บท
ตั้งค่า

15 บ้าไปแล้ว

คุณชายน้อยสีหน้าแช่มชื่นขึ้นทันตา แต่ก็ต้องประหม่าเมื่อฝ่ามือใหญ่ยังคงกำข้อมือนางไว้ เขารู้ตัวรีบปล่อยแล้วผุดลุกขึ้นนั่งพลางก้มมองสำรวจร่างกายตนเอง

“ทำไมข้าจึงไม่สวมเสื้อผ้า...”

“ข้าทนดูเจ้าแต่งชุดสตรีแหว่งวิ่นนั่นมิได้ ก็เลยจับเจ้าถอดแล้ว”

“จับข้าถอดรึ... หรือที่แท้เจ้าอยากดูกล้ามล่ำของข้า” เอ่ยยิ้ม ๆ พลางยกแขนเปลือยขึ้นมาจนเห็นกล้ามแขนเป็นมัดก่อนเอ่ยเย้านาง “มันเหมือนของเจ้าหรือไม่”

“ก็... ก็เหมือน ๆ กัน” นางบอกปัดพลางเหลือบมองด้วยความระอา “อย่าพูดมากอยู่เลย รีบแต่งเนื้อแต่งตัวเสีย”

“ช้าก่อน! เอากล้ามเจ้ามาให้ข้าดูบ้างสิคุณชาย”

“เจ้าต้องบ้าไปแล้ว หรือว่าจมน้ำจนสติวิปลาส ข้าเพียงแต่ไม่อยากเห็นเจ้าต้องหนาวตายก็เลยจะให้เจ้าเปลี่ยน แต่เสื้อผ้าข้าก็เปียกน้ำจึงต้องผิงไฟไว้” นางเสียงขุ่นหลบสายตาระยิบระยับที่มองมา “รอสักหนึ่งก้านธูปเสื้อผ้าคงแห้ง เจ้าก็ใส่ของข้าแทนก็แล้วกัน”

“หากให้ข้าแล้วเจ้าเล่า”

“ข้ามีเสื้อผ้ามาสามชุด ให้เจ้าหนึ่งชุดก็ยังมีเหลือ”

หยางซุนหยางเพ่งสายตาสำรวจร่างอรชรแล้วเกิดความเอ็นดูในน้ำใจ พลันเกิดความคิดอยากเห็นนางสวมชุดสตรีว่าจะงดงามเพียงใด แต่เขาก็อยากรู้ว่าเหตุใดนางจึงกลายเป็นคุณชายแห่งหลิวซือซือไปได้

“เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้ว ลำพังสวมชุดสตรีข้าก็อดสูจะแย่แล้ว”อดีตขุนนางหนุ่มตอบพลางลูบเนื้อตัวขับไล่ความหนาว เพราะร่างกึ่งเปลือยที่เหลือเพียงกางเกงของเขาทำให้ดวงหน้าคุณชายน้อยเห่อร้อนขึ้นมาอีกครา นางถึงกับกระสับกระส่ายดวงหน้าแดงก่ำ มือไม้เกะกะจนทนไม่ไหวต้องผุดลุกยืน แต่มือแข็งแรงของบุรุษหนุ่มยังคงจับมือนางไม่ปล่อย

“ปล่อยได้แล้ว ข้าจะไปหาผลไม้ป่า”

“ขอบใจนะอาเสียะ”

“เรื่องเล็กน้อย ข้าก็แค่ช่วย กลัวเจ้าหนาวตายกลายเป็นผีเฝ้าป่า”

หยางซุนหยางหัวเราะออก ยึดมือนางไว้แล้วลุกขึ้นบิดขี้เกียจก่อนจะตั้งท่าถอดกางเกง หลิวเสียะสะบัดมือยกขึ้นปิดตาก่อนจะโวยวายลั่น

“เจ้าจะถอดกางเกงทำไม หรือเสียสติไม่เกรงฟ้าอายดิน”

“ก็ข้าต้องเปลี่ยนชุดใหม่ ไม่ให้ข้าถอดเจ้าจะให้ข้าทำเช่นใดกันเล่า”

“ก็บอกข้าก่อน!” ร่างเล็กกว่าตวาดแล้วทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอก่อนหลบสายตา “ก็... ข้าจะได้ออกไปก่อน”

“เป็นชายอกสามศอกเหมือนกัน ข้ายังมิถือสาหรือเจ้าถือ” หยางซุน หยางสวนทันควัน “หรือว่าจริง ๆ แล้วแอบใจเต้นเพราะกล้ามแขน แผงอก รูปร่างผ่าเผยของข้ากัน”

“เจ้าพูดบ้า ๆ อย่ามาลามปามให้อายฟ้าอายดิน ข้าเป็นชายเหมือนเจ้าเหตุใดต้องใจเต้น เจ้าต้องไข้กลับหรือสมองเสื่อมเป็นแน่”

“เจ้าร้อนตัว”

“ข้าหรือร้อนตัว เจ้าต่างหากที่ปากพล่อย” นางตวาดพลันหน้างอ

หยางซุนหยางยื่นหน้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบชิดพวงแก้มเป็นเหตุให้ดวงหน้านวลเห่อร้อนอีกครา นึกถึงเมื่อครู่ใหญ่ที่ช่วยชีวิตชายหนุ่มเอาไว้ด้วยการเป่าปาก เป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสรสชาติของบุรุษแนบชิด ร่างอรชรรู้สึกร้อนวูบวาบโดยธรรมชาติ โลหิตในกายไหลเวียนสูบฉีดฉับพลัน

“ข้าน่าจะปล่อยเจ้าจมน้ำตายเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราว จะได้มิต้องพูดมากเช่นนี้”

“ข้าบอกแล้วว่ายังตายมิได้หากชาตินี้ยังไม่มีภรรยา” หยางซุนหยางต่อปากต่อคำเดินตามติด “แต่ถ้ามีแล้วจะให้ข้าตายวันตายพรุ่งข้าหรือจะหวั่น”

“ปากดี เช่นนั้นเจ้าควรตายเสียแต่วันนี้จะได้ไม่มีผีเจาะปากมาพูด”

“เช่นนั้นข้าคงต้องมีภรรยาเสียตั้งแต่บัดนี้จะได้นอนตายตาหลับ หรือเจ้าว่าอย่างไร”

“จะว่าอย่างไรได้เล่า ข้าไปหาผลไม้ป่าดีกว่า เชิญเจ้าเพ้อเจ้อไปคนเดียวเถิด” พูดจบนางก็ผละออกไปทันที มิไยที่อีกฝ่ายจะทัดทาน

หยางซุนหยางหัวเราะลั่นป่าด้วยความพึงใจที่ได้สั่นคลอนหัวใจโฉมสะคราญในคราบบุรุษได้ เขาจะสั่นคลอนนางทีละนิดให้สมกับที่มาทำให้หัวใจเขาปั่นป่วน พออารมณ์ดีร่างกายก็เหมือนจะมีแรงขึ้นมาจึงเดินไปหยิบผ้าที่ตากไว้ริมธารน้ำตกมาสวมใส่อย่างสบายอารมณ์

กลิ่นนางยังคงติดอยู่ในเนื้อผ้า บุรุษหนุ่มนึกครึ้มขึ้นมาอย่างประหลาดถึงขนาดผิวปากเป็นลำนำ แต่ยังไม่ทันแต่งตัวเรียบร้อยพลันได้ยินเสียงสวบสาบ ใบไม้ไหวราวกับมีสิ่งมีชีวิตอื่นใดอีกนอกจากเขาและคุณชายหน้าหวาน ทางนั้นมิใช่ทางที่นางเดินจากไปเมื่อครู่...

หรือว่า... นอกจากหญิงสติวิปลาสและหมียักษ์ตัวหนึ่ง ยังจะมีสิ่งใดให้พบเจอในหุบผาป่าสนอมตะแห่งนี้อีกกัน...

“อาเสียะ! อาเสียะ” หยางซุนหยางป้องปากตะโกนลั่น “ข้าหิวแล้ว เจ้าหาผลไม้ป่าเสร็จแล้วหรือไม่”

แต่คำถามกลับไร้ซึ่งคำตอบ..

หยางซุนหยางสังหรณ์ใจ ล้วงหยิบมีดพกขึ้นมากระชับมั่น สองเท้าก้าวเดินอย่างระมัดระวังด้วยรู้สึกเหมือนมีคนจ้องมอง ความรู้สึกส่วนลึกบ่งบอกว่าอันตราย ใจห่วงคุณชายน้อยขึ้นมาทันใด ถึงนางอยู่ในคราบบุรุษและดูห้าวหาญไม่แพ้ผู้ใด แต่สตรีก็คือสตรี นางหรือจะสู้แรงได้หากมีผู้ใดนอกจากเขาอยู่ในป่าแห่งนี้...

อดีตขุนนางหนุ่มเกิดความวิตกทันที รีบออกตามหานางในดวงใจแต่ไม่พบแม้เงา เขาออกเดินหาไปรอบบริเวณก่อนจะพบเศษผ้าแพรต่วนติดคากิ่งไม้ แทบไม่ต้องคิดว่าจะเป็นของผู้ใดเพราะผ้าเนื้อดีเช่นนี้มิใช่ของชาวบ้านธรรมดาเป็นแน่

“อาเสียะ! อาเสียะเจ้าอยู่ไหน อาเสียะ!” หยางซุนหยางป้องปากตะโกนเสียงดังสนั่นป่า ฝูงนกกาแตกตื่นโบยบินทั่วบริเวณ

ครั้นเดินหาจนทั่วแต่ไม่พบ พลันสายตาเหลือบไปเห็นโพรงใต้แนวน้ำตกคล้ายปากถ้ำจึงฉุกคิดก่อนจะย่องเข้าไปใกล้ ๆ แล้วชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงคำรามเยี่ยงสัตว์ แต่หาใช่เดรัจฉานตัวใดไม่ เพราะคำที่เปล่งออกมากลับเป็นเสียงห้วนจัดราวโกรธเกรี้ยวหนัก

“เจ้าเป็นใคร! เหตุใดจึงกล้าบุกรุกเข้ามาในที่ของข้า... ออกไป!”

ตาเฒ่าหลังงองุ้มหนวดเครายาวเกือบถึงแนวอก ผมสีเดียวกับเคราขมวดรุ่ยร่ายเหนือศีรษะก้าวขึ้นมายืนจังก้าหน้าปากถ้ำ ดวงตาแข็งกร้าวหรี่มอง ในมือถือกระบี่ที่มองแค่ปราดเดียวก็รู้ว่าคืออาวุธคู่ใจของเขา

เหตุใดจึงไปอยู่ในมืออีกฝ่าย...

หยางซุนหยางลอบกลืนน้ำลาย มือกระชับมีดระแวงภัยตลอดเวลา “ท่านลุง ข้ามาดี ข้ากับเพื่อนมาหาของป่าแล้วพลัดหลงกัน ท่านเห็นเพื่อนข้าบ้างหรือไม่”

“เพื่อนของเจ้าหรือ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel