บท
ตั้งค่า

12 ยายเฒ่าเจ้าเล่ห์

ยายเฒ่าหลังงองุ้มกรีดร้องโหยหวน พุ่งเข้ามาจิกเล็บลงบนแขนนางที่กำลังกอดลูกกรงแน่น “ไอ้คนต่ำช้า! กล้าทำร้ายอาเหม่ยของข้า!”

“โอ๊ย! ท่านยายปล่อยข้า! ข้าเจ็บ!”

“เจ็บแค่นี้น้อยเกินกว่าที่เจ้าทำกับลูกข้า!”

หลิวเสียะมองตาขุ่นขวางของอีกฝ่ายพลันขนคอลุกชัน นางดิ้นรนแต่พอปล่อยมือนางก็พลัดตกลงข้างซากสัตว์เดรัจฉานโดยไม่ทันตั้งตัวก่อนที่ลมหายใจของมันจะขาดห้วง นางเห็นแววตาตระหนกสุดขีดของตัวเองสะท้อนอยู่ในดวงตาสีเพลิงคู่นั้น

“ไอ้คนสารเลว!” นางเฒ่ากระชากลูกกรงพลันยื่นหน้ามาใกล้ “เจ้ากล้าฆ่าลูกสาวข้า! เจ้าสมควรตาย”

“ช้าก่อนท่านยาย! มันเป็นแค่งู ท่านยายเข้าใจสิ่งใดผิดไปหรือไม่”นางละล่ำละลักบอก

“เจ้าอย่ามาใส่ร้ายลูกข้า” นางตะคอกแทบจะบีบคออีกฝ่ายให้แหลกคามือหากทำได้

“มันไม่ใช่คน หากท่านยายยังเลี้ยงเอาไว้ สักวันมันจะทำร้ายท่านเหมือนที่ทำร้ายข้า”

“อย่ามาสู่รู้! อีกไม่กี่ชั่วยามพิธีของข้าก็จะเสร็จสิ้น ลูกข้าจะกลายร่างกลับเป็นมนุษย์แล้วอยู่กับข้าตลอดไป เจ้าจะเป็นคนสุดท้ายที่ข้าจะมอบให้แก่ลูกข้าในคืนจันทร์เต็มดวง แต่เจ้ากลับฆ่าลูกข้า!”

“ข้ามิได้ตั้งใจ มันหมายจะทำร้ายข้าจึงต้องป้องกันตัว”

“อย่ามาแก้ตัว! ถึงตายข้าก็ไม่ปล่อยเจ้า!” นางเฒ่าประกาศก้อง มือเหี่ยวย่นสั่นระริกพยายามไขประตู

หลิวเสียะผงะเมื่อมองเห็นที่บั้นเอวหญิงสติวิปลาสมีขวานคมกริบจึงรีบมองหาทางหนีทีไล่ แต่เพราะขายังติดกับโซ่ตรวนขนาดใหญ่นางจึงได้แต่ถอยหนี แต่โซ่ตรวนหาใช่เชือกถึงจะใช้มีดฟันแล้วขาดได้อย่างใจ ดวงหน้านวลซีดเซียวเมื่อยายเฒ่าวิปลาสเปิดประตูเข้ามายืนจังก้าเหยียดยิ้ม ดวงตาฝ้าฟางกลับวาววับจับจ้องมาด้วยแววตาอาฆาตล้ำลึก

“หึหึ... คิดจะหนีข้ามันไม่ง่าย ข้าว่าเจ้าคิดตายง่ายกว่า”

“ข้ายังไม่อยากตาย! ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะท่านยาย” หลิวเสียะเอ่ยพลันถอยหลังลนลานเมื่ออีกฝ่ายหยิบขวานจากบั้นเอวมากระชับมั่น นาทีนี้แม้แต่กระบี่คู่กายนางก็หายไป ทั้งมีดสั้นที่พกไว้ก็สุดมือเอื้อมเกินจะคว้า

“ปล่อยเจ้างั้นรึ อย่าหวังเลย! เจ้าต้องตายตกตามลูกข้า” นางตวาดพลันเงื้อขวานเหนือศีรษะ

คุณชายน้อยยกมือป้องศีรษะยอมรับชะตา ฉับพลันก็มีเสียงร้องเรียกดังมาจากด้านนอก ทำให้ทั้งสองพากันหันไปตามเสียง ภาพที่ปรากฏคือร่างสูงใหญ่ในชุดสตรีสีฟ้ากรุยกรายวิ่งถลามาเกาะลูกกรงร้องเรียก

“ท่านแม่!”

“ใครกัน กล้าเรียกข้าว่าแม่?” ยายเฒ่าวิปลาสตวาดลั่น พลันดวงตาเบิกกว้าง

“ข้าเอง!”

“เจ้า! เจ้าคือ!”

ข้าอยู่นี่แล้ว ท่านแม่อย่าทำร้ายนางเลย”

“เจ้า! อาเหม่ยหรือ เจ้ากลับมาหาแม่แล้วใช่หรือไม่” ยายเฒ่าอุทานมือไม้อ่อนปล่อยขวานทิ้งลงพื้น นางก้าวโขยกเขยกราวไร้เรี่ยวแรงผิดกับเมื่อครู่ชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ

“ข้าคิดถึงท่านแม่มากเหลือเกิน”

“อาเหม่ยเอ๊ย! อาเหม่ยของแม่ มาให้แม่ดูหน้าชัด ๆ หน่อย”

สตรีในชุดกรุยกรายรุดนั่งคุกเข่าก้มหน้าร้องไห้ พอร่างงองุ้มก้าวถึงตัวก็โผเข้ากอดรัดทันที

หลิวเสียะถอนหายใจโล่งอกค่อย ๆ ก้มลงคว้าขวานมาถือ คอยดูทีท่าหญิงชรา ลูกสาวนางช่างคุ้นตาอีกทั้งร่างใหญ่กว่าสตรีทั่วไปยิ่งน่าสงสัย แต่นางไม่มีเวลาคิดนานนักเพราะเสียงเครือของยายเฒ่าสะกิดใจ

“อาเหม่ยลูกแม่... แม่คิดถึงเจ้า” นางเอื้อมมือสั่นเทาไปจับไหล่ทั้งสองของบุตรสาวประคองให้ลุกยืน แต่อาเหม่ยขืนตัวเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าที่มีผ้าแพรผืนบางคาดอยู่เผยให้เห็นเพียงดวงตา นางจึงถามด้วยความเป็นห่วง “เหตุใดไม่พูดกับแม่”

“แค่ก แค่ก ข้าไม่สบาย ท่านแม่ต้มยาให้ข้ากินได้หรือไม่” อาเหม่ยตอบพลันไอจนตัวโยน “ข้าเจ็บเหลือเกิน เจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งเนื้อตัว”

“เจ็บหรือ! เพราะไอ้คนต่ำช้านั่นแท้ ๆ!” ยายเฒ่าตวาดหันไปชี้หน้าหลิวเสียะคาดโทษ “เพราะมันทำร้ายเจ้า แม่จะให้มันเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็น!”

หลิวเสียะฟังคำพาดพิงถึงกับสะดุ้ง รีบซ่อนขวานไปด้านหลังพลันแววตาเบิกกว้างเพราะแววตาอาเหม่ยที่ส่งมาฉายแววประหลาด ที่แท้มันก็คือแววตาของเจ้าคนจรที่นางจำได้จนติดตา

รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นบนใบหน้าใต้ผ้าคลุม ดวงตาคมถลึงใส่ส่งสัญญาณให้มองไปที่ขวาน นางรับรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายแสร้งประวิงเวลาให้ก็เงื้อขวานฟาดสุดแรงลงตรงกลางข้อต่อโซ่จนขาดออกเป็นสองท่อน

ยายเฒ่าวิปลาสหันขวับด้วยความตกใจเมื่อเห็นนักโทษของนางพุ่งออกมานอกประตูพร้อมขวานในมือและโซ่ตรวนขาด ๆ ที่ข้อเท้า เห็นดังนั้นยายเฒ่าจึงกระโจนเข้าใส่ทันที

“กล้าคิดหนีข้าหรือ! ไอ้คนสารเลว แกตาย!”

ร่างอรชรในคราบคุณชายไม่ทันตั้งตัวถูกร่างงองุ้มกระโจนเข้าบีบคอจนหงายหลังด้วยพละกำลังมหาศาลที่คร่อมร่างนางไว้ เล็บยาวเฟื้อยของยายเฒ่าจิกลงบนคอระหงจนหลิวเสียะออกอาการสำลักราวกับลมหายใจจะขาดห้วง หยางซุนหยางถลกกระโปรงขึ้นเหนือเข่ากระโดดพรวดเดียวพุ่งเข้ากอดเอวยายเฒ่าดึงร่างนางออกมาจนหงายหลังกลิ้งไปด้วยกัน

“ปล่อยข้า! ปล่อย! ข้าจะฆ่ามัน!” นางตะโกนทุบถองศอกใส่

“ปล่อยท่าน นางก็ตายสิ! หยางซุนหยางตวาดทันควัน

“เจ้ากล้าว่าแม่แล้วเข้าข้างไอ้หนุ่มนี่หรืออาเหม่ย!”

“อาเหม่ย อาหม่อยที่ไหนกันเล่า!” ตะคอกใส่หมายให้ยายเฒ่าได้สติ แต่กลับกลายเป็นว่าเพิ่มความขุ่นเคืองมากขึ้น

พละกำลังของหญิงชราที่มาพร้อมแรงอาฆาตนั้นมหาศาลจนหยางซุนหยางต้านทานไว้ไม่ได้ต้องปล่อยยายเฒ่าเป็นอิสระ นางรวบรวมแรงลุกขึ้นวิ่งไปคว้ามีดปังตอที่เหน็บอยู่ข้างฝาหันกลับมาฟาดฟัน หนุ่มพเนจรในชุดสตรียังไม่ทันลุกขึ้นก็โดนถีบจนหงายท้องก้นจ้ำเบ้าไปอีกครา

“พอได้แล้ว! ปล่อยพวกข้าไป ข้าไม่อยากทำร้ายหญิงสติวิปลาสเช่นเจ้า” หยางซุนหยางประกาศกร้าว

“เจ้า! เจ้าให้ร้ายแม่ เจ้ายังเป็นคนอยู่อีกหรือไม่อาเหม่ย เสียแรงที่แม่รักและเป็นห่วงเจ้า” นางเฒ่าวิปลาสร่ำไห้ ฉับพลันดวงตาเปียกชื้นก็เบิกกว้างเมื่อได้ยินเสียงแท้จริงของอีกฝ่าย

“พอเถอะ... ข้าขี้เกียจเล่นแล้ว ปล่อยพวกเราไปแล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”

“เจ้าคนจร!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel