บท
ตั้งค่า

บทที่ 3-1 ให้ยืมก่อน

ด้านเซี่ยเสวียนเย่นั้นก็พอจะดูออกว่าเฟิ่งจูหลานคงจะไม่ค่อยชอบที่ถูกเขาเรียกว่าท่านป้าสักเท่าใดนัก เขาจึงไม่คิดจะเรียกนางว่าท่านป้าเฟิ่งอีก

“เอาเถอะ ข้าไม่เรียกเจ้าว่าท่านป้าแล้วก็ได้”

เมื่อได้ยินอย่างนั้นเฟิ่งจูหลานก็พอจะอารมณ์ดีขึ้นมาได้บ้าง โชคดีนะที่เขาหน้าเหมือนพระเอกซีรีส์ที่นางชอบ นางจึงพอจะยั้งเท้าเอาไว้ได้ทัน ไม่ได้ถีบออกไปเต็มแรง

บรรยากาศกลับคืนสู่ความเงียบงันอีกครั้ง เซี่ยเสวียนเย่เมื่อรู้แล้วว่าสตรีตรงหน้าเป็นใครเขาก็รู้สึกประหม่าอยู่บ้าง ส่วนเฟิ่งจูหลานเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน นางยิ่งหนักใจเสียมากกว่าเพราะไม่รู้ว่าจะต้องดำเนินชีวิตต่อไปยังไงเมื่อต้องทะลุมิติมาอยู่ในยุคโบราณเช่นนี้

เซี่ยเสวียนเย่ลุกขึ้นพร้อมกับจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะล้วงหยิบตั๋วเงินปึกหนึ่งส่งมาให้กับเฟิ่งจูหลาน หญิงสาวมองตั๋วเงินในมือของชายหนุ่มด้วยดวงตาเป็นประกาย พร้อมกับครุ่นคิดในใจว่า

เซี่ยเสวียนเย่คนนี้ใจดีมากเลย ถึงขนาดเปย์เงินให้นางใช้ด้วย

“ให้ยืมก่อน เพราะข้ารู้ว่าเจ้าลำบาก ไว้ค่อยมาคืนข้าทีหลัง ข้าไม่คิดดอกเบี้ย”

ความฝันอันแสนสวยหรูของเฟิ่งจูหลานพังครืนลงไปในพริบตา นางถึงกับสบถว่าขี้งกฉิบหายอยู่ในใจ แต่เพราะยามนี้นางยังไม่มีเงิน เพราะเจ้าของร่างเดิมถูกกลั่นแกล้งมานาน ไม่มีแม้แต่เงินจะติดตัว ยามเจ็บป่วยยังไม่มีเงินไปจ้างท่านหมอมารักษา นางจึงคิดว่าอย่างไรคงต้องรับตั๋วเงินของเขาเอาไว้ ไม่อาจเล่นตัวได้อีก

“ขอบพระทัยมากเพคะ หม่อมฉันจะใช้เงินก้อนนี้ให้เป็นประโยชน์อย่างแน่นอน”

“ดี เจ้าอยากได้ของสิ่งใด หรืออยากได้ยาบำรุงก็เอาไปซื้อได้ หากเงินหมดก็แจ้งคนของข้า ข้าจะให้พวกเขาเอาเงินมาให้เพิ่ม แต่จำไว้ว่า ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์กับร่างของจูจูเท่านั้น หากเจ้าเอาไปใช้ฟุ่มเฟือยโดยใช่เหตุ ข้าจะคิดดอกเบี้ยสองเท่า”

เฟิ่งจูหลานพยักหน้ารับเบาๆ และไม่เอ่ยอันใดอีก เซี่ยเสวียนเย่จึงพอจะวางใจลงไปได้มากเมื่อเห็นว่านางเป็นคนพูดง่าย และเขาก็พอจะสบายใจได้ไม่น้อยเมื่อรู้ว่าคนที่เข้ามาอยู่ในร่างนี้เป็นคนที่สามารถปกป้องตนเองได้ ไม่อ่อนแอกลัวคนเหมือนจูจูของเขา

“ว่าแต่เจ้ามีชื่อเรียกหรือไม่ ข้าจะได้เรียกถูก”

“ชื่อเหมือนเจ้าของร่างนี้นั่นล่ะเพคะ จูหลาน เรียกจูจูก็ได้”

เซี่ยเสวียนเย่รู้สึกว่านี่ออกจะบังเอิญไปสักหน่อยกระมัง แต่เขากลับไม่เอ่ยถามอันใดต่อ เพียงพยักหน้ารับเล็กน้อยเท่านั้น เขาไม่อยู่สนทนาอันใดกับนางต่อ และขอตัวกลับทันที บอกว่าวันพรุ่งนี้เขาจะส่งคนมารับนางไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง เฟิ่งจูหลานยังไม่ทันได้ถามว่าเขาจะพานางไปที่ใด ชายหนุ่มก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว

นางถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง ก่อนจะจ้องมองตั๋วเงินในมือ พบว่ามันมีถึงหนึ่งพันตำลึงเลยทีเดียว เห้อ เจ้าของร่างเดิมนี่โชคดีจริงๆ มีชายหนุ่มหล่อรวยสายเปย์มาคอยเอาใจ นี่มันความฝันของนางชัดๆ ไม่ต้องทำงานทำการก็มีเงินให้ใช้

เมื่อเซี่ยเสวียนเย่จากไปแล้ว หรงหมัวหมัวก็เริ่มวางอำนาจอีกครั้งหนึ่ง นางเดินเข้ามาเห็นเฟิ่งจูหลานซึ่งกำลังนั่งนับตั๋วเงินอยู่พอดี ดวงตาของหญิงวัยกลางคนฉายแววอิจฉาริษยาและไม่พอใจ ถึงกับคิดว่าจะต้องเขียนจดหมายไปแจ้งคุณหนูใหญ่สักหน ว่าเฟิ่งจูหลานกำเริบเสิบสานเพียงใด ถึงขนาดนัดพบกับพระราชนัดดาถึงที่นี่ คิดได้เช่นนั้นนางจึงเดินเข้ามาหาเฟิ่งจูหลานหมายจะหยิบฉกตั๋วเงินในมือนางไปเป็นของตน

แต่เฟิ่งจูหลานหูไวตาไวเรื่องเงินอยู่แล้ว นางจึงนำตั๋วเงินนั้นมาเก็บเอาไว้กับตัวได้ทันเวลา พลางจ้องมองหรงหมัวหมัวเขม็ง

“ยัยแก่นี่ อยากได้เงินทำไมไม่ขอข้าดีๆ ล่ะ หากว่าข้าอารมณ์ดีอาจจะแบ่งให้เจ้าใช้สักสองสามอีแปะก็ได้”

หรงหมัวหมัวเมื่อได้ฟังวาจาเหน็บแหนมของเฟิ่งจูหลานนางก็เริ่มไม่พอใจขึ้นมา

“คุณหนูรอง ท่านจะใจกล้าเกินไปแล้วนะเจ้าคะ เงินนี่คงได้มาจากการยั่วยวนพระราชนัดดาสินะ ข้าจะเขียนจดหมายแจ้งให้คุณหนูใหญ่ทราบ จะได้จัดการท่านเสีย”

เฟิ่งจูหลานได้ฟังก็กลอกตาไปมาหนหนึ่ง หรงหมัวหมัวนี่มันคือขี้ข้าผู้ภักดีของเฟิ่งหลิงหลงชัดๆ เป็นบ่าวประสาทตามแบบฉบับซีรีส์แนวตั้งเลยจริงๆ หญิงสาวส่งเสียงเหอะออกมา ก่อนจะยกมือขึ้นกอดอกพลางเอียงคอจ้องมองหรงหมัวหมัว

“ทำไมล่ะ ก็ข้ายังสาว ข้าจะใช้ส่วนไหนของร่างกายล่อลวงพระราชนัดดาก็ได้ เขาย่อมชอบทั้งหมด ไม่เหมือนคนบางคน แก่ ยานไปทั้งตัว ขนาดดึงทึ้งยังกลัวเนื้อหลุดติดมือ เลยมาอิจฉาข้าสินะ หรือว่าหรงหมัวหมัวยังคันอยู่ เอาอย่างนี้ ข้าจะช่วยหาพ่อบ้านแก่ๆ สักคนมาช่วยเกาให้เจ้าดีหรือไม่?”

“ท่าน!”

หรงหมัวหมัวที่ถูกเฟิ่งจูหลานเอ่ยวาจาไม่ไว้หน้าใส่ก็เริ่มโมโห แต่ในใจของนางกลับเริ่มตั้งคำถามกับตนเอง

'นี่นางคันตรงนั้นหรือนี่ แต่ก็นานมากแล้วนะที่ไม่ได้มีคนมาช่วยเกา หรือจะทำตามคุณหนูรองว่า หาพ่อบ้านแก่ๆ สักคนมาช่วยเกาให้'

ฉิบหาย! นี่นางคิดอันใดกันนี่!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel