บท
ตั้งค่า

17 ช่วยด้วย!

น้ำเสียงนั้นร้องออกมาราวขัดใจที่เขามองไม่เห็นนาง แต่เพียงแค่เงยหน้าขึ้นมองด้านบน คนที่ใจหายด้วยความเป็นห่วงนางก็มีรอยยิ้มผุดขึ้นภายใต้หนวดเคราครึ้ม ครู่เดียวก็พุ่งปราดเดียวถึง แต่เพราะความสูงของเพดานถ้ำทำให้อดีตขุนนางหนุ่มมองหาตัวช่วย

“ใจเย็นก่อน ข้ากำลังหาอาวุธช่วยเจ้า”

“เร็ว ๆ เข้านะ ข้ากลัว!” นางร้องบอกสีหน้าเหยเก มองกลุ่มค้างคาวด้วยแววตาตื่นตระหนก

อดีตขุนนางหนุ่มมองตาม เห็นฝูงค้างคาวเกาะเป็นพรืดเต็มผนังถ้ำปริมาณมหาศาลอย่างที่ไม่เคยพบเจอก็ได้แต่พยักหน้าให้นาง แล้วคว้าได้ขวานเหมาะมือริมผนัง แต่สภาพที่เห็นคือเท้าทั้งสองข้างของนางถูกรัดตรึงด้วยเถาวัลย์ขนาดใหญ่เกือบเท่าข้อมือเด็กพันเป็นเกลียวขึ้นไปห้อยต่องแต่งชี้ฟ้า แม้อยากขว้างขวานออกไปแต่คมขวานนั้นก็บิ่นจนไม่น่าฟันเถาวัลย์ขาดจึงมองหาตัวช่วยใหม่ ระหว่างนั้นก็แสร้งพูดกับนางให้คลายใจ

“ข้าเพิ่งรู้ว่าเจ้าชอบเป็นเพื่อนกับค้างคาว พวกมันดูรักเจ้านะ” หยางซุนหยางเอ่ยได้เพียงเท่านั้นก็เงียบเสียงลงเมื่อสบแววตาเกรี้ยวกราดจากนาง

“เจ้าอย่ามาพูดเล่นแบบนี้ข้าไม่ขำนะ!”

“เช่นนั้นข้าหาอาวุธก่อนจะได้พาเจ้าลงไป”

“ตาเฒ่าบ้านั่นกำลังตรงมาที่เจ้าแล้ว ระวังตัวด้วย” นางตอบพลันพยักพเยิดให้เขามองตาม แล้วดวงตากวางงดงามก็เบิกกว้างละล่ำละลักบอก “เร็วเข้า! เลือดข้าจะตกตายแล้ว!”

“รอก่อน! ข้าจะไปพูดกับเขาดี ๆ”

“จะบ้ารึ! พูดด้วยอาวุธนี่จะดีกันได้อย่างไรเล่าเจ้าคนจร”

“เถอะน่า เขาไม่ทำร้ายเจ้าที่มากับข้าหรอก” เอ่ยเสียงกร้าวพลางหันรีหันขวางหาอาวุธเพื่อจะช่วยนาง

แต่เพียงคล้อยหลังครู่เดียวลำทวนสูงกว่าหกจั้งก็ถูกยื่นเฉียดใบหน้ามาดักทางไว้ คนเจ้าเล่ห์ถึงกับชะงัก ปราดตามองเจ้าของอาวุธอย่างระแวงระวัง

“ข้าไม่ทำร้ายท่านแต่มิได้หมายความว่าจะปล่อยมันผู้นั้นให้”

หยางซุนหยางฟังแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนค่อย ๆ เอนกายผินหน้าออกจากรัศมีอาวุธร้ายกาจ ก่อนจับปลายลำทวนยื้อไว้แล้วหันมาประจันหน้า

“หากรู้ว่านี่คือที่ของท่าน เขาคงไม่เข้ามาในนี้เป็นแน่”

“เช่นนั้นเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับนายท่าน หากไม่ได้เป็นอะไรกันนางผู้นี้ก็ต้องเป็นของข้า ข้าเหงาเปล่าเปลี่ยวมานานแล้ว” หยวนเฉินเอ่ยพลันเคราเทายาวกระตุก ดวงตาเรียวลึกหรี่ลงเมื่อมองร่างห้อยต่องแต่งบนเพดานถ้ำด้วยความหมายมาด

“แต่เขาเป็นชาย” หยางซุนหยางโพล่ง พลันกระชับมีดสั้นที่เหน็บหลังอยู่เตรียมพร้อมชักออกมาทุกเมื่อก่อนเอ่ยต่อ “คงไม่อาจช่วยคลายเหงาท่านได้”

“เป็นไปไม่ได้! นางมีกลิ่นอายของสตรีหรือท่านไม่รู้ อย่ามาโกหกข้าให้ยากเลย”

หยวนเฉินสวนกลับด้วยพละกำลังแข็งแกร่งเกินสภาพร่างกาย ครู่เดียวลำทวนหกจั้งก็ถูกดึงกลับมาอยู่ในมือ และตอนนี้ยังยื่นออกมาจ่อคอหยางซุนหยางโดยไม่ทันตั้งตัวซ้ำสอง

“ก็ข้าพูดจริง ข้าตามคุณชายมาตั้งแต่ตีนเขาเจอยายแม่มด และคุณชายก็เป็นคนฆ่าอาเหม่ยของนางจนจับพลัดจับผลูหนีหมีดำตกลงเหวมากับข้า”

“เจ้าฆ่าอาเหม่ยแล้ว!” ตาเฒ่าละล่ำละลักถามหลิวเสียะแววตาตระหนกสุดขีด

“ข้าไม่ได้ตั้งใจ! ปล่อยข้าลงไปได้หรือยังท่านตา!”

“กล้าเรียกข้าว่าท่านตา” เฒ่าหยวนเฉินหนวดกระตุกทันที ดวงตาฝ้าฟางแต่คมปลาบตวัดมองนางอย่างไม่พอใจก่อนเอ่ย “ปากดีเช่นนี้เห็นทีต้องก่อไฟย่างเจ้าแทนปลาย่างเสียแล้ว”

“ไม่นะ! อาหยางช่วยข้าด้วย” นางร้องเสียงหลง วาดเท้าตวัดเชือกให้ไกวไปมาหวังว่าจะหลุดจากบ่วงเถาวัลย์ยักษ์ แต่กลับยิ่งทำให้เหล่าค้างคาวที่หลับใหลแตกตื่น

“เฮ้อ! พวกท่านอารมณ์หมาบ้าพอกันทั้งสองคน” หยางซุนหยางว่าพลางส่ายหน้าอีกครั้งก่อนเอ่ยเสียงเข้มแสดงอำนาจ “เช่นนั้นหากแกล้งนางจนพอใจแล้ว ข้าขอสั่งให้ท่านปล่อยนาง”

หยวนเฉินหนวดกระตุกอีกครั้งก่อนเอ่ย “ปล่อยก็ได้ แต่ข้าต้องพิสูจน์ก่อนว่ามันคือหญิงหรือชาย เหตุใดข้าจึงเห็นมันผู้นี้เป็นโฉมสะคราญไปได้ ช่างน่าเสียดายแท้ ๆ”

“ข้าเป็นชาย มิใช่เรื่องที่เจ้าจะมาพิสูจน์ ตาเฒ่าสติวิปลาส!”

นางได้ทีเบี่ยงตัวไปมาหวังอาศัยแรงเหวี่ยงให้เท้าแตะผนังถ้ำเพื่อพยุงตัว แต่ขานางก็สั้นเกินไปเตะได้ก็แต่ลม อีกทั้งยังทำให้เหล่าสกุณาและค้างคาวที่อาศัยบนผนังถ้ำตื่นตกใจบินว่อน

“ว้าย! อย่านะพวกเจ้า!” นางเผลอร้องลั่นโบกมือไปมาไล่สัตว์ปีกเหล่านั้น

หยางซุนหยางเห็นท่าไม่ดีคว้าทวนจากมือหยวนเฉินมาเล็งหมายจะขว้างขึ้นไป แต่หยวนเฉินไวกว่า ก้าวปราดเดียวผ่านหน้าเขามาหยุดยืนตรงหน้านาง ยื่นหน้าเหี่ยวย่นไปใกล้ ในแววตาสะท้อนภาพโฉมสะคราญในคราบบุรุษ พลันแสยะยิ้มจนเครากระดิกยกมือห้ามอดีตขุนนางหนุ่ม

“นายท่านไม่ต้อง!”

“เหตุใดเล่าเจ้าคนจร!” นางโวยวายลั่นถ้ำ “ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”

“ตอบคำถามข้ามาหนึ่งข้อ”

“คำถามหรือ” หยางซุนหยางทวนคำ “ท่านจะเล่นก็ให้มันมีเหตุผล คุณชายน้อยจะไม่ไหวแล้ว ท่านเห็นหน้าเขาหรือไม่”

“เช่นนั้นก็รีบ ๆ ถามมา ข้าจะตายอยู่แล้วท่านตา!”

“เจ้าผ่านด่านนางแม่มดที่โรงเก็บศพไร้ญาติมาได้อย่างไร เหตุใดมิถูกนางเฒ่าแหกอกตายไปก่อน”

หลิวเสียะฟังหยวนเฉินถามก็ถึงกับชะงัก หยางซุนหยางได้แต่ยิ้มแห้งแล้งและเป็นเขาเองที่ตอบแทนนาง

“ข้าเอง... ข้าตีนางจนสลบไป”

“ท่านหรือ?” หยวนเฉินถามอย่างไม่เชื่อนัก

“คือข้าเอง” หยางซุนหยางแอ่นอกรับ

“เช่นนั้นรอช้าไม่ได้แล้ว ท่านรู้หรือไม่ว่าพวกท่านสองคนทำลายดวงใจของนางเข้าแล้ว” ตาเฒ่าละล่ำละลักตอบ สีหน้ากังวลขึ้นหลายส่วน

ทั้งสองมองหน้ากันเลิ่กลั่กก่อนที่หยางซุนหยางจะเอ่ยแทน “แต่นางสติวิปลาสไปแล้ว เหตุใดข้าต้องเชื่อท่าน”

“นางเป็นคนน่าสงสาร พวกท่านไม่มีวันเข้าใจ เดิมทีนางมีบุตรสาวแต่พลัดพรากจากกันเมื่อครั้งแบเบาะ ป่านนี้มิรู้ชะตาว่าอยู่หรือตาย นางมิได้เสียสติวิปลาสไป นางเพียงแต่หลอกตัวเองเท่านั้น”

“แต่หากนางตามมาหาเรื่อง ข้าอาจต้องทำร้ายนางเพื่อเอาตัวรอด นางแก่ปานนั้นกำลังวังชาก็ไม่มากนักมีหรือจะสู้ข้าได้”

“เหตุใดสู้ไม่ได้! ท่านไม่รู้หรือว่ากำลังเอ่ยถึงใคร”

“ข้าไม่สนใจหรอก นางเป็นใครไม่สำคัญต่อข้า” หยางซุนหยางประกาศกร้าว

“เช่นนั้นพวกท่านไสหัวไป นางมิใช่คนที่พวกท่านจะจัดการได้ จงรีบไปให้เร็วและไกลที่สุด มิเช่นนั้นอาจไม่มีชีวิตรอดกลับไป” เอ่ยจบตาเฒ่าหยวนเฉินก็ขว้างขวานออกไปยาวสุดปลายมือ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel