บท
ตั้งค่า

14 หนีเสือปะจระเข้

หยางซุนหยางคว้ามือนางได้ดึงเข้าหาตัว แต่แรงส่งรุนแรงจึงคว้าได้แต่ปลายมือนาง อีกมือพยายามยึดแง่งหินใหญ่ริมผาแห่งนั้นเอาไว้ไม่ให้ตกลงไป หลิวเสียะยึดเถาวัลย์แน่น อีกมือคว้าข้อมือหยางซุนหยางไว้ทัน นางก้มมองเบื้องล่างแล้วถึงกับใจหาย ถ้าตกลงไปในแอ่งน้ำตกคงไม่ตาย แต่อาจตายเพราะความหนาวจับขั้วหัวใจก็เป็นได้

“จับมือข้าไว้แน่น ๆ ห้ามปล่อยมือข้าเด็ดขาด ข้าจะดึงเจ้าขึ้น แข็งใจไว้นะ” นางตะโกนฝ่าเสียงฟ้าร้องครืนคราง

หยางซุนหยางมองหินก้อนโตกลิ้งลงน้ำดังตูมต่อหน้าแล้วได้แต่หน้าเผือดซีด เขาไม่ได้กลัวความสูง แต่หากให้ร่างเล็กด้านบนดึงไว้อาจจะตกไปทั้งคู่และอาจหนาวเหน็บจนตาย

“ปล่อยมือข้าเถอะ มิฉะนั้นเราอาจตกไปด้วยกัน”

“เช่นใดกันเล่า เจ้าช่วยข้าเอาไว้มากมายข้าย่อมไม่ทิ้งเจ้า” คุณชายน้อยกล่าวพลันฮึดด้วยแรงทั้งหมดที่มี นางวาดเท้าเกี่ยวแง่งหินใกล้ตัว มือข้างหนึ่งยึดเถาวัลย์ ส่วนอีกข้างดึงมือหนุ่มพเนจรที่พยายามตะเกียกตะกาย แต่ดูเหมือนหน้าผาจะชันเกินไปจนไร้สิ่งยึดเหนี่ยวอย่างใจ

“เจ้าแข็งใจไว้ ข้าต้องช่วยเจ้าขึ้นมาให้ได้!” นางตะโกนแข่งกับเสียงน้ำตก ดวงตาสดใสดุจตากวางของนางกร้าวแกร่งมุ่งมั่นตามที่ให้วาจา

โธ่!... โฉมสะคราญผู้เด็ดเดี่ยว...

อดีตขุนนางหนุ่มฮึดอีกเฮือก มืออีกข้างเอื้อมเกาะปลายโซ่ที่ยังห้อยติดข้อเท้าคุณชายน้อยแล้วรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อให้มีแรงส่งตัวขึ้น แต่ครั้นเริ่มฮึดพลันก็ต้องตระหนกเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่เหนือร่างนางด้านบน

แม้แสงแดดยามเย็นทางทิศตะวันตกจะลับลากลับกลายเป็นสายฝนโหมกระหน่ำราวกับพายุมาแทนที่ แต่ร่างทะมึนด้านบนยังบ่งบอกลักษณะ จะเป็นสิ่งใดไปไม่ได้นอกจาก...

ไอ้หมียักษ์!

หยางซุนหยางตัดสินใจตะโกนบอกทันใด “คุณชาย! ข้าว่าหากขึ้นไปก็ตาย สู้มิขึ้นอาจไม่ตาย”

“แข็งใจไว้อย่ายอมแพ้ หากเจ้าตกข้าก็จะตกไปกับเจ้า”

“ข้ามิได้ยอมแพ้ แต่ว่า... โดด!”

“หา! ข้าบอกแล้วว่าอย่ายอมแพ้ ข้ายังไหว”

นางตอบไปอีกทางเพราะสายฟ้าคำรามดังสะท้านป่าจนได้ยินไม่ถนัด สายฝนยังคงกระหน่ำราวกับเป็นใจอยากให้ทั้งสองไปตายเอาดาบหน้า หมีดำมหึมาคำรามก้องป่าโน้มตัวลงมาตั้งท่าตะปบคุณชายกำมะลอ

หยางซุนหยางเคียดแค้นในใจ คิดอ่านสิ่งใดดูจะไม่ทันการณ์ นอกจากตะโกนสั่งคุณชายน้อยทันที “ปล่อยมือเดี๋ยวนี้!”

“หา! เจ้าว่าอย่างไรนะ!”

“ปล่อยมือจากเถาวัลย์เดี๋ยวนี้!”

“ไม่!”

แต่ไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างบึกบึนในชุดสตรีขาดวิ่นก็กระตุกมือคุณชายน้อยอย่างแรงจนเสียหลัก มือที่ยึดเถาวัลย์ไว้คลายออกโดยไม่รู้ตัวก่อนที่ร่างมหึมาจะตะปบลงมาเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด สองร่างลอยละลิ่วลงสู่ผืนน้ำเกิดเป็นวงน้ำกระจายวงใหญ่

เสียงตูมใหญ่ตามด้วยน้ำกระเซ็นขึ้นมาเป็นสาย ทำให้เฒ่าชราร่างผอมผิวขาวอมเหลืองซีดเซียวที่นั่งขัดสมาธิหลังงองุ้มอยู่ในโถงถ้ำใต้ธารน้ำตกลืมตา ดวงตากลวงลึกเห็นชัดถึงเส้นเลือดฝอยแดงก่ำเบิกกว้าง ริมฝีปากบางเฉียบเต็มไปด้วยหนวดเครารุงรังเม้มแน่นครู่หนึ่งจึงสบถ

“ผู้ใดบังอาจรุกล้ำเข้ามาถึงที่นี่”

ดวงหน้าตอบแทบเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกจ้องฝ่าสายฝนและธารน้ำตกออกไปเบื้องนอก ตายังคงจ้องไม่ลดละจนกระทั่งร่างหนึ่งโผล่พรวดพ้นน้ำขึ้นมา ริมฝีปากบางเฉียบพลันกระตุกยิ้มทันทีเมื่อเห็นดวงหน้านวลเนียนเหนือน้ำนั้น

อา...

นางคือใครกัน

เหตุใดจึงพลัดหลงมาถึงที่นี่ หรือที่แท้คือผู้ที่สวรรค์ส่งให้มารับสิ่งที่เขารักษาไว้รอวันให้มีคนพบเจอ

ร่างผอมค่อย ๆ วาดขาลงพื้นยันตัวลุกขึ้น หันกลับเข้าด้านในไปยังแท่นพิธี มือเหี่ยวย่นเอื้อมหยิบวัตถุบางอย่างขึ้นมาดูด้วยแววตาตื่นเต้น

ผ้าเก่าเก็บถูกดึงออกจากม้วนไม้ไผ่เก่า เมื่อคลี่ออกผิวด้านบนผืนผ้าทอประกายเปล่งปลั่ง สีทองอ่อนของเส้นไหมคือลวดลายวิจิตรที่หาได้ยาก ตัดสลับกับภาพมังกรและดวงหน้าสตรีที่แม้มิได้ลงสีแต่งแต้มและดูเหมือนยังทอไม่เสร็จแต่ก็ดูงดงามยิ่งนัก

ดวงตากลวงลึกของผู้เฒ่าเต็มไปด้วยความเคลือบแคลง สองมือกำแน่นหมายมั่นเมื่อหันไปมองสตรีงามในแอ่งน้ำ นางดำผุดดำว่ายตะโกนเรียกใครบางคน

ร่างเล็กงองุ้มกระโจนเข้าแอบซุ่มหลังประตูถ้ำ มองลอดธารน้ำตกออกไปแล้วพึมพำอย่างลืมตัว “มิผิดแน่... ฟ้าส่งนางในภาพวาดมาให้ข้า”

เท่านั้นเสียงหัวเราะก็ดังก้องไปทั่วถ้ำน้ำตก พลันชะงักงันเพราะฉุกคิดอีกที เป็นไปไม่ได้ที่เวลาผ่านไปนานหลายสิบปีนางจะยังอยู่...

“ท่านแม่! ช่วยข้าด้วย! ท่านแม่...”

“อาหยาง! เจ้าอยู่ไหน เหตุใดแม่มองไม่เห็นเจ้า”

“ข้าอยู่นี่ ท่านแม่ข้า!”

เสียงร้องไห้จ้าของเด็กน้อยดังแว่วเข้ามา ตามด้วยเสียงร้องเรียกหาราวกับเจ็บปวดทรมาน ทำให้ร่างที่กำลังจะจมทุรนทุรายลืมตา พบว่ารอบกายเต็มไปด้วยความมืดมิดลึกล้ำราวกับไร้แสงสว่าง ดำมืดราวกับว่ากำลังจะตาย แต่เสียงร้องเรียกข้างหูดึงสติของเขาขึ้นมาอีกครั้ง

“เจ้าอย่าตายนะ ฟื้นขึ้นมาสิ... เจ้าคนจร”

คนจรหรือ...

คุ้น ๆ เหมือนเคยได้ยินใครสักคนเรียกเขา...

อา... ที่แท้เสียงนี้คือสกุณางามในลำธารใช่หรือไม่...

หรือที่แท้คือฝันไป เหตุใดสัมผัสนุ่มบริเวณริมฝีปากยังคงรู้สึกกรุ่นไออุ่น คล้ายฝันก็มิใช่คล้ายเรื่องจริงก็ไม่เชิงเช่นนี้

“เจ้าฟื้นแล้วใช่หรือไม่ รู้สึกตัวแล้วก็ลืมตาสิเจ้าคนจร” นางก้มลงแนบหน้ากับแผงอกเปลือยเปล่า จังหวะหัวใจของเขายังคงเต้นสม่ำเสมอ ทำให้นางถึงกับพรูลมหายใจทรุดนั่งพังพาบกับพื้นด้วยความเหนื่อยอ่อน ปากยังคงพร่ำพูดอยู่ “คนบ้า! เอาตัวรองรับข้าไม่พอยังหัวแตกอีก เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังทำให้ข้าใจหาย”

นางเขย่าแขนเขาอีกทั้งยังเพ่งพินิจอีกฝ่ายโดยละเอียด ดวงหน้าซีดเผือดของหยางซุนหยางดูแตกต่างจากคนไร้หัวนอนปลายเท้า รูปร่างสมส่วนสูงใหญ่ กล้ามล่ำหนั่นแน่นที่เห็นทำให้ดวงหน้านวลของนางเห่อร้อนจนต้องผุดลุกยืน แต่มือแข็งแรงของคนนอนกลับฉกฉวยมือนางเอาไว้

“อาเสียะ เจ้าปลอดภัยดีหรือไม่”

“เจ้าฟื้นแล้ว!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel