16 หยาม
หยางซุนหยางพยักหน้ารับพลางกวาดตามองหาเป้าหมายแล้วถามต่อ “เพื่อนข้าเป็นชายหนุ่มร่างเล็กสติไม่ค่อยสมประกอบ สูงราวห้าฉื่อ ผิวขาวตัวเล็กผอมเหมือนคนขาดสารอาหารมิแข็งแรงบึกบึนเช่นข้า ท่านเห็นมันบ้างหรือไม่”
“ผู้ใดพลัดหลงเข้ามาในที่ของข้าแล้วมิอาจมีชีวิตรอดกลับไปได้” ตาเฒ่าตอบพลันเหยียดยิ้ม “เช่นนั้นถ้าเจ้าไม่อยากตายก็จงออกไป อย่าให้ต้องใช้กำลัง”
“ไม่เคยมีผู้ใดสั่งข้าได้...” อดีตขุนนางหนุ่มกล่าว พลันเสียงราวของหนักตกลงพื้นอย่างแรงก็เล็ดลอดออกมาจากภายในถ้ำ บุรุษหนุ่มถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงร้องคุ้นหูอยู่ด้านใน
“เสียงนั่น! ใช่เพื่อนข้าหรือไม่”
“ข้าจำเป็นต้องบอกเจ้าด้วยหรือ!”
“ข้าอยากรู้”
เพียงล่วงล้ำเข้าไปไม่กี่ก้าว หยางซุนหยางถึงกับผงะเมื่อถูกกระบี่ยาวคมกริบของตนจ่อชิดลำคอ แค่เพียงตวัดแม้แต่ปลายหลอดลมก็อาจขาดได้ ดวงตาอดีตขุนนางหนุ่มแข็งกร้าวขึ้นด้วยความโกรธเพราะเสียงขลุกขลักยังคงดังอยู่ภายใน ครั้นจะก้าวเข้าไปก็โดนกักไว้พร้อมปลายกระบี่ตวัดเข้าที่หัวไหล่จนเลือดซิบ
“อยากเข้าไปก็ต้องสู้กันหน่อย... เจ้าหนู”
“ได้! อย่าหาว่าข้ารังแกคนแก่ก็แล้วกัน” หยางซุนหยางชักมีดสั้นคำรามลั่น
ตาเฒ่าส่ายหน้าแล้วยิ้มเยาะราวสมเพชก่อนจะตวัดปลายกระบี่พุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว อีกฝ่ายหงายหลบวูบก่อนจะม้วนตัวเข้าหา ตวัดมีดคมกริบใส่บั้นเอวอีกฝ่ายจนเลือดซิบก่อนจะถอยออกมารักษาระยะห่างอีกครั้ง
ตาเฒ่าเฝ้าถ้ำกำกระบี่แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน อีกมือกุมแผลเลือดซิบที่บั้นเอว “รับกระบี่ข้าได้นับว่าฝีมือไม่เบา ข้าประมาทเจ้าเกินไป คราวนี้จะไม่ออมแรงแล้ว”
“ก็เข้ามาสิ” หยางซุนหยางกล่าวท้าทาย
ร่างงองุ้มสืบเท้าเข้าใกล้ อดีตขุนนางหนุ่มก้าวถอยหลัง โดยไม่ทันตั้งตัวร่างเล็กกว่าแต่พละกำลังมหาศาลพุ่งปลายกระบี่เข้ามา ร่างกำยำเสียเปรียบที่อาวุธสั้นกว่ารับเพลงกระบี่เฒ่าชราไว้ด้วยสองมือ ก่อนกระบี่ยาวจะกดย้ำลงมาคล้ายหนักหน่วงแต่พลิ้วไหวราวลมพัด
เพียงแค่ไม่กี่กระบวนท่ากระบี่ยาวก็หลุดจากปลายมือตาเฒ่า มีดสั้นจากอดีตขุนนางหนุ่มก็พุ่งตรงสู่คอหอย พริบตาเดียวก็อาจสะกิดหลอดลมอีกฝ่ายให้ขาดวิ่นได้ หยางซุนหยางยั้งมือไว้ตะคอกใส่อีกฝ่ายทันที
“บอกแล้วว่าข้าไม่อยากรังแกท่าน ข้ามาถึงที่นี่เพราะได้รับคำขอร้องจากคนคนหนึ่งให้มาตามหาคนชื่อหยวนเฉิน มิได้คิดจะมาฆ่าแกงใคร!”
“หยวนเฉินรึ” ตาเฒ่าทวนคำแต่ดวงตาเรียวหลุบลงราวหวาดหวั่นปนระแวง
พออีกฝ่ายเผลอเพราะเสียงร้องในถ้ำดังขึ้นอีกครั้ง ตาเฒ่าจึงอาศัยทีเผลอพุ่งพรวดเดียวกระโจนเข้าคร่อมหนุ่มพเนจรไว้ แรงกระแทกทำให้มีดสั้นในมือตกลงพื้นกระเด็นไป มือเหี่ยวย่นกำหมัดแน่นก่อนจะฟาดลงปลายคาง
หยางซุนหยางปัดป้องไม่ทันโดนเข้าเต็มแรง อีกฝ่ายได้ทีจึงเอื้อมหยิบมีดสั้นที่ตกใกล้ตัวเงื้อขึ้นหมายปักลงตัดขั้วหัวใจ
“เจ้าจะหาหยวนเฉินด้วยเรื่องใด บอกข้า!”
“ข้าไม่จำเป็นต้องบอกท่าน”
“ถามดี ๆ ไม่ตอบ เช่นนั้นก็ตายเสีย!”
“ข้าคงยอมให้ท่านฆ่าโดยไม่สู้มิได้”
พลันร่างงองุ้มถึงกับผงะ ดวงตาเหลือกลานราวกับเห็นบางสิ่งที่น่าหวาดหวั่นทั้งน่าเกรงขาม มือแข็งแรงด้วยพละกำลังพลันอ่อนยวบ โยนมีดสั้นทิ้งไปทันทีที่เห็นสิ่งหนึ่งโผล่พ้นอกเสื้อหนุ่มพเนจรออกมา
ตาเฒ่ายื่นมือสั่นเทาจับสิ่งนั้นพลิกหงายพลิกคว่ำ พลันหงายหลังก้นจ้ำเบ้าก่อนจะทรุดลงคุกเข่าก้มศีรษะโขกพื้นแรง ๆ มือกำแน่นที่สองเท้าของฝ่ายตรงข้ามราวกับกำลังเคารพสิ่งสูงค่า หยางซุนหยางถึงกับตะลึงสิ่งที่ตาเฒ่าแสดงออก พยายามชักเท้าออกแต่ไม่สามารถทำได้
“ข้าน้อยผิดไปแล้ว ข้าน้อยผิดไปแล้ว!”
“ท่านพูดเรื่องอันใดกัน”
อดีตขุนนางหนุ่มหายเมาหมัดเป็นปลิดทิ้ง หยัดกายมอมแมมคลุกฝุ่นขึ้นนั่งหายใจหอบแต่ไม่ได้รับคำตอบ ตาเฒ่าส่ายหน้าตาเหลือกทันทีที่อีกฝ่ายก้มลงดึงแขน
“อย่า! อย่าจับข้า!” ร่างงองุ้มลนลานก้มหน้าแนบเท้าอีกฝ่าย ปากพร่ำรำพันไม่หยุด “ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ ขอประทานอภัย”
“อภัย?” หนุ่มพเนจรถามย้ำ “ข้าไม่เคยรู้จักแม้ชื่อเสียงเรียงนามของท่านจะให้อภัยด้วยเรื่องอันใด”
ดวงตาหวาดหวั่นที่มองมาของเฒ่าชราทำให้อดีตขุนนางหนุ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ แต่เขาไม่รู้ว่าเรื่องใดที่ทำให้กิริยาตาเฒ่าเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือจนเมื่ออีกฝ่ายกล้าเปิดปาก
“ข้าเอง ข้าคือคนที่ท่านกำลังตามหา”
“ท่านคือหยวนเฉินหรือ” หยางซุนหยางทวนคำ “อย่ามาแกล้งออกอุบายหลอกข้า ท่านแค่กลัวเป็นกลัวตายใช่หรือไม่”
“ข้ามิเคยกลัวเป็นกลัวตาย ชีวิตนี้หากจะตายด้วยมือท่าน ข้าก็ยอม” หยวนเฉินเอ่ยชัดถ้อยคำ “หากประสงค์ของท่านคือมาตามหาคนชื่อหยวนเฉินแสดงว่าท่านมาเพื่อตามหาผ้าทองคำ”
“เหตุใดท่านรู้ว่าข้ามาที่นี่เพราะเหตุผลนี้”
“เพราะคนคนเดียวที่รู้ว่าผ้าผืนนั้นอยู่ที่ข้าก็คือเจ้าของมัน นางคือสตรีที่ทอผ้าได้งดงามที่สุดในฉางอันนามว่าฟางหลิง” หยวนเฉินเอ่ยพลันนึกถึงที่เขาป่าวประกาศไว้
ผ้าทองคำ... ผ้าโบราณในตำนานว่ากันว่ามีค่าควรเมือง แต่ที่แท้มันคืออุบายที่เขาใช้เพื่อติดตามหาคนคนหนึ่ง มีผู้คนมากมายเสาะแสวงหาแต่ไม่เคยมีผู้ใดผ่านพ้นยายเฒ่าวิปลาสมาจนถึงที่นี่ได้ เว้นก็แต่คนผู้นี้ บุรุษหนุ่มผู้มากับหยกหลานเถียนบริสุทธิ์บนคอ
“ฟางหลิงงั้นหรือ” หยางซุนหยางทวนคำ
“หรือว่าท่านรู้จักนาง”
“ข้าไม่แน่ใจ... แล้วชื่อแซ่ของนางเล่า”
“ข้ามิบังอาจถาม แต่นางย่อมรู้ว่าผ้าผืนนั้นคือผ้าที่ห่อหุ้มร่างทารกน้อยแรกเกิดผู้หนึ่ง”
หยางซุนหยางฟังแล้วก็ยังข้องใจ ในใจเพียงนึกถึงชื่อเจ้าของผ้าทองคำที่พ้องกับชื่อมารดาของเขาโดยบังเอิญ
ครู่ใหญ่ทั้งสองจึงตกลงกันได้ หยางซุนหยางได้ทีวิ่งเข้าไปด้านในทันที หยวนเฉินมองตามอีกฝ่ายด้วยแววตาชนิดหนึ่งก่อนจะก้าวตามเข้าไปด้านในอย่างเงียบเชียบ
ภายในโถงถ้ำด้านในกว้างขวางและหรุบหรู่ด้วยแสงจากคบเพลิงที่สว่างเพียงแค่ส่องนำทางให้เห็น อดีตขุนนางหนุ่มถึงกับยกมืออุดจมูกเพราะกลิ่นสาบมูลสัตว์รุนแรง ครู่หนึ่งจึงสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงเรียก
“เจ้าคนจร!”
ร่างสูงใหญ่หันกลับมาตามเสียงเรียก มองกวาดตาไปทั่วผนังถ้ำกลับไม่พบเจ้าของเสียง จนอีกฝ่ายร้องเรียกอีกครั้ง “ทางนี้! ข้าอยู่บนนี้!”
“อาเสียะ! นี่เจ้า!”
“ช่วยข้าด้วย ตาเฒ่าจับข้ามัดไว้บนนี้!”
