บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 15 แผนกำจัดก้างขวางคอ

สีหน้านภานั้นอมยิ้มเยาะเย้ยอยู่ในที ตอนนี้เธอต้องหาทางกำจัดเขาออกไปให้ได้ก่อนที่พี่ชายของเธอจะมาทานข้าวกลางวันกับปาร

“พี่ต้องเลี้ยงน้ำมะนาวปั่นฉันวันละแก้ว เป็นเวลาเจ็ดวัน”

“ได้ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” แม้ว่านรินทร์จะไม่พอใจยัยตัวแสบเอามาก ๆ เธอเป็นใคร? กล้ามาใช้เขา กล้ามาสั่ง! แต่ก็ตอบตกลง จะได้หมดเรื่องหมดราวซะที

“จะทำได้รึเปล่า หรือว่าดีแต่พูด” เธอยังอดค่อนแคะหนุ่มหน้าขาวไม่หยุด

หนุ่มรุ่นพี่จ้องหน้าน้องสาวเพื่อนเขม็ง แบบนี้มันต้องการหาเรื่องชัด ๆ

“ทำได้หรือไม่ได้ คงไม่ได้วัดกันแค่คำพูดมั้ง รอดูการกระทำก่อนมั้ย?”

“พิสูจน์ให้ดูหน่อยสิคะ วันนี้เลยเป็นไง” เธอสบตากับฝ่ายตรงข้ามอย่างท้าทาย

“ไปซื้อน้ำมะนาวมาให้ฉันวันนี้เลยนะ” เธอต้องการจะไล่เขาทางอ้อม หมอนี่มาทำอะไร ใครเชิญมามิทราบ! คนเขาจะปรับความเข้าใจกัน ไม่รู้เรื่องบ้างเลย

ประโยคสุดท้ายทำให้นรินทร์เบิกตาโต เพราะร้านน้ำมะนาวปั่นนั้นไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ เลย

“ไปเดี๋ยวนี้เลย ฉันหิวมากกกกกก ถ้าพี่ทำได้อย่างที่พูดจริง”

“ได้อยู่แล้ว”

นรินทร์รับคำอย่างเสียไม่ได้ จ้องหน้านภาราวกับจะบอกว่า ฝากไว้ก่อนเถอะยัยตัวแสบ เขาต้องเอาคืนกับเธอแน่ แล้วเดินไปซื้อน้ำให้คู่อริด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองสุด ๆ ถ้าไม่เกรงใจปารที่กำลังมองอยู่ คนอย่างเขาไม่เคยต้องซื้อน้ำให้ผู้หญิงคนไหน มีแต่สาว ๆ ที่แย่งกันอยากจะซื้อน้ำมาเอาใจเขาทั้งนั้น

“เร็ว ๆ น้า....” นภายังตะโกนไล่หลังตามไปอีก แล้วหัวเราะคิกคักอย่างสะใจ ในที่สุดก็กำจัดเขาออกไปได้ซะที

“นภา แกล้งพี่นรินทร์อีกแล้วนะ” ปารอดค่อนแคะเพื่อนสาวไม่ได้

“แกล้งที่ไหน ปารก็เห็น ว่าเขาทำหนังสือของฉันยับนะ แค่อยากรู้ว่า น้ำหน้าอย่างเขา ทำได้อย่างที่พูดรึเปล่า ก็เท่านั้นเอง” พูดพลางแอบซ่อนยิ้มอย่างสะใจไว้ในสีหน้า สองมือพยายามรีดปกหนังสือเบา ๆ ด้วยความทะนุถนอม

“แล้วพี่ยนตร์มารึยังล่ะ” นภาหันไปถามเพื่อน เมื่อเห็นปารสั่นหัว สีหน้าหม่นหมองลง จึงหันไปมองรอบ ๆ เพื่อหาพี่ชายตนเอง ก่อนจะโพล่งออกมาเสียงดัง

“ปาร! พี่ยนตร์กำลังเดินมาโน่นแล้ว”

ปารหันไปมองชายหนุ่มแว่นกำลังเดินตรงมา เธอรีบลุกขึ้นยืน แล้วก้าวเท้าเข้าไปหาเขาด้วยความดีใจ ในที่สุดคนที่เธอรอคอยก็มาแล้ว รอยยิ้มระบายเต็มแก้มทั้งสองข้าง แววตาหม่นหมองเมื่อครู่สดใสเป็นประกายขึ้นมาทันที แม้ว่าสีหน้าของพี่รหัสจะไม่ได้ยิ้มตอบ และดูนิ่งเฉยอยู่ก็ตาม แต่เธอก็รู้สึกได้ว่า เขาไม่ได้ตีสีหน้าบึ้งตึงใส่เหมือนเมื่อวันก่อน เหมือนมีรอยยิ้มบาง ๆ แอบซ่อนอยู่บนใบหน้าเรียบเฉยนั้น และรู้ว่า หนุ่มตรงหน้ายังเป็นห่วงเธอเสมอ กลัวเธอจะไม่ยอมทานข้าวจนกว่าเขาจะมาใช่มั้ย เขาถึงยอมมาทานข้าวกับเธอได้

ยนตร์มองเด็กสาวที่กำลังยิ้มพราวทั้งใบหน้า ไม่ได้เจอกันนานมากจริง ๆ ตอนนั้นเธอยังเป็นเด็กตัวกะเปี๊ยก สูงไม่ถึงต้นแขนของเขาด้วยซ้ำ เคยพาขี่หลังเที่ยวเล่น เดี๋ยวนี้โตเป็นสาว หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู แม้ว่าจะไม่ใช่คนสะสวยอะไรมากมายนัก แต่เวลาเธอยิ้มช่างเป็นภาพที่ชวนมองเหลือเกิน

ภาพในวัยเยาว์ตลอดจนเรื่องราวที่เคยทำร่วมกันมาในวัยเด็กกำลังวิ่งผ่านสมองของทั้งคู่

นภาอมยิ้มหน้าบานที่เห็นทั้งคู่ยืนจ้องมองกันอยู่นานแล้ว

“จะมองกันอีกนานมั้ยคะ หิวข้าวแล้วน้า...” เสียงน้องสาวตัวแสบของยนตร์อดล้อเลียนทั้งคู่ไม่ได้ รีบฉวยแขนพี่ชายดึงให้เข้าไปนั่งที่ม้าหินใต้ต้นไทรร่มครึ้ม

“วันนี้มีอะไรกินบ้างจ๊ะ” หลังจากที่นภาต้องทานอาหารตามสั่งทุกวัน เพราะศูนย์อาหารของมหาลัยนั้นไม่มีอาหารเจหรือมังสวิรัติขายเลย จึงต้องสั่งอาหารตามสั่งมาทานและมีให้เลือกสั่งทานได้ไม่กี่อย่าง

ปารหยิบกล่องข้าวพลาสติกสีขาวฝาสีน้ำตาลสามสี่ใบขึ้นมาวางบนโต๊ะม้าหิน

“ปารเดี๋ยวเราไปซื้อข้าวเปล่ามาเสิร์ฟก่อนนะ” นภาเดินไปซื้อข้าวเปล่าในศูนย์อาหารหนึ่ง

“พี่ยนตร์ทายสิคะ ว่าวันนี้ปารทำอะไรมาให้ทานเอ่ย...”

ยนตร์เผลอชะโงกมองตามว่า ในกล่องพลาสติกนั้นจะมีแกงอะไร แต่พอรู้สึกตัวรีบนั่งตัวตรง ทำเป็นไม่สนใจ และตีสีหน้าเรียบเฉยต่อ

“ติ๊กตอก ๆ ทายมาเร็วเข้า” เห็นยนตร์ยังทำเก๊กตีสีหน้าขรึมอยู่ แต่ปารก็ทำเป็นไม่สนใจ วันนี้แค่เขายอมมาพบ ยอมมาทานข้าวด้วย แค่นี้มันก็ดีมากสำหรับเธอแล้ว สำเร็จไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว เพียงเท่านี้ก็ทำให้เธอยิ้มได้ตลอดทั้งวัน

“ไม่รู้ใช่ม้า...เฉลยก็ได้ค่ะ” เด็กสาวค่อย ๆ เปิดฝากล่องพลาสติกสีน้ำตาลออกแล้วยื่นมาตรงหน้าชายหนุ่ม

ยนตร์มองแกงป่าเห็ดสามอย่างในกล่องพลาสติกด้วยความรู้สึกแปลกใจ มันเป็นแกงโปรดของเขา ไม่นึกว่าปารจะยังจำได้อยู่ แกงนั้นหน้าตาน่าทานมาก กลิ่มหอมฟุ้งเตะจมูกจนน้ำลายสอขึ้นมาทันทีเลย เขาไม่ได้ทานแกงป่ามานานนมเหลือเกิน แต่ต้องแกล้งทำเป็นหน้าตายไม่รู้ไม่ชี้

“แล้วก็นี่เลย ยำปลาเค็มเจ”

พี่รหัสมองยำปลาเค็มเจที่ถูกตกแต่งด้วยพริกขี้หนูซอย หอมแดงซอย และผักสด ได้กลิ่นมะนาวเปรี้ยวจี๊ดเตะจมูก เขารู้ดีว่าปลาเค็มเจนั้นทำยากแค่ไหนกว่าจะเอาเต้าหู้หลอดมาแช่ในช่องแช่แข็งอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ แล้วเอาออกมาแช่น้ำให้น้ำแข็งละลาย ก่อนจะเอาไปบีบให้แห้งพอประมาณ หมักด้วยซีอิ๊วแล้วทอดให้เหลืองน่ารับประทาน กับข้าวอย่างสุดท้ายคือ ผัดผักรวมมิตร อาหารจานโปรดอีกอย่างที่ทำให้เขาทานมังสวิรัติมาได้อย่างง่ายดายและสะดวกสบายมาก

เนื่องจากแม่ของเขาบนต่อเจ้าแม่กวนอิมอยากได้ลูกสาวอีกคน ถ้าได้จริงจะเลิกกินเนื้อสัตว์ตลอดชีวิต หลังจากนั้นแม่ของเขาได้ลูกสาวสมใจ ครอบครัวของเขาจึงเลิกกินเนื้อสัตว์กันทั้งครอบครัว รวมถึงครอบครัวของปารด้วยเพราะสองครอบครัวนี้สนิทกันมาก

ข้าวสวยร้อน ๆ ถูกวางไว้ด้านหน้าของแต่ละคนเรียบร้อยแล้ว ปารตักปาเค็มเจแบ่งให้ทุกคน ๆ ละชิ้น เพราะตอนเด็กปลาเค็มเจเป็นอะไรที่ต้องแย่งกันเป็นประจำ

นภามองในจานของพี่ชาย พลางเอาส้อมไปจิ้มปลาเค็มเจของคนทำหน้ามึนอยู่ แต่ถูกส้อมของอีกฝ่ายสกัดไว้ได้ทัน

“พี่ยนตร์ไม่ทานไม่ใช่เหรอ”

“ของตัวเองก็มีมาแย่งของพี่ทำไม” ยนตร์ดุน้องสาวพร้อมกับใช้สายตาป้องปราม

นภาหัวเราะคิก เธอแค่อยากแกล้งให้พี่ชายเลิกเก๊กหน้าตายและเปิดปากพูดบ้างเท่านั้นเอง

ปารอดอมยิ้มไม่ได้ แล้วหยิบผักสดใส่จานข้าวของนภา เพราะรู้ดีว่าเพื่อนสาวนั้นไม่ค่อยทานผักถ้าไม่บังคับ แล้วบอกด้วยเสียงดุ ๆ อยู่ในที

“กินผักด้วย ต้องกินให้หมดนะ ห้ามทิ้ง”

“จ้า...” คนไม่ชอบทานผักลากเสียงยาวรับคำ

นภาอดมองหาหนุ่มหล่อหน้าขาวเพื่อนของพี่ชายไม่ได้ เขาไปซื้อน้ำมะนาวถึงไหนกันเนี่ย ป่านนี้แล้วยังไม่เห็นโผล่มาอีก หรือว่าเขาจงใจจะเบี้ยวเธอกันแน่ แม้จะรู้ดีว่า ร้านน้ำปั่นนั้นอยู่ไกลพอสมควร แต่ก็ดีแล้วยังไม่ควรโผล่มาตอนนี้ บรรยากาศกำลังดี

===========

นรินทร์เดินฝ่าแดดเปรี้ยงของยามเที่ยงวันอันร้อนระอุไปซื้อน้ำมะนาวปั่นมาให้ยัยตัวแสบ ด้วยอารมณ์หงุดหงิดเต็มประดา

“ยัยตัวแสบ พี่ต้องเอาคืนกับเธอแน่” หนุ่มหล่อบ่นกับตัวเอง เขาจะจดจำเธอไว้ไม่ลืมเลย ที่เธอกล้าใช้หนุ่มหล่ออย่างเขามาซื้อน้ำให้ นี่คงเป็นแผนกันเขาออกจากปารแน่นอน

ร้านน้ำผลไม้ปั่นที่อยู่ใกล้ที่สุดวันนี้ก็ดันปิดอีก ทำให้ยิ่งเซ็งหนักเข้าไปกันใหญ่ เขาต้องเดินต่อไปจนถึงศูนย์อาหารสอง ซึ่งระยะทางไกลพอสมควร แต่ทว่าน้ำมะนาวปั่นก็ดันหมดอีก ยิ่งทำให้แค้นเคืองนภามากขึ้นเป็นทวีคูณ

พอเดินกลับมาถึงศูนย์อาหารหนึ่ง เขารีบกวาดตามองโต๊ะม้าหินใต้ต้นไทร เห็นปารกับยนตร์กำลังทานข้าวด้วยกันอย่างอร่อยเชียว ปารมีใบหน้าอมยิ้มคอยตักโน่นตักนี่ คอยบริการให้ยนตร์อยู่ตลอดเวลา ส่วนนภานั้นนั่งกินไปยิ้มไปที่เห็นทั้งคู่ทานข้าวด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อเห็นภาพเหล่านั้นแล้ว ขาแทบก้าวเดินต่อไปไม่ไหว รู้สึกหมดแรงไปชั่วขณะหนึ่ง ไม่รู้ว่าตัวเองจะเดินเข้าไปหาปารทำไม เพื่ออะไร ในฐานะไหน รู้สึกเหมือนกลายเป็นส่วนเกินซะมากกว่า

‘ปารคงลืมแล้ว ว่าชวนพี่มาทานข้าวด้วยสินะ’

นรินทร์ฝืนยิ้มให้ตัวเองอย่างแห้งแล้ง ถอนหายใจออกช้า..ช้า...

‘แต่อย่างน้อย ได้เห็นปารยิ้มแย้มมีความสุขเมื่อได้อยู่กับยนตร์ มันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ’

เขาปลอบตัวเอง แล้วตัดสินใจหันหลังกลับเดินเข้าศูนย์อาหารหนึ่ง ทั้งร้อนทั้งหิวทั้งเศร้า เดินรี่ไปสั่งข้าวกับหมูทอดมานั่งกินให้หายเก๊กซิม

“ขอนั่งด้วยคนได้ไหมคะ” เสียงหวานใสดังขึ้นข้างตัว นรินทร์เงยหน้าขึ้นมอง

“จันทร์เจ้า” หนุ่มหล่ออุทานเบา ๆ เธอคือสาวสวยที่ยนตร์เคยตามจีบอยู่เป็นนาน เธอเป็นเหมือนเจ้าหญิงที่มีหนุ่ม ๆ รุมล้อมหลงรัก และยังเป็นดาวเด่นของมหาลัยอีกด้วย แต่สำหรับเขาไม่รู้ทำไม ไม่เคยรู้สึกชอบหรือสนใจสาวสวยคนนี้เลย มันแปลกที่เธอกลับมาตีสนิทเหมือนสนใจเขา

“เชิญครับ” หนุ่มหล่อพยักหน้า แล้วก้มหน้าทานข้าวต่อ

“วันนี้ทำไมมาทานข้าวคนเดียวละคะ รินทร์ แล้วยนตร์ไปไหนเหรอ” หญิงสาวคนสวยนั่งลงตรงกันข้าม เอ่ยเรียกชื่อของเขาอย่างสนิทสนมเหมือนคนคุ้นเคยกัน เธอมาพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมฟุ้งตลบอบอวน ดวงตาสวยคู่นั้น จ้องมองใบหน้าขาวใสของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพึงพอใจ

“ยนตร์ไปทานข้าวกับน้องรหัสครับ” นรินทร์รีบเร่งสปีดการทานข้าวของตัวเองให้เร็วขึ้นอีก

จันทร์เจ้าขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าไปทานข้าวกับน้องรหัส ทำไมนรินทร์ถึงไม่ไปด้วย ทั้ง ๆ ที่ทั้งคู่สนิทกันอย่างกับอะไรดีและซี้กันมาก ไปไหนไปด้วยกันตลอด

“น้องรหัสเป็นผู้หญิงเหรอ” นิ้วเรียวทาเล็บด้วยสีชมพูมีลายเพ้นท์เป็นรูปดอกไม้สีบานเย็น จับหลอดแกแฟจรดริมฝีปากได้รูปที่แต่งแต้มด้วยสีชมพูอ่อน เธอค่อยๆ ดูดกาแฟเย็นคาปูชิโน่รสเข้มจากแก้วกระดาษทรงสูงที่ห่อด้วยทิชชูกันเปื้อน

“ครับ” หนุ่มหล่อตอบสั้น ๆ เขารู้สึกเริ่มมึนหัว และหายใจไม่ทั่วท้อง เนื่องจากเริ่มแพ้กลิ่นน้ำหอม

“บ่ายนี้จันทร์ไม่มีเรียน รินทร์ไปดูหนังเป็นเพื่อนหน่อยได้รึเปล่า”

นรินทร์เงยหน้ามองหญิงสาว วันนี้เธอแต่งหน้าอ่อน ทำให้ดูสวยหวานและมีเสน่ห์มากขึ้น แต่นั่นไม่อาจสะกดเขาได้

“เผอิญเราไม่ว่าง ติดธุระน่ะ” คำตอบนั้นทำให้อีกฝ่ายยิ้มแห้ง ๆ ไม่ว่าจะชวนเขาไปไหน เขาไม่เคยตอบตกลงไปกับเธอเลยซักครั้งเดียว

นภาเดินถือถาดจานข้าวมาวางในถัง สำหรับวางจานใช้ทานแล้วอย่างมีความสุขอิ่มอกอิ่มใจและอิ่มท้อง พลันสายตาเหลือบไปเห็นนรินทร์นั่งอยู่กับสาวสวยที่ทำให้พี่ชายของเธออกหัก เท้ามันพาตัวเธอเดินเข้าไปหาเขาได้อย่างไรไม่ทันรู้ตัวเลย รู้ตัวอีกทีหยุดอยู่ข้างโต๊ะที่นรินทร์นั่งแล้ว

‘ที่แท้ก็แอบมานั่งหลีสาวล่ะสิ’ นภาแอบค่อนแคะเขาอยู่ในใจอย่างหมั่นไส้

“แล้วน้ำมะนาวของฉันล่ะ!!”

นรินทร์สะดุ้ง! เงยหน้ามองเจ้าของเสียงห้วน ๆ นั้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel