บทที่4
“พี่ขอเบอร์พีชหน่อยสิ” คนที่อยู่ๆ ก็ถูกขอเบอร์ซึ่งๆ หน้าทำตัวไม่ถูกอยู่นานร่วมนาทีเห็นจะได้ ก่อนจะยอมกดเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองให้เขาไปไม่กี่อึดใจเขาก็โทรเข้ามาพร้อมกับเสียงเข้มที่ดังขึ้น
“นี่เบอร์พี่ อย่าลืมบันทึกไว้ด้วย”
หญิงสาวยิ้มรับ ก่อนจะเดินลงมาจากรถ พร้อมหัวใจที่อัดแน่นไปด้วยความสุขมากกว่าวันไหนๆ
พิณรวีไม่เพียงแต่บันทึกเบอร์เขาเท่านั้น แต่เธอยังแอดไลน์เขาไปด้วย ซึ่งเขาก็ตอบรับกลับมาด้วยสติกเกอร์รูปแมวอ้วนน่ารัก
“ผีเข้ารึไงย่ะหล่อน ถึงได้มานั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คนเดียวแบบนี้! แล้วนั่นแอบคุยกับหนุ่มที่ไหน!” เดือดร้อนเฟื่องฟ้าที่อดไม่ได้จนต้องเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นท่าทีที่ดูแปลกไปจากทุกวันของเพื่อนรักเข้า
“พี่ชินน่ะ”
“ต๊ายยย นี่เขายอมคุยกับหล่อนแล้วเหรอ แล้วเป็นยังไงบ้าง เขายังเย็นชาใส่หล่อนอยู่ไหม” พิณรวีส่ายหน้ากลับไปเบาๆ ก่อนจะเริ่มต้นเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวาน ให้เพื่อนรักฟังอย่างไม่คิดปกปิด
“นังโง่! ทำไมหล่อนไม่ให้เขามารับย่ะ หนังน่ะดูวันไหนก็ได้ไหม ผู้ชายต้องมาก่อนสิถึงจะถูก!” จนเมื่อได้รู้ว่าเพื่อนเพิ่งจะปฏิเสธหนุ่มหล่ออันดับหนึ่งของมหาลัยที่อาสาจะมารับกลับบ้าน เสียงแหลมๆ ถึงได้ตวาดขึ้น ด้วยพอจะรู้ดีว่าโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ
“ก็ตอนนั้นมันคิดไม่ทันนี่ แกก็รู้ว่าฉันรักเขามานานตั้งกี่ปี แค่เขายอมกลับมาพูดด้วย มันก็ดีมากแล้ว…” เธอไม่หวังอะไรที่มันเกินไปมากกว่านี้ เพราะรู้ตัวเองดีกว่าสำหรับเขา เธอเป็นได้แค่ไหน
และเพราะรู้ถึงได้พยายามอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง
ไม่ทำให้เขาต้องอึดอัด!
“เพราะแกมันมัวแต่ช้าเป็นเต่าแบบนี้ไง ถึงทำได้แต่นั่งมองเขาตาละห้อยผ่านริมหน้าต่างบ้านมาเป็นปีๆ แบบนี้! ลองเป็นฉันหน่อยเถอะ แม่จะจับปล้ำทำผัวให้มันรู้แล้วรู้รอดไป โทษฐานที่หยิ่งดีนัก!” หญิงสาวไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไปนอกจากยิ้มสู้ แค่จะสารภาพรักเขายังไม่กล้า เรื่องที่ว่าจะให้เที่ยวไปไล่ปล้ำเขา ลืมไปได้เลย…
สองสาวนั่งรถไฟฟ้ามาดูหนังที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งหลังเลิกงาน ก่อนที่จะพากันออกมาหาอะไรทานที่ร้านอาหารญี่ปุ่นเจ้าประจำ แต่ยังไม่ทันจะได้ทิ้งตัวลงนั่ง สายตาเจ้ากรรมของพิณรวี ดันเหลือบไปเห็นชายหญิงคู่หนึ่งเข้า ซึ่งมันคงดีกว่านี้มากหากหนึ่งในนั้นไม่ใช่คนๆเดียวกับคนที่พูดคุยกับเธอผ่านไลน์มาตลอดทั้งวัน
“นั่นพี่ชินนี่! ว่าแต่สาวสวยข้างๆ เขาใครอะ สวยจัง” คำถามของเพื่อนไม่ได้ช่วยทำให้ความรู้สึกหน่วงในหัวใจของเธอเบาบางลงเลยสักนิด แต่ถึงจะรู้สึกไปก็เท่านั้น เพราะเธอก็คงทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
ตอนนี้เขากลับมาโสดอีกครั้ง
มันจะแปลกอะไรตรงไหน ถ้าวันนี้เขาจะนั่งทานข้าวกับใครสักคน คนที่ยิ่งได้มองก็ยิ่งรู้สึกถึงความเหมาะสมกับเขา ต่างจากเธอ!
ที่เป็นพนักงานกินเงินเดือนธรรมดา หน้าตาก็งั้นๆ เรื่องที่จะให้พาตัวเองขึ้นสังเวียน เพื่อสู้รบปรบมือกับใครที่ไหนน่ะลืมไปได้เลย
“ถ้าแกไม่สบายใจ เราเปลี่ยนร้านได้นะ” เพราะเห็นท่าทีหงอยๆ ของเพื่อนเข้า เฟื่องฟ้าจึงตัดสินใจเอ่ยถามขึ้น
“ช่างเถอะ เขาก็อยู่ส่วนเขา เราก็อยู่ส่วนเรา อย่าไปสนใจเลย รีบสั่งอาหารเถอะ ฉันหิวแล้ว” เมื่อเพื่อนรักว่ามาแบบนั้นเธอจึงไม่คิดที่จะขัดใจอีกฝ่าย แต่กระนั้นสายตาก็อดตวัดไปมองชายหญิงอีกคู่ไม่ได้ ก่อนที่ดวงตาจะเบิกโพลงขึ้นเมื่อหนึ่งในนั้นหันมาสบตากันเข้า
“ชิบหายแล้วนังพีช! พี่ชินเขาหันมาเห็นฉันแล้ว! ทำยังไงดี!” พิณรวีไม่ได้ตกใจอะไรนอกจากกระซิบบอกเพื่อนรักให้เลิกมองพวกเขา ทว่าไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เสียงเข้มที่คุ้นหูก็ดังขึ้นจากด้านหลัง…
“ดูหนังกันเสร็จแล้วเหรอครับ” เป็นดรัณภพที่เอ่ยถาม ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ พิณรวีทันทีที่พูดจบ
“คะ…ค่ะ! เพิ่งดูเสร็จเมื่อกี้นี้เองค่ะ” เป็นเฟื่องฟ้าที่เอ่ยตอบแทนเพื่อน ก่อนจะยกมือไหว้รุ่นพี่สุดหล่อที่ไม่ได้เจอกันมานาน หากแต่ความหล่อเหล่าของเขานั้นกลับยังคงอยู่ ไม่ได้จางหายไปไหน
เหมือนจะหล่อ น่ากินกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ!
“พี่คุยธุระกับลูกค้าเสร็จพอดี ถ้างั้นขากลับพีชกลับกับพี่นะ” เพราะหาเหตุผลที่จะปฏิเสธเขาไม่ได้ พิณรวีจึงจำต้องยอมรับคำกลับไปเบาๆ ยอมรับว่าการได้เห็นเขาอยู่กับผู้หญิงอื่นเมื่อครู่รบกวนจิตใจเธอไม่น้อย เพราะเธอเพิ่งจะได้มีโอกาสกลับมาใกล้ชิดกับเขาเมื่อวานนี้เองเธอยังไม่พร้อมที่จะพาตัวเองถอยห่างจากเขาอีกครั้ง
ไม่พร้อมเลยจริงๆ
