บท
ตั้งค่า

บทที่ 1-2 อยากเป็นแค่ผู้ชมไม่ได้เหรอ?

เมื่อได้รับรู้แล้วว่าตนเองทะลุมิติเข้ามาในซีรีส์แนวตั้ง จูหลานก็ถึงกับร้องโอดครวญในใจ แต่ยามนี้นางคงทำสิ่งใดไม่ได้แล้ว นอกจากสวมรอยเป็นเฟิ่งจูหลานคนเก่าไปก่อน แล้วค่อยคิดหาหนทางในการเอาชีวิตรอดในภายหลัง

บ้าบอที่สุด ทะลุมิติมาทั้งที ทำไมไม่ให้นางไปอยู่ในร่างของยัยเฟิ่งหลิงหลงกันนะ ยัยนั่นสบายจะตายไป!

เห้อ! หรือว่านี่จะเป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่งกันนะ แล้วเธอจะกลับไปที่โลกอนาคตได้ยังไง แล้วพ่อกับแม่ล่ะ?

ในขณะที่จูหลานซึ่งยามนี้กลายเป็นเฟิ่งจูหลานไปแล้วกำลังร้องโอดครวญอยู่นั้น กลับมีแส้เส้นหนึ่งฟาดเข้ามาที่แขนของนางอย่างแรง แรงฟาดนั้นไม่เบาทำเอาเฟิ่งจูหลานแสบร้อนที่แขนไปหมด เมื่อนางหันไปมองก็พบว่าเป็นหญิงวัยกลางคนผู้นั้นนั่นเอง

“คุณหนูรอง หากยังไม่ยอมลุกไปหาบน้ำ เช่นนั้นอย่าหาว่าบ่าวไม่เตือนนะเจ้าคะ”

“คุณหนู อย่าทำให้หรงหมัวหมัวโมโหเลยเจ้าค่ะ รีบไปเถอะ บ่าวจะไปช่วยท่านหาบน้ำเอง”

อยู่ๆ ก็มีสตรีน้อยหน้าตาน่าเอ็นดูผู้หนึ่งก้าวเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีหวาดกลัว เมื่อเฟิ่งจูหลานเริ่มประติดประต่อเรื่องราวได้แล้ว ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็ปรากฏแจ่มชัดขึ้น

คนที่ตีนางคือหรงหมัวหมัว คนที่เฟิ่งหลิงหลงส่งมาทรมานเจ้าของร่างเดิม ส่วนสตรีน้อยที่เพิ่งเข้ามาใหม่คือถงเสี่ยว สาวรับใช้ประจำตัวของนาง ถงเสี่ยวหวาดกลัวหรงหมัวหมัวอย่างมาก นางรีบเข้ามาหาเฟิ่งจูหลานและค่อยๆ ประคองเจ้านายให้ลุกขึ้น หรงหมัวหมัวที่เห็นเช่นนั้นจึงตวาดออกมาทันที

“เดินไปเองสิ เป็นง่อยหรืออย่างไรจึงต้องประคองกันอยู่ได้!”

ถงเสี่ยวสะดุ้งตัวโยน ต่างจากเฟิ่งจูหลานที่ไม่ได้ตกใจเท่าใดนัก นางลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะเอ่ยกับหรงหมัวหมัว

“ท่านพูดดีๆ ก็ได้กระมัง เหตุใดต้องตะคอกด้วยเล่า?”

“นี่ท่านกล้าเถียงบ่าวหรือเจ้าคะ? เดี๋ยวนี้กล้าแล้วอย่างนั้นหรือ บ่าวเป็นคนของฮูหยินใหญ่ที่ส่งมาอบรมสันดานของท่าน ท่านต้องเชื่อฟังบ่าวถึงจะถูก ฮูหยินใหญ่บอกแล้ว หากท่านไม่เชื่อฟังก็ให้บ่าวลงโทษท่านได้เลย วันนี้บ่าวจะตีท่านให้รู้สำนึก และเจียมตนว่าเป็นเพียงบุตรอนุ!”

เอ่ยจบหรงหมัวหมัวก็เงื้อแส้ขึ้นมาหมายจะฟาดใส่เฟิ่งจูหลานอีกหน ถงเสี่ยวตกใจคิดจะเข้าไปรับแส้แทนเจ้านายตน เพราะที่ผ่านมาคุณหนูถูกทำร้ายมามากพอแล้ว แต่เฟิ่งจูหลานกลับมองหรงหมัวหมัวด้วยแววตาเย็นชา ก่อนจะคว้าจับแส้นั้นเอาไว้และกระชากแส้เส้นนั้นมาถือเอาไว้ในมือตนเอง แรงกระชากของนางไม่เบาทำเอาหรงหมัวหมัวแทบเซถลา

เวรกรรมจริงๆ นี่นางต้องมาอยู่ในร่างคนอื่น แล้วยังต้องเข้ามาในวงเวียนของการแก้แค้นอีกอย่างนั้นหรือ?

เอาเถอะ แต่ไหนแต่ไรนางก็ไม่ใช่คนยอมใครอยู่แล้ว

“ท่านกล้า โอ๊ย!”

หรงหมัวหมัวยังเอ่ยไม่ทันจบก็ถูกเฟิ่งจูหลานฟาดแส้เข้าใส่ใบหน้าเข้าอย่างจัง แรงฟาดไม่เบาทำเอาหน้าของนางแตกจนเลือดซิบ หรงหมัวหมัวยกมือขึ้นจับใบหน้าตนก่อนจะกรีดร้องออกมาทันที นางไม่คิดเลยว่าเฟิ่งจูหลานจะกล้าทำกับนางเช่นนี้

“คุณหนูรอง ข้าจะตีท่าน!”

หรงหมัวหมัวยังไม่ละความพยายาม นางคิดจะพุ่งเข้ามาทุบตีเฟิ่งจูหลานอีกหน อย่างไรนางก็มีฮูหยินใหญ่และคุณหนูใหญ่คอยให้ท้าย เหตุใดต้องกลัวด้วยเล่า

เฟิ่งจูหลานยกมือขึ้นลูบคางตนเองคราวหนึ่ง ยายแก่นี่มันจ้องจะตีกับนางให้ได้เลย นางเองก็ไม่อยากจะกระทืบคนแก่ แต่เอาเถอะ คนแก่บางคนมันก็วอนเท้าจริงๆ

เมื่อคิดได้อย่างนั้นนางจึงยกเท้าขึ้นถีบยอดอกหรงหมัวหมัวอย่างเต็มแรง จนนางกระเด็นออกมาจากห้องและนอนแผ่หราอยู่บนพื้น เฟิ่งจูหลานค่อนข้างแปลกใจไม่น้อย เดิมทีเจ้าของร่างนี้อ่อนแอมาก แต่คงเป็นเพราะนางที่มีจิตวิญญาณแข็งแกร่งเข้ามาอยู่ในร่างกระมัง จึงทำให้ร่างนี้มีเรี่ยวแรงขึ้นมา เยี่ยมไปเลย ต้องบำรุงเพิ่มแล้ว

ด้านหรงหมัวหมัวเมื่อถูกทุบตีเต็มแรงก็เจ็บระบมไปหมด เหล่าบ่าวไพร่ต่างวิ่งออกมาดูเหตุการณ์ เมื่อเห็นว่าหรงหมัวหมัวที่เคยหยิ่งยโสตกอยู่ในสภาพน่าเวทนาก็ถึงกับลอบซู้ดปากกันเป็นแถว ด้านเฟิ่งจูหลานก็เดินตามออกมาดูด้วยแววตาเย็นชา

“มัวยืนอยู่ทำไม รีบจับคุณหนูรองเร็วเข้า แล้วไปเอาแส้เส้นใหม่มาให้ข้าด้วย!”

หรงหมัวหมัวหันไปตวาดสั่งการเหล่าบ่าวไพร่ที่ยืนอยู่ทันที วันนี้นางจะต้องทุบตีเฟิ่งจูหลานให้จงได้

“ใครกล้าตีจูจูของข้า ข้าจะฆ่ามันทิ้งให้หมด ไหนใครกล้า อ้อ นังแก่นี่เองหรือ!”

อยู่ๆ ก็มีเสียงของบุรุษผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงดุดัน เฟิ่งจูหลานรีบหันไปมองก่อนจะต้องตกใจเป็นอย่างมาก

นั่นมัน เซี่ยเสวียนเย่ คนรักของเจ้าของร่างเดิมไม่ใช่หรือ ให้ตายเถอะ เขาหล่อกว่าในฉบับการ์ตูนเสียอีก แล้วยังหน้าเหมือนพระเอกซีรี่ส์จีนแนวตั้งที่นางชอบอีกด้วย!

ฝันดี๊ดี!

ช้าก่อน! โรคหลงรักพระเอกในซีรีส์ไม่ซ้ำหน้าของนางเริ่มกำเริบอีกแล้ว

เฟิ่งจูหลานพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ยามนี้นางเป็นเพียงวิญญาณที่มาอาศัยร่างของคนอื่น แล้วยังมาเอ่ยชมแฟนเขาอีก เช่นนี้มันไม่เหมาะกระมัง หญิงสาวรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ พลางคิดว่าหากนางอยากจะอยู่อย่างสงบสุข ก็ควรตัดสัมพันธไมตรีกับเซี่ยเสวียนเย่เสีย ไม่อย่างนั้นคงได้ตบตีกันตายกับเฟิ่งหลิงหลงเป็นแน่

“พระราชนัดดาเสด็จ ใครยังกล้าไม่คุกเข่า!”

เสียงของทหารองครักษ์เอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ เมื่อเห็นว่าผู้มาใหม่เป็นใคร เหล่าบ่าวไพร่จึงรีบคุกเข่าลงทันที เฟิ่งจูหลานหันซ้ายหันขวาอย่างลนลาน นางกำลังจะคุกเข่าลงแต่กลับมีมือของใครบางคนคว้ารวบตัวนางเอาไว้เสียก่อน ใบหน้าของหญิงสาวซบลงไปบนแผงอกของเขา เมื่อนางเงยหน้าขึ้นไปมองก็พบว่าเขากำลังส่งยิ้มให้กับนาง พลางเอ่ย

“จูจูคนงามของข้า ในที่สุดข้าก็หาเจ้าเจอเสียที เมื่อครู่ตอนเจ้าถีบยัยแก่นั่นลอยออกมาจากห้องข้าเห็นแล้ว ยอดเยี่ยมจริงๆ ไม่พบกันเพียงไม่นาน จูจูคนงามเก่งขึ้นไม่น้อยเลย”

เอ่ยจบเซี่ยเสวียนเย่ก็ยักคิ้วให้นางคราวหนึ่ง ทำเอาเฟิ่งจูหลานเหม่อลอยไปทันที เมื่อตั้งสติได้ นางจึงผละออกจากเขา ก่อนจะเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“พระราชนัดดาเซี่ยเพคะ พวกเราเลิกคบหากันเถอะเพคะ”

เซี่ยเสวียนเย่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ย่นหว่างคิ้ว ก่อนจะยกยิ้มเจ้าเล่ห์พลางตบเข่าตนเองฉาดใหญ่

“อ้อ ได้สิ เลิกเป็นคนรัก แล้วมาเป็นสามีภรรยากันแทนใช่หรือไม่ เหตุใดไม่บอกแต่แรกเล่า! เอาอย่างนี้ เข้าหอเลยเป็นอย่างไร แล้วค่อยแต่ง ให้บ่าวไพร่พวกนี้เป็นพยาน ดีหรือไม่? เจ้าอยากเข้าหอในห้องนอนหรือกลางแจ้งดี เลือกมาเลย”

เฟิ่งจูหลาน “.....”

ใครก็ได้บอกนางที นี่นางทะลุมิติมาสุ่มได้ตัวซีเคร็ทใช่หรือไม่ ให้ตายเถอะ!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel