บท
ตั้งค่า

บทที่ 3-2 ให้ยืมก่อน

หรงหมัวหมัวพยายามตั้งสติ นางคิดจะด่าทอเฟิ่งจูหลานและข่มขู่อีกฝ่าย เพราะที่ผ่านมาเพียงแค่นางเอ่ยชื่อคุณหนูใหญ่ เฟิ่งจูหลานก็หวาดกลัวจนร้องไห้โฮแล้ว

แต่เพราะยามนี้เฟิ่งจูหลานไม่ใช่คุณหนูรองผู้อ่อนแออีกต่อไปแล้ว และนางก็เบื่อที่จะต้องทะเลาะกับหรงหมัวหมัวเช่นกันอยู่ๆ หญิงสาวก็คิดแผนการหนึ่งขึ้นมาได้ ไวกว่าความคิด นางจึงซัดหมัดเข้าใส่ใบหน้าของหรงหมัวหมัว จนฝ่ายตรงข้ามสลบเหมือดไปทันที เหล่าบ่าวไพร่ที่เห็นว่าแม้แต่หรงหมัวหมัวยามนี้ก็ยังไม่อาจสู้คุณหนูรองได้ นับประสาอันใดกับพวกตนที่เป็นเพียงลิ่วล้อจึงไม่กล้ามีปากมีเสียงอีก และเฟิ่งจูหลานก็ขอให้คนของเซี่ยเสวียนเย่ช่วยจับตาดูว่ามีบ่าวไพร่คนไหนลอบไปส่งจดหมายให้กับเฟิ่งหลิงหลงหรือไม่ หากมีก็ให้ทุบตีจนสลบแล้วลากตัวมาให้นางได้เลย

หลังจากจัดการยัยแก่หรงหมัวหมัวจนสลบเหมือดไปเรียบร้อยแล้ว พอมันได้สติกลับคืนมา เฟิ่งจูหลานก็บังคับให้หรงหมัวหมัวเขียนจดหมายไปแจ้งกับเฟิ่งหลิงหลงว่านางตายไปแล้ว พร้อมกับขอเงินมาทำศพและค่าเดินทางกลับเมืองหลวงสักหน่อย หรงหมัวหมัวหวาดกลัวเฟิ่งจูหลานมากจึงยอมทำตามทั้งน้ำตา เฟิ่งจูหลานพอใจมาก นางสั่งให้คนที่ไว้ใจได้นำจดหมายไปส่งให้กับเฟิ่งหลิงหลง คาดว่าครานี้เฟิ่งหลิงหลงคงจะตกรางวัลให้กับหรงหมัวหมัวอย่างงามเลยทีเดียว

นางไม่ได้ฆ่าหรงหมัวหมัว แต่ขังยัยแก่นั่นเอาไว้ในบ้าน ให้กินข้าววันละมื้อ ยามมันล้มป่วยก็ไม่ได้ให้คนพาท่านหมอมารักษา มันจะได้รู้บ้างว่าตอนที่เจ้าของร่างเดิมทรมานนั้นรู้สึกเช่นไร!

ด้านเซี่ยเสวียนเย่นั้นเขาก็ส่งคนมาแจ้งกับนางว่า ตนเองมีเรื่องต้องจัดการ ที่นัดหมายกันเอาไว้ให้เลื่อนไปก่อนสักสองวัน

สองวันนี้เฟิ่งจูหลานจึงเดินสำรวจรอบๆ บ้านสวนเกษตร พบว่าที่นี่ไม่เพียงปลูกผักเลี้ยงสัตว์เท่านั้น แต่ยังมีที่ดินอีกไม่น้อยเลย และรอบๆ ที่ดินนั้นยังมีต้นดอกท้อ ดอกเบญจมาศ และดอกกุหลาบจีนปลูกอยู่เต็มไปหมด

เมื่อสอบถามกับบ่าวไพร่ก็ทราบว่าคนงานที่นี่มักจะปลูกดอกไม้ตามฤดูกาลส่งไปขายที่เมืองหลวง อยู่ๆ เฟิ่งจูหลานก็คิดเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ ในเมื่อตอนนี้นางยังหาทางกลับไปยังโลกอนาคตไม่ได้ เช่นนั้นก็หาลู่ทางทำมาหากินให้ตนเองก่อนเถอะ จะเอาแต่ร้องไห้โฮเหมือนคุณหนูตกอับก็คงไม่ไหว สองวันนี้ระหว่างที่รอข่าวจากเซี่ยเสวียนเย่ นางก็เริ่มทดลองทำแผ่นมาร์กหน้าผสมผงไข่มุกและดอกท้อขึ้นมา

เพราะการทะลุมิติมาคราวนี้ไม่ได้มีมิติวิเศษคอยช่วย นางจึงใช้ความรู้ที่ตนเองพอมีอยู่บ้างมาลองทำสิ่งเหล่านี้ เฟิ่งจูหลานนำเปลือกส้มมาต้มกับน้ำที่คั้นได้จากกลีบดอกท้อ จากนั้นนางก็ผสมน้ำผึ้งและผงไข่มุกบดละเอียดลงไป โชคดีที่ได้เงินมาจากเซี่ยเสวียนเย่ นางจึงนำไปซื้อไข่มุกมาบางส่วน ไข่มุกที่นี่ราคาค่อนข้างแพงนิดหน่อย นางจึงซื้อมาพอทดลองใช้เท่านั้น จากนั้นนางก็นำส่วนผสมที่เคี่ยวจนได้ที่มาบรรจุใส่ขวดแก้วและใช้ผ้าขาวบางๆ คลุมเอาไว้เพื่อป้องกันสิ่งสกปรก เนื้อสัมผัสที่ได้จะเป็นเนื้อเจลลี่นุ่มยืดหยุ่น เมื่อทาลงไปบนใบหน้า เนื้อเจลจะเซ็ตตัวเป็นแผ่นบางๆ และสามารถลอกออกได้เป็นแผ่นเดียว ไม่เปรอะเปื้อน ไม่เยิ้มติดผิวจนเหนียวเหนอะหนะ หลังใช้ใบหน้าจะเย็นสบายอย่างยิ่ง

นางทดลองใช้กับตนเองและเหล่าสาวใช้ก่อน ถงเสี่ยวและเหล่าสาวใช้ถึงกับตื่นเต้นและชอบเจ้ามาร์กหน้าตัวนี้เป็นอย่างมาก เฟิ่งจูหลานยิ้มแย้มอารมณ์ดีอย่างยิ่ง หนทางทำมาหากินของนางเริ่มต้นขึ้นแล้ว และนางจะหาทางต่อยอดมันไปอีกเรื่อยๆ

สองวันต่อมาเซี่ยเสวียนเย่ก็ส่งคนมารับนางที่บ้านสวนเกษตร เฟิ่งจูหลานนำกระปุกมาร์กหน้าติดมือไปด้วย รถม้าเคลื่อนไปตามทางเรื่อยๆ ก่อนจะมาหยุดที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นบ้านหลังเล็กที่อยู่ติดเชิงเขาในป่า ทันทีที่นางก้าวเดินลงมาจากรถม้าก็พบเข้ากับเซี่ยเสวียนเย่ที่กำลังยืนรออยู่ เมื่อเขาเห็นนางก็รีบเดินเข้ามาหาทันที ก่อนจะมองขวดแก้วที่นางถือเอาไว้

“นี่เจ้านำสิ่งใดมาด้วย?”

“อ๋อ ของที่จะทำเงินให้หม่อมฉันได้น่ะเพคะ แต่เรื่องนี้เอาไว้ก่อนเถอะ พระองค์ทรงเรียกหม่อมฉันมามีเรื่องใดหรือเพคะ?”

“ข้าหาวิธีพาจูจูกลับเข้าร่างได้แล้ว และยังหาทางส่งเจ้ากลับไปยังโลกของเจ้าได้อีกด้วย”

“จริงหรือเพคะ!?”

“แน่นอนอยู่แล้ว!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel