของเขามีแค่เพียงมารดาที่เป็นช่างฝีมือทอผ้าต่วนแพร มีความเป็นอยู่อัตคัดขัดสนอดอิ่มแต่ยังดีมีบ้านให้พักพิง เขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะทำให้มารดามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่วันนั้นกลับไม่เคยมาถึง เพราะเพียงบอกว่าจะรับราชการ นางกลับเป็นเดือดร้อนหนักถึงขนาดทะเลาะกันเพราะเรื่องนี้

“เจ้าว่าอย่างไรนะ อาหยาง”

“ข้าบอกว่าข้าได้เป็นขุนนางวังหลวงแล้วขอรับท่านแม่ อีกไม่ช้าไม่นานท่านแม่จะไม่ต้องลำบากทำงานงก ๆ ส่งข้าร่ำเรียนแล้วนะขอรับ”

ผู้เป็นมารดาได้ฟังดังนั้นถึงกับชะงัก สับกี่ทอผ้าเสียงดังก่อนจะลุกขึ้นแล้วแบมือมาตรงหน้า

“อะไรหรือขอรับ”

“เอาจดหมายมาให้แม่”

“ท่านแม่จะเอาไปทำไมหรือขอรับ”

“เดี๋ยวนี้เจ้าย้อนแม่ได้แล้วหรือ”

“โธ่! ถึงเอาไปท่านแม่ก็อ่านมิได้อยู่ดี” ร่างสูงใหญ่บ่นพลางจ้องมารดาด้วยความฉงนแต่นางกลับยังแบมือรอ “เช่นนั้นมิได้ก็ต้องได้สินะขอรับ”

เพียงจดหมายจากทางการถึงมือ นางกลับขยำเป็นก้อนกลมไม่ต่างจากเศษขยะแล้วเอ่ยเสียงเย็นเยียบ “แม่บอกเจ้าว่าอย่างไร เหตุใดไม่จำ”

ว่าที่ขุนนางหนุ่มถึงกับสะดุ้ง เขาไม่เคยเห็นสีหน้ามารดาเคร่งเครียดเช่นนี้ เพียงสองมือแตะต้นแขนนางกลับเบี่ยงตัวหนี

“แม่ถาม! เหตุใดไม่ตอบแม่”

“ท่านแม่อยากให้เรียนข้าก็ทำตาม แต่ข้าอยากเป็นทหาร ใต้เท้าต่งเจิ้นเสนอชื่อข้าไปในฐานะลูกกตัญญูเพื่อเข้ารับราชการตามกฎหมายใหม่ของราชสำนัก ข้าจึงคิดว่า...”

“แต่แม่ไม่ให้เจ้าเป็น”

“แต่ข้าสอบผ่านแล้วนะขอรับ”

“เจ้าจะเป็นอะไรก็ได้ ยกเว้นเป็นสุนัขรับใช้วังหลวง!”

“แต่ท่านแม่ขอรับ!”

“พรุ่งนี้ไปลาออกเสีย”

“แต่ข้ารายงานตัวกับท่านเจ้ากรมไปแล้ว ข้ามิอาจทำตามท่านแม่สั่งได้หรอกขอรับ มิฉะนั้นอาจโดนอาญาแผ่นดิน”

“เจ้าไม่อาจขัดคำสั่งคนอื่นได้แต่เจ้ากล้าขัดคำขอของแม่” นางย้ำน้ำเสียงเจ็บปวด มือเรียวขาวซีดปาก้อนกลมที่เคยเป็นหนังสือทางการใส่หน้าบุตรชาย ตามด้วยฝ่ามือเรียวบางที่ฟาดไม่ยั้งบนหน้าอกผึ่งผาย “แม่เลี้ยงเจ้าได้แต่ตัว ปกป้องเจ้ามิได้ หากเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าแม่คงตายก่อน”

“ท่านแม่ขอรับ ฟังข้าก่อน!”

“ฟ้าดินลงโทษข้าเท่าใดจึงจะพอใจ! เหตุใดสวรรค์จึงไม่เมตตาข้าเหตุใดกัน” นางคร่ำครวญ หลังจากทุบตีจนพอใจก็ทรุดนั่งคุกเข่ากลางพื้นบ้านแล้วทุบอกตัวเองน้ำตาไหลพราก

“ท่านแม่!”

“เจ้ากำลังจะทำให้แม่อกแตกตาย”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel