บทที่ 7 ใจดำ
เรอัสซ์เดินลงมายังโรงจอดรถ ดึงผ้าคลุมหนาเผยมอเตอร์ไซค์คันใหญ่สีดำทมิฬเหมาะสมแล้วกับเจ้าของ ก่อนจะขึ้นคร่อม เตรียมจะขี่ออกมา ทว่าจังหวะนั้นกลับได้ยินเสียงรถอีกคันเสียก่อน เขาขมวดคิ้วเบือนหน้าไปทางอื่นพลางถอนหายใจพรืดใหญ่ เมื่อเห็นคนมาใหม่ยกยิ้มมาแต่ไกล และดับเครื่องยนต์
" มาช้าแค่ไม่กี่นาที ทำเป็นหัวเสียไปได้ "
โคทิส บรูโน่ วางขาตั้งลงจอดทั้งที่ยังนั่งอยู่บนอานรถ หมุนตัวมาทางเขาในท่ากอดอก ไม่ได้สนใจว่ารถของเขากำลังจอดขวางทางจราจร เกือบอยู่กลางถนน
" คิดว่าจะกลับทันหรือ เห็นว่านัดคุณอาไว้ก่อนเที่ยงคืน มีอะไรวะ ทำไมต้องเที่ยงคืน หรือว่าเดี๋ยวนี้ถูกคุมความพฤติกรรม "
ก่อนเอ่ยถาม บุคคลที่สามหมายถึงพ่อของเขา มาเฟียขึ้นชื่อว่าเก๋าสุดในเมืองเถื่อนนี้ ที่เอ่ยนามออกไป ใครได้ยินเป็นต้องรู้จัก ก่อนจะหลุดยิ้มส่ายหน้าเอือมระอา หลังเห็นเขาเงียบไม่ตอบซะทีเดียว แต่แสร้งลงมายืนสำรวจรถ
" ไม่ได้สนใจเรื่องนั้นสักเท่าไหร่หรอก แค่ไม่อยากให้แม่เป็นห่วง "
" สรุปจะไปคาสิโน่พ่อกูก่อน? หรือจะเอายังไง "
" ทีแรกคิดไว้แบบนั้น แต่กลัวเจอคุณอา แล้วจะปลีกตัวออกมาไม่ได้ "
" แล้วที่ติดเครื่องรถเมื่อกี้นี้คืออะไร คิดจะไปคนเดียวเลยเรอะ"
พลางหันมาส่ายหน้าให้กับเขา
" เปล่า เพิ่งจะเปลี่ยนใจตอนเห็นมึงมา "
" แล้วพาสคาลล่ะ ไม่ไปด้วยเหรอ "
" เด็กติดเกมจะเอาไปทำไม เอาไปก็เกะกะเปล่าๆ รายนั้นเห็นผู้หญิงสวยๆ ได้ซะที่ไหน เผลอๆ ได้ตามหาหามันด้วย ไม่ได้อยู่คุยกับเจ้าของวันเกิดพอดี "
" กูก็ว่างั้น แต่เราจะไปกันสองคนเนี่ยนะ "
" แล้วไง หรือมึงกลัว? "
"ไม่ได้กลัว แค่คิดว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าพ่อพวกเรารู้ "
ร่างสูงหันกลับมายกยิ้มใส่เขา ก่อนจะหันไปสนใจรถต่อ ใช้เวลาแค่เศษเสี้ยววินาทีเก็บแต้มต่อความใส่ใจรถ ว่ามีอะไรให้เสริมแต่งบ้าง จึงจะออกมาดูดี ไม่ได้สะท้กสะท้านกับเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเลยสักนิด
" ก็อย่าให้รู้ดิวะ "
บรูโน่เงียบไปอึดใจหนึ่ง เมื่อย้อนนึกไปถึงสาเหตุที่กำลังจะทำเพื่อนเดือดร้อน นั่นก็คือบีน่าน้องสาวของตน ที่เกิดพิเรนทร์ไปงานวันเกิดของเพื่อนโดยไม่ปรึกษาใคร แถมยังพนันว่าจะชวนเรอัสซ์ ผู้ชายเย็นชาที่สุดในกลุ่มมาร่วมงานเซอร์ไพรส์เจ้าของวันเกิดให้ได้ แลกกับเงินจำนวนหนึ่งที่สามารถทำให้สบายไปหลายอาทิตย์ แน่นอน..มันจะไม่มีปัญหาอะไรเลย ถ้าแหล่งที่จัดงานนั้น ไม่อยู่นอกเขตแดนอื่น ที่ใครบางคน ณ ที่แห่งนั้นไม่ถูกกับเรอัสซ์
" ผู้หญิงนี่เข้าใจอะไรยากซะจริง ทั้งที่รู้ว่าไม่สมควร ก็ยังจะสร้างเรื่อง สาบานเลยเรส กลับมากูจะสั่งสอนบีน่าให้จำฝังใจไปเลย "
" ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก ยังไงเธอก็เป็นน้องเรา แถมยังเด็ก เรื่องแบบนี้เธอไม่เข้าใจมันก็ถูกต้องแล้ว "
ในขณะเขาเองก็ไม่อยากให้หักหาญน้ำใจบีน่าและเพื่อนของหล่อน อย่างไรก็ต้องแยกแยะให้ได้ระหว่างน้องสาวของเพื่อนที่โตมาด้วยกัน กับคู่อริต่างเขตแดน
" จะไม่ไปก็ได้นะ "
บรูโน่เอ่ย มองคนตรงหน้าสายตาจริงจัง ก่อนจะเกาสันจมูกตัวเองก็ตอนเขาตอบ
" บีน่าสำคัญสุด รับปากกับเธอแล้ว กูไม่อยากทำให้เธอเสียหน้า "
" ทั้งที่เรามีโอกาสจะปะทะกับพวกมันนะเรอะ"
" นานๆ ทีจะเป็นวันสำคัญของน้องสาวมัน ไม่แน่มันอาจจะยกให้วันนึงก็ได้ อีกอย่างกูก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่ามันจะทำหน้ายังไง ถ้ารู้ว่าน้องสาวตัวเองดีใจที่เห็นกูมาร่วมงาน ไปกันเถอะ "
เรอัสซ์ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะขึ้นคร่อมรถ สตาร์ทเครื่อง และบิดคันเร่งออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจคำท้วงติงของอีกคน ที่ทำได้แค่ส่ายศีรษะเอือมระอาต่อความมุทะลุของเขา พลางบิดคันเร่ง ยกล้อตาม
บรื้นนนน!
ด้านของแคนเชลสกี้ ยูรี
เวลาบอกสี่ทุ่มตรง
บ้านทั้งหลังเริ่มเงียบ บางห้องไฟถูกปิด เหลือแต่ดวงที่จำเป็นจริงๆ ถูกเปิดทิ้งเอาไว้ยันสว่าง ยูรีกระสับกระส่าย อยู่ๆ รอบเดือนเกิดมากะทันหัน ไม่มีการเตือนก่อนล่วงหน้า ทั้งที่ยังไม่ถึงกำหนด
" เวรกรรมอะไรกันเนี่ย วันซวยของฉันจริงๆ เลย "
เธอบ่นพึมพำด้วยความหงุดหงิด หลังพบว่าผ้าอนามัยในลิ้นชักไม่เหลือแล้วสักชิ้น นอกจากนั้นยังต้องกุมขมับ หลังหันไปเห็นเข็มเวลาเดินเลยไปไกล
" จะไม่ซื้อก็ไม่ได้"
เธอถอนหายใจพรืด หยิบเสื้อแขนยาวในตู้มาสวม ตัดสินใจจะปั่นจักรยานออกไปร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอย เพราะถ้าช้ากว่านี้ร้านอาจจะปิดเอาได้
ทว่า พอนึกถึงวิล่า เธอถึงกับกลอกตาไปมา
" ถ้าแม่รู้ มีหวังบ่นหูชา .. "
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนจะเดินห่อไหล่ ย่องเบาลงจากบันได มาหยุดอยู่หน้าประตู นาทีนั้นเธอรู้สึกว่าเสียงหัวใจเต้นแรงของตัวเอง ยังได้ยินชัดกว่าเสียงเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียอีก ยิ่งตอนยื่นมือมาหมุนลูกบิดประตู ความรู้สึกคงไม่ต่างกันเลยกับทหารกอบกู้ระเบิด
แอด...
" อึ๋ย.."
สาวเจ้าหลับตาปี๋ค่อยๆ ดันประตูออกไป พร้อมๆ กับเท้าก้าวเดินตาม ก่อนจะปิดกลับ แล้วพ่นลมหายใจพรืด รู้สึกดีดุจยกภูเขาออกจากอก หลังปิดประตูได้สำเร็จ
" ฟู่ว~ "
จากนั้นจึงจะย่องเบาไปที่โรงรถ เพื่อปฏิบัติภารกิจที่สอง คือการเข็นจักรยานออกมา แน่นอนเสียงโซ่นั้นคืออุปสรรคไม่ต่างสักเท่าไหร่เลย โชคดีที่ไม่มีใครตื่น ในจังหวะที่เธอกระโดดขึ้นคร่อมแล้วปั่นออกมา
คิดในใจถ้าหากวิล่าเกิดตื่นขึ้นมาจับได้ภายหลัง ก็ค่อยกลับมารับโทษก็แล้วกัน!
และเพราะบ้านของเธอไม่ได้อยู่ติดถนนใหญ่ มีตรอกซอยแยกออกมาอีก แถมเวลานี้ในหมู่บ้าน ที่มีแต่เพื่อนบ้านวัยทำงาน ไม่ก็แก่ชราเกือบทั้งหมด เสียงโซ่จักรยานตอนปั่นจึงเสียงดังฟังชัดเป็นพิเศษ เรียกได้ว่าผ่านบ้านหลังไหนก็เผื่อแผ่บ้านหลังนั้น ทำสุนัขที่นอนอยู่เริ่มจะลุกขึ้นมาเห่าเธอ หญิงสาวจึงเร่งฝีเท้าเข้าไปอีก ด้วยความเร็วสูงลิ่วบวกกับความประมาท เพราะคิดไปเองว่าดึกป่านนี้คงไม่มีรถ แถมยังอยู่ในตรอกซอย เลยไม่ทันระวังรถที่แล่นมาจากทางซ้าย ในโค้งสุดท้ายที่เธอจะต้องหักขวา
บรืนนนน~
รถบิ๊กไบค์สองคันซึ่งขับแข่งกันมาด้วยความเร็วสูง เฉี่ยวผ่านหน้าเธอไป
" ว้ายย!! "
ทำล้อหน้าของเธอส่าย และบังคับไม่อยู่ เสียหลักล้มลงไปอย่างไม่เป็นท่า ความแรงของมัน ทำแขนและขาแถไปกับพื้นถนน
โครม!!
ก่อนจะนอนกอดตัวเองด้วยความจุก พร้อมเลือดออกซิบๆ กับแผลสดใหม่
" โอ๊ย! "
วินาทีแรกสาบานว่าเธอเห็นคนขับหนึ่งในนั้นหันกลับมา และชะลอรถเหมือนจะวนกลับมาดูเธอ
แต่แล้ว...
ท้ายที่สุด เขาก็บิดคันเร่งหายเข้าไปในความมืด
