ตอนที่ 18 เมื่อคู่อริไปปด้วยกันจะเกิดอะไรขึ้น?
ปารหายใจออกเบา ๆ อย่างอ่อนล้า เหมือนขาแข้งจะอ่อนแรง น้ำตาพลันรื้นขึ้นมาคลอดวงตาเอาไว้ สมองคิดน้อยใจไปร้อยแปดเหตุผล
“ปาร!”
เสียงยนตร์ตะโกนเรียกชื่อของเธอ เท้ารีบพาเจ้าของเสียงเดินเบียดผู้คนเข้าไปหาสาวน้อยอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขามองเห็นเธอยืนหน้าเศร้าอยู่ สายตาหม่นหมองคู่นั้นคอยมองหาเขาทำท่าเหมือนจะร้องไห้
“ปาร หายไปไหนมา ทำไมไม่เดินตามพี่ไปล่ะ เกิดอะไรขึ้น เป็นอะไรรึเปล่า” เขารัวคำถามใส่เธอเป็นชุดทันทีเมื่อเดินถึงตัวเด็กสาว สองมือรีบจับมือน้องรหัสไว้แน่นด้วยความดีใจเหลือเกินที่หาเธอพบแล้ว ความเป็นห่วงกังวล ความร้อนใจเมื่อครู่ค่อย ๆ มลายหายไปจนหมดสิ้น
“เมื่อกี๊ปารเดินชนใครไม่รู้ พอหันมาอีกทีก็ไม่เห็นพี่ยนตร์ ปารหาพี่ยนตร์ไม่เจอ นึกว่าพี่ยนตร์...จะทิ้งปาร” เด็กสาวพยายามบังคับน้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครือให้เป็นปกติที่สุด พยายามสูดหายใจเข้าลึก ๆ ให้น้ำในดวงตานั้นเหือดแห้งไป
“ใครจะทิ้งปารลง เห็นพี่เป็นคนใจร้ายไปได้น่า... ไปกันต่อเถอะ ร้านอยู่ข้างหน้านี้เอง” ยนตร์จับมือปารไว้พาเดินไปด้วยกัน เขาจะไม่ปล่อยให้เธอเดินหลงหายตัวไปไหนอีกแล้ว
ปารอมยิ้มบาง ๆ มองมือตัวเองที่อยู่ในฝ่ามืออุ่นของชายหนุ่มที่เดินนำอยู่ข้างหน้า เคยคิดน้อยใจว่า พี่ยนตร์ของเธออาจจะเปลี่ยนไปแล้ว เขาไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว แต่วันนี้เธอรู้ว่า เขายังเป็นห่วงเธอเสมอ เหมือนตอนเด็ก ๆ เวลาไปเที่ยวงานวัดแล้วเจอคนมาก ๆ เขาจะจูงมือเธอเดินไปด้วยกันแบบนี้
=============
นรินทร์ไล่สายตาบนกระดาษรายการสิ่งของที่ต้องซื้อมีแต่พวกของใช้ทั้งนั้น เป็นพวกขันน้ำ ถังน้ำ กะละมัง มีตั้งแต่ใบเล็กจนถึงใบใหญ่ และของใหญ่แบบนี้คงหนีไม่พ้นเขาที่จะต้องเป็นคนแบก ยัยนภาจะแกล้งให้เขาต้องแบกแต่ของหนักใบใหญ่ ๆ หรือไงเนี่ย อดเขม่นเข่นเขี้ยวเด็กสาวที่เดินทำไม่รู้ไม่ชี้อยู่ข้างตัวไม่ได้
“ร้านที่เราจะไปซื้ออยู่ทางไหนล่ะ” นภาเอ่ยถามหนุ่มหล่อที่เดินเงียบมาอยู่นานแล้ว
“ฝั่งโน้น ต้องข้ามถนนไป” เขาเบ้หน้าไปยังถนนฝั่งตรงกันข้าม
นภามองถนนตรงหน้าอย่างกังวลใจว่าจะข้ามได้หรือนี่ มีแต่รถยนต์วิ่งกันให้ขวัก วิ่งกันไม่มีหยุดเลย
“เธอเคยข้ามถนนรึเปล่า” หนุ่มหน้าใสถามเด็กสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เพราะยนตร์กำชับมาเป็นพิเศษ
นภาเชิดหน้าตอบ “เคยสิ โตขนาดนี้ไม่เคยข้ามถนนก็แย่แล้ว”
“งั้นเราจะข้ามไปฝั่งโน้นกัน” เขาบอกถึงจุดหมายปลายทาง
นภาพยักหน้ารับด้วยสีหน้ากังวลใจ แต่พยายามบอกตัวเองว่า เธอต้องทำได้ อาการนั้นเธอไม่ได้เป็นมานานแล้ว มันคงจะไม่เป็นขึ้นมาอีก
เมื่อนรินทร์มองเห็นรถขับมาไม่เร็วนัก จึงรีบก้าวเร็ว ๆ ข้ามถนนไป แต่พอข้ามไปถึงฝั่งเป้าหมายแล้วหันกลับมามองยัยตัวแสบที่น่าจะข้ามถนนตามมาอยู่ข้างตัวเขา กลับไม่เห็นเธอ ข้างตัวเขามันว่างเปล่า รีบมองกลับไปฝั่งตรงข้าม ยังเห็นนภายืนอยู่ที่เดิม ดูละล้าละลังไม่กล้าตัดสินใจข้ามถนนมาเสียที หนุ่มหล่อส่ายหัว ตัดสินใจข้ามถนนกลับไป
“ทำไมไม่ข้ามตามไปล่ะ ไหนบอกว่าเคยข้ามถนนไง”
“ฉันเคยข้ามนะ แต่....ไม่มีรถเยอะขนาดนี้นี่” เด็กสาวตอบเสียงอ่อย
“รถวิ่งมาตลอดเลย จะให้ข้ามยังไงล่ะ ถ้าฉันโดนรถชน พี่จะรับผิดชอบไหวเหรอ” นภาตอบเสียงอ่อนลงไม่ดูมาดมั่นเหมือนทุกครั้ง
หนุ่มหล่อถอนหายใจ
“ข้ามถนนไม่เป็นก็บอกมาเถอะน่า...” เขาบ่นเบา ๆ แล้วเดินไปยืนอยู่ด้านขวาของนภา หากรถวิ่งมาชนจะต้องโดนเขาก่อน ตามคำฝากฝังของเพื่อนที่ให้ดูแลเธอเป็นพิเศษโดยเฉพาะเวลาข้ามถนน
“ส่งมือมาสิ” ชายหนุ่มผายมือ ให้เธอวางมือลงบนมือของเขา
“ไว้จูงสาว ๆ ของพี่เถอะ” เธอไม่ยอมส่งมือของตนเองให้เขาจูงพาเดินข้ามถนน
‘อยากจูงจะแย่แล้ว’ นรินทร์อดบ่นเธอในใจไม่ได้ เขาเนี่ยไม่เคยจูงมือผู้หญิงคนไหนพาข้ามถนนเลยแม้แต่คนเดียวนะ จะบอกให้! เห็นเขาเป็นคนใจง่ายเที่ยวพาผู้หญิงข้ามถนนหรือไง ถ้าเธอไม่ใช่น้องสาวของยนตร์ และเพื่อนได้กำชับมาให้ดูแลเวลาเธอข้ามถนนเป็นพิเศษ ก็ฝันไปเถอะ ที่เขาจะจูงมือเธอพาข้ามถนน
นรินทร์ถอนหายใจออกผ่อนคลายความขุ่นข้องหมองใจ ก่อนจะรวบรวมกำลังใจพูดกับเธออีกครั้ง
“งั้นก็เกาะแขนพี่ไว้ ถ้าพี่พาข้ามต้องข้ามไปพร้อม ๆ กัน เข้าใจนะ”
เด็กสาวที่ยืนข้างตัวยังนิ่งเฉยไม่ทำตามที่เขาบอกซักอย่าง เธอช่างไม่รู้อะไรเลย มีแต่สาว ๆ อยากจะมาเกาะแขนเขาเอาไว้ทั้งนั้น
“ตามใจ”
เขาหันไปมองรถยนต์บนถนน เมื่อเห็นรถที่วิ่งมาเริ่มชะลอตัวรีบตัดสินใจข้ามถนนไปทันที พร้อมกับคว้าข้อมือยัยตัวแสบดึงข้ามไปด้วยกัน แต่ทว่าข้ามไปยังไม่ถึงฝั่งโน้นเลย เพราะมีรถบางคันไม่ยอมชะลอความเร็ว แถมบีบแตรค้างไว้เสียงดังลั่น วิ่งผ่านไปอย่างเร็ว ทั้งคู่จึงติดอยู่กลางถนนที่รถกำลังวิ่งผ่านไปมา นภาเกาะแขนชายหนุ่มแน่นด้วยความกลัว ครู่หนึ่งมีรถเก๋งคันหนึ่งชะลอความเร็วลงรอให้ทั้งคู่ข้ามถนนไปจนถึงฝั่งฟุตบาท เขาผงกหัวให้รถคันนั้นแทนคำขอบคุณแล้วจึงรีบพาเธอวิ่งข้ามถนนไปถึงอีกฝั่งได้อย่างปลอดภัย
นภาพยายามหายใจเข้าลึก ๆ หายใจออกยาว ๆ เมื่อรู้สึกตัวว่า ตัวเองมีอาการกลัวจนตัวสั่นเทา มือไม้เกร็งไปหมด ขาแข้งเหมือนจะหมดแรงเอาดื้อ ๆ เธอเคยคิดว่า อาการกลัวแบบนี้จะหายไปแล้ว เพราะไม่เคยเป็นแบบนี้มานานมากแล้ว แต่มันยังอยู่กับเธอ มันยังจำฝังใจอยู่ใต้ก้นบึ้งลึก ๆ ของจิตใจ
“เป็นอะไรหรือเปล่า..นภา...” นรินทร์มองหน้าซีดขาว และอาการของเธอที่ดูไม่ปกติด้วยความตกใจ สองมือของเด็กสาวเกร็งจับแขนของเขาไว้แน่นมาก ร่างของเธอทำท่าจะทรุดลงไปกองอยู่กับพื้น เขารีบพยุงร่างนั้นเอาไว้ มองซ้ายมองขวาเห็นม้านั่งที่ป้ายรถประจำทาง รีบประคองเธอพาไปที่นั่นทันที
