บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 16 จะไปเป็นก้างขวางคอรึ? ไม่มีทาง!

“มันหมดน่ะ ไว้วันหลังนะ”

“หวังว่าคงจะไม่เบี้ยวนะ” นภาพูดดักคอ แม้จะรู้สึกสงสารเขาเหมือนกัน ที่เดินไปตั้งไกล แต่น้ำมะนาวปั่นดันหมด

“ถ้าพี่รับปากแล้ว ไม่มีเบี้ยวแน่” หนุ่มหล่อตอบเน้นคำ

“แล้ว...ฉันจะรอ” เด็กสาวยิ้มอย่างผู้กำชัยชนะ

“อ้อ! ปารฝากบอกว่า ให้ไปรับขนมด้วยนะ ปารทำขนมมาให้” พลางเหลือบสายตามองสาวสวยที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขา

“จริงดิ” แววตาคมคู่นั้นเป็นประกายสดใสขึ้นมาทันทีทันใด ริมฝีปากบางนั้นโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม จนเห็นฟันขาวสวยเรียงตัวเป็นระเบียบ และลักยิ้มบุ๋มข้างแก้มใสกิ๊กของชายหนุ่ม

“ไม่เชื่อก็ไปดูเองละกัน” นภาตอบก่อนหันหลังเดินไป

นรินทร์หันกลับมามองหน้าจันทร์เจ้า

“เราไปก่อนนะจันทร์”

หญิงสาวคนสวยมองหนุ่มหล่อเดินไปกับเด็กสาวหน้าจืดคนนั้นด้วยความงุนงง สมองมีแต่คำถามผุดขึ้นมาเต็มไปหมด เธอไม่เข้าใจว่า ความสวยของเธอนั้นทำไมไม่สามารถทำให้นรินทร์หันมาสนใจเธอบ้างเลย

=========

ปารหยิบกล่องขนมพลาสติกใสออกมาเรียง พื้นล่างของกล่องพลาสติกปูด้วยใบตองและโรยด้วยมะพร้าวขูดจนขาวโพลนเหมือนหิมะ ขนมต้มรูปหนูตัวสีเขียวใบเตยเหมือนหยกมีหูสีฟ้าสองข้าง แก้มสีชมพูสดใส มีจุดดำแต้มสองจุดเป็นจมูก นอนหมอบอยู่บนมะพร้าวขูด

“ปาร...น่ารักจัง...ทำยังไงเนี่ย” นภาอุทานถึงขนมต้มหน้าตาน่ารักสดใสของปาร ปกติจะเป็นลูกกลม ๆ คลุกด้วยมะพร้าวขูด แต่วันนี้กลายเป็นลูกหนูน่ารักสีสันสดใสเชียว

“เราเปิดไปเจอในเนท เห็นมันน่ารักมาก ก็เลยเอามาลองทำดู แทนที่เราจะปั้นแป้งใส่ไส้ขนมแล้ว เอาลงไปต้มในน้ำเดือด ก็เอาไปนึ่งแทนจ้ะ” ปารสาธยายถึงที่มาที่ไปของขนมต้มสุดแสนน่ารักชุดนี้

ขนมต้มรูปหนูน่ารักสดใสถูกแจกให้กับทุกคน คนละกล่อง กล้องหนึ่งมีลูกหนูกล่องละสามตัว

“แล้วพี่จะกล้ากินเหรอปาร น่ารักขนาดนี้” นรินทร์มองปารด้วยสายตาชื่นชม ดีใจเหลือเกินที่เธอไม่ได้ลืมเขาจริง ๆ และยังนึกถึงเขาด้วย เคยอิจฉายนตร์เสมอเมื่อเห็นปารส่งขนมมาง้อทุกวัน วันนี้เขามีโอกาสได้ขนมจากเธอแล้ว

ยนตร์มองขนมต้มสุดน่ารักในมืออย่างทึ่งในฝีมือความช่างทำของปาร เขาเหลือบสายตาขึ้นมองหน้าคนทำขนม ปารหันมาสบตากับเขาพอดี ชายหนุ่มรีบหลบสายตาหันไปมองทางอื่น เขากลัวว่า จะหลุดฟอร์มเก๊กหน้าขรึมเข้าจนได้ถ้าต้องสบตากับเธออย่างนั้น

นภาเปิดฉากกินขนมต้มคนแรกเลย

“หืม...ปารอร่อยมากเลย” ไส้มะพร้าวหวานแหลมกำลังพอดีเข้ากับแป้งนุ่มเหนียวและมะพร้าวขูดที่เค็มเล็กน้อยทำให้ไม่เลี่ยน และยังหอมใบเตยอีกด้วย

“ยนตร์บ่ายนี้ไม่มีเรียน ไปซื้อของเตรียมรับน้องกันเลยมั้ย” นรินทร์หันไปถามเพื่อนก่อนจะเอาขนมต้มเข้าปาก เขาไม่เคยอยากทานขนมไทยเลย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาตั้งใจทานขนมไทย แล้วหันไปยกนิ้วโป้งให้ปาร ถึงรสชาติหอมหวานอร่อยของขนม

“ก็ดีเหมือนกันนะ” ยนตร์เห็นด้วย ก่อนจะจับเจ้าหนูน่ารักเข้าปาก ฝีมือปารพัฒนาไปมาก อร่อยอย่างไร้ที่ติจริง ๆ

“วันนี้ปารว่าง ช่วงบ่ายอาจารย์บอกให้ไปหาข้อมูลทำรายงาน ให้ปารไปช่วยนะคะพี่ยนตร์”

นรินทร์รีบชิงตอบแทนยนตร์ ที่มัวแต่เก๊กทำหน้าตึงอยู่

“ขอบใจปารมากนะ กำลังต้องการคนช่วยอยู่พอดีเลย แล้วลงชื่อไปรับน้องกันแล้วใช่มั้ย”

“เรียบร้อยค่ะ พี่นรินทร์ ขออาหารมังสวิรัติด้วยนะคะ” ปารตอบด้วนสีหน้ายิ้มแย้ม

“ปารทานมังสวิรัติด้วยหรือครับ” เขารู้อยู่ว่ายนตร์และครอบครัวนั้นทานมังสวิรัติมานานแล้ว แต่ไม่คิดว่า ปารจะทานด้วย

“ปารทานมังสวิรัติมานานแล้ว แถมเคร่งกว่าฉันกับพี่ยนตร์ซะอีกนะ เพราะปารเป็นวีแกน” นภารีบสาธยายต่อ

หนุ่มหล่อมองปารอย่างทึ่ง แค่เลิกทานเนื้อสัตว์สำหรับเขามันยังยากเลย เขาพอจะรู้มาว่า คนที่เป็นวีแกนจะไม่ทานเนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทุกชนิด รวมถึงไม่ใช้ของที่ทำจากสัตว์อีกด้วย

“อ้าว...น้องปารนัดเจอกับพี่ยนตร์ที่นี่เองเหรอจ๊ะ เดี๋ยวนี้น้องปารไม่เห็นไปหาพี่ยนตร์ที่ซุ้มเลยนะ” เสียงนั้นดังมาจากบรรดาหนุ่ม ๆ เพื่อนร่วมคณะของยนตร์เผอิญเดินผ่านมาเห็นเข้า จึงทักทายด้วยการหยอกล้ออย่างสนุกสนาน

เสียงนั้นทำให้ทุกคนซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินใต้ร่มต้นไทรใหญ่หันไปมองเป็นตาเดียวกัน

“พี่ยนตร์หายโกรธน้องปารหรือยังเอ่ย...?” หนุ่มอีกคนอดแซวหนุ่มแว่นไม่ได้ หนุ่มที่เหลือคอยโห่คอยฮาเป็นลูกคู่ให้อย่างเป็นปี่เป็นขลุ่ย

“วันนี้เอาอะไรมาง้อพี่ยนตร์เหรอจ๊ะ” บรรดาหนุ่ม ๆ ยื่นหน้ามามองบนโต๊ะม้าหิน เห็นขนมต้มลูกหนูสีหวานสดใส

“หืม...ทำขนมน่ารักมาให้พี่ยนตร์อีกแล้ว น่าทานมาก ๆ เลย”

“ถ้าพี่ยนตร์ยังไม่หายโกรธ อย่าลืมพี่นะ มาเป็นน้องรหัสพี่ดีกว่า พี่จะคอยดูแลเทคแคร์อย่างดีเลย”

คำพูดหยอกล้อเหล่านั้น มันทำให้ปารรู้สึกอับอายขายหน้าจนหน้าชาไปหมด เหมือนถูกลบหลู่ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงอย่างแรง เธอไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าจะทนสภาพแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน ความอดทนนั้นมันใกล้สิ้นสุดลงไปทุกที คนอย่างปารต้องตามง้อผู้ชายด้วยหรือ? มันไม่ใช่เธอเลย ถ้าคน ๆ นั้นไม่ใช่ยนตร์ เธอจะไม่มีวันง้อใครแบบนี้เด็ดขาด!

“พี่ไปก่อนนะจ๊ะ ก่อนที่ไอ้ยนตร์จะไล่เตะเอา” แก๊งเพื่อนมองสีหน้ายนตร์แล้วต้องรีบพากันเผ่นไปให้ไกลบาทาของหนุ่มแว่น แต่ทว่าคนปากดียังมิอาจเดินหนีไปไหนได้ เมื่อถูกยนตร์ยึดแขนเอาไว้ได้ทัน ส่วนคนที่เหลือต่างวิ่งกระเจิดกระเจิงกันไปหมดแล้ว

“ต่อไปห้ามพูดล้อปารแบบนี้อีก ไม่งั้น! เวลาอาจารย์สั่งงานอะไร แกก็ไปถามคนอื่น ข้าจะไม่ช่วย ไม่บอกแกอีกต่อไป แต่ถ้าอยากรู้ว่าข้าเอาจริงหรือเปล่า ก็ลองดูได้นะ” หนุ่มแว่นสีชาพูดเสียงเข้มและเฉียบขาด เป็นที่รู้กันว่ายนตร์ไม่เคยต้องพูดอะไรเป็นครั้งที่สอง เพราะครั้งที่สองของเขาหมายถึงการลงมือทำ

“ยนตร์แค่ล้อเล่นกัน เพื่อสร้างความคุ้นเคยเอง อย่าซีเรียสดี้...” คนปากดีเริ่มใจหายเพราะหากยนตร์ไม่ช่วยก็ไม่มีใครอยากช่วยเขาอีกแล้ว

“โอเค...โอ...เค...ต่อไปไม่ล้อแล้วจ้า...” หนุ่มปากมอมรีบตอบตกลงทันทีเมื่อมองสีหน้ายนตร์แล้วยังบอกอาการไม่ปลื้ม

“ข้าไปได้รึยัง” สีหน้าหน้าพาลซีดเผือดลง เมื่อยนตร์ยังไม่ยอมปล่อยแขน

“ยัง” ยนตร์โอบไหล่เพื่อนปากเสีย

“ข้าขอเรียกประชุมฝ่ายกิจกรรมรับน้องพรุ่งนี้ ขอคุยรายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมรับน้องทั้งหมด” ยนตร์บอกเพื่อนซึ่งมีฐานะเป็นเลขาฝ่ายกิจกรรมของคณะ

นรินทร์หันไปจ้องหน้ายนตร์ทันที ไม่นึกว่ายนตร์จะเอาจริง เรื่องของรายละเอียดกิจกรรมที่ใช้ในการรับน้อง เพราะเขาอยากให้มีการรับน้องแบบใหม่และสร้างสรรค์ แต่การทำแบบนั้นอาจทำให้ต้องมีเรื่องผิดใจกันระหว่างเพื่อนได้ เพราะหัวหน้าฝ่ายกิจกรรมอีกคน ก็ไม่ใช่คนที่จะยอมอะไรใครง่าย ๆ ถึงแม้ว่ายนตร์จะได้รับมอบหมายให้ดูแลการจัดกิจกรรมรับน้องทั้งหมดของคณะครุศาสตร์ก็ตาม ไม่อยากคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปเมื่อยนตร์กล้าขอคุยรายละเอียดของกิจกรรมรับน้องครั้งนี้

“ได้ แล้วฉันจะนัดเพื่อน ๆ ให้นะ” หนุ่มเลขาฝ่ายกิจกรรมรีบตอบตกลงอย่าวรวดเร็ว

ยนตร์ลดแขนข้างที่โอบไหล่เพื่อนไว้ลง เพื่อนปากมอมรีบเดินเผ่นหนีไปอย่างรวดเร็ว กลัวว่าจะมีอะไรตามมาอีกรอบสอง

“รีบไปซื้อของกันเถอะ เดี๋ยวรถติด” นรินทร์พาทุกคนเดินไปขึ้นรถเก๋งวีออสสีดำที่จอดอยู่ที่ไม่ไกล

===============

นรินทร์มองผ่านแว่นดำไปยังตัวเลขบนป้ายหน้าซอยสีน้ำเงิน ก่อนจะขับตรงไป แต่แล้วกลับชะลอรถหยุดลงเพื่อให้คนข้ามถนนที่ข้ามมาอยู่ตรงกลางถนนแล้ว ได้วิ่งข้ามไปจนถึงฝั่งฟุตบาทเสียก่อน

นภามองเหตุการณ์นั้นอย่างชื่นชม ไม่นึกว่าหนุ่มหล่ออย่างเขาก็เป็นคนมีน้ำใจอยู่เหมือนกัน ไม่ใช่เอาแต่แต่งหล่อไปวัน ๆ

รถเก๋งวีออสสีดำขับต่อไปด้วยความเร็วปานกลาง อยู่ ๆ รถมอร์เตอร์โซด์เลี้ยวออกมาจากซอยอย่างเร็วขับปาดหน้ารถเก๋งวีออสสีดำ ทำให้นรินทร์ต้องเหยียบเบรคอย่างกะทันหัน เล่นเอาคนนั่งมาด้วยทั้งคันรถหัวทิ่มไปตาม ๆ กัน รถมอร์เตอร์ไซด์คันนั้นบิดคันเร่งส่งเสียงดังจนแสบแก้วหูรีบฝ่าไฟแดงไปอย่างรวดเร็ว

“จะรีบไปเกิดใหม่หรือไงเนี่ย...” นภาโพล่งออกมาอย่างเหลืออด แม้คนก่อเหตุจะเผ่นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

“เป็นอะไรกันหรือเปล่าครับ” นรินทร์หายใจออกอย่างโล่งอกไปที ที่ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นไปมากกว่าคอเคล็ด แล้วเอี้ยวตัวหันไปมองสาว ๆ ที่นั่งอยู่ตอนหลังอย่างเป็นห่วง

“ปารไม่เป็นอะไร แต่นภาหัวโนนิดหน่อยค่ะ” ปารตอบขณะช่วยนวดคลึงหน้าผากให้สเพื่อนสาว คงจะกระแทกกับพนักเก้าอี้ของคนขับอย่างแรง

ยนตร์หันมามองสองสาวด้วยสายตาห่วงใย เขามองปารเล็กน้อย ก่อนมองเลยไปยังน้องสาว

“ภาเจ็บมากรึเปล่า” พลางเอื้อมมือมาเขย่าหัวน้องสาว

“โอ๊ย! พี่ยนตร์ ฉันจะเป็นมากตอนที่พี่เขย่าหัวนี่แหละ น้องเจ็บอยู่นะ” นภารีบยึดมือของพี่ชายไว้

ยนตร์รีบหดมือกลับที่ตั้ง ก่อนที่น้องสาวตัวแสบจะหัวเสียมากกว่านี้ ได้ยินน้องสาวโวยวายเสียงดังฟังชัดแสดงว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก เขาจึงหายห่วง

“ใกล้จะถึงหรือยังคะ” ปารถามคนขับ แม้จะยังไม่ค่อยชินกับการนั่งรถในกรุงเทพ เพราะบางช่วงของถนนนั้นคับคั่งไปด้วยรถยนต์ดาษดื่นเต็มไปหมดไม่ว่าจะเป็นรถใหญ่ รถเล็ก หรือแม้แต่รถมอร์เตอร์ไซด์ที่พยายามขี่ซิกแซกฝ่ารถติดไปให้ได้ บ่อยครั้งที่รถติดยาวเหยียดเป็นเวลานาน ตามประสารถที่มีมากกว่าถนน ช่างแตกต่างจากบ้านที่ต่างจังหวัดของเธอโดยสิ้นเชิง ถนนโล่งนาน ๆ จะมีรถวิ่งผ่านมาซักคัน

ปารกับนภามองร้านรวงต่าง ๆ สองข้างทางอย่างตื่นตาตื่นใจ ไม่เคยเห็นแหล่งขายของอุปกรณ์เครื่องใช้ไม้สอยที่มีจำนวนร้านมากมายเท่านี้มาก่อนเลย ทั้งคนขาย ทั้งคนซื้อเดินกันแน่นถนัดไปหมด

“ใกล้ถึงแล้วครับ ข้างหน้านี้เอง เดี๋ยวหาที่จอดรถก่อนนะ” นรินทร์หักพวงมาลัยไปทางซ้ายเลี้ยวเข้าลานจอดรถ แม้จะเป็นเวลาบ่ายสามโมงเย็น แต่รถยังจอดเรียงกันเป็นตับจนเกือบจะหาที่จอดรถไม่ได้ ผู้คนต่างพากันมาซื้อของที่นี่จำนวนมาก เพราะมีทุกอย่างให้เลือกซื้อ เลือกหาได้ตามใจชอบ ตั้งแต่สินค้าราคาถูกยันไปจนถึงสินค้ามีเกรด มีแบรนด์ มีราคาแพงเลยทีเดียว

เมื่อทุกคนลงจากรถเก๋งวีออสสีดำ จึงเดินมารวมตัวที่ยนตร์ ซึ่งกำลังยืนมองรายการสิ่งของบนกระดาษในมือทั้งหกใบซึ่งมีรายการยาวเหยียดเต็มหน้ากระดาษ เขาขีดกากบาทบางรายการออกเนื่องจากคิดว่า ไม่จำเป็นสำหรับการรับน้อง

“พี่ยนตร์ขอดูหน่อยค่ะ” นภายื่นหน้ามามองกระดาษในมือพี่ชาย แล้วคว้าแผ่นกระดาษเหล่านั้นมาไว้ในมือเธอ เพ่งมองรายการต่าง ๆ อย่างพิจารณา พร้อมกับสับกระดาษไปมา แล้วจึงคืนกระดาษให้ยนตร์เพียงสามใบ

“ถ้าเดินไปด้วยกัน คงจะซื้อไม่เสร็จแน่ รายการเยอะขนาดนี้ เราแยกกันไปดีกว่าค่ะ” นภาเสนอความคิดเห็น

“พี่ยนตร์ไปกับปาร ส่วนฉันจะไปกับพี่นรินทร์ โอเคนะคะ” นภาจัดคู่ให้เสร็จสรรพ แล้วหันไปมองหน้าหนุ่มหล่อด้วยสายตาของคำถามว่า เขามีปัญหาอะไรรึเปล่า? คิดว่าจะได้ไปเป็นก้างขวางคอพี่ชายเธอหรือ? ไม่มีทาง!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel