บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 14 จะเอายังไงก็ว่ามา!

ไม่มีคำต่อว่าต่อขาน

มีเพียงความร้าวรานในสายตาคู่นั้น

ไม่พอใจหรืออย่างไรจึงเงียบงัน

ได้โปรดเถิดบอกฉันสักคำคนดี

อย่าเลย…อย่าให้ฉันคิดไปเอง

เธออย่าข่มเหงทำร้ายกันด้วยวิธีนี้

อึดอัดใจเหลือเกินกับความเฉยชาที่มี

มากกว่าที่เธอจะโบยตีด้วยถ้อยคำ

หมดชั่วโมงเรียนแล้ว แต่ยนตร์ยังนั่งอยู่ที่เดิมด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม สายตามองผ่านแว่นสีชา ไปยังรูปที่เขาถ่ายไว้ในโทรศัพท์มือถือ ลายมือของปารบรรจงเขียนความรู้สึกของเธอออกมาเป็นบทกลอนอยู่บนกระดาษสีน้ำตาลอ่อน แปะอยู่หน้าถุงพลาสติกใส ด้านในใส่ขนมข้าวเหนียวปิ้งไส้เผือก ซึ่งมาพร้อมกับถุงขนมสีน้ำตาลถุงที่สี่

ขนมข้างในทำให้เขาต้องคิดถึงความทรงจำสมัยเด็ก วันที่แม่ทำขนมข้าวเหนียวปิ้งไส้เผือก เขาต้องเป็นคนไปขุดเผือกในสวนกลางแดดจัด ถึงแม้ว่าแดดจะร้อนแค่ไหน แต่ปารมักจะมาช่วยนั่งขุดเผือกแข่งกับเขาอยู่ใกล้ ๆ เสมอ ทำให้เรื่องขุดเผือกที่น่าเบื่อและแสนเหน็ดเหนื่อยกลายเป็นเรื่องสนุกขึ้นมาทันทีกว่าจะนั่งหลังขดหลังแข็งกวนไส้ขนมจนได้ที่ด้วยกะทะทองเหลือง หลายครั้งที่ปารต้องถูกทำโทษเพราะช่วยกวนจนไหม้ทุกที แล้วท้ายสุดต้องมาช่วยกันปิ้งอีก ขณะปิ้งไปจะสนุกมาก เพราะปารจะมีเรื่องโม้ไม่หยุดจนกว่าจะปิ้งเสร็จ นอกจากนี้ปารยังมีเมนูเด็ดคือ เผือกทอด แค่ทอดในน้ำมันร้อน ๆ ให้กรอบ แค่นี้ก็อร่อยแล้วตามประสาเด็กบ้านนอก

ยนตร์กดข้อความไลน์ขึ้นมาอ่าน เมื่อมีเสียงสัญญาณข้อความเข้า

พี่ยนตร์เที่ยงนี้ ทานข้าวด้วยกันนะคะ

ปารจะรอพี่ยนตร์ที่ม้าหินหน้าทางเข้าศูนย์อาหาร1 นะ ถ้าพี่ยนตร์ไม่มา ปารจะไม่ทานข้าว จะรอจนกว่าพี่ยนตร์จะมาค่ะ

แผงคีย์บอร์ดถูกกดขึ้นมา ตัวอักษรหลายตัวถูกพิมพ์ลงไป แต่แล้วเจ้าของกลับไม่ยอมกดส่ง แต่กลับกดลบข้อความที่พิมพ์ไว้ทิ้งไปเฉย ๆ เมื่อนึกถึงวันก่อนเขาได้ยินน้องสาวโทรคุยกับปารอย่างสนุกสนาน แถมเปิดลำโพงจนได้ยินเสียงปารตอบกลับมาอย่างชัดเจน

“พนันกันมั้ย? พี่ยนตร์จะต้องใจอ่อนเมื่อได้ทานอาหารกลางวันฝีมือปาร”

“ไม้ชะมัดเลย ก็ได้... เอางี้นะ ถ้าปารทำให้พี่ยนตร์ยอมไปทานข้าวกลางวันด้วย เราเลี้ยงไอติม แต่ถ้าพี่ยนตร์ไม่ใจอ่อน หายโกรธ ปารเลี้ยงนะ”

‘ถึงขนาดพนันกันเลยเหรอเนี่ย? คุยโวกันน่าดูเลย มั่นใจมากสินะ! คิดว่าจะใจอ่อนเหรอ? เดี๋ยวจะให้เลี้ยงไอติมกันให้เข็ดทั้งคู่เลย’ ยนตร์หงุดหงิดขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงสิ่งที่ได้ยินนั้น ความรู้สึกที่อยากจะตอบไลน์เธอวิ่งหนีหายไปหมด ทั้ง ๆ ที่เขาเกือบจะใจอ่อนตอบเธอแล้ว

‘ไม่! ต้องไม่ใช่วันนี้ ใจแข็งไว้ไอ้ยนตร์’ เขาบอกตนเอง พลางเหยียดยิ้มอย่างผู้กำชัยชนะ

นรินทร์มองใบหน้าของเพื่อนหนุ่มที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างสงสัย มีรอยยิ้มแต้มอยู่ในสีหน้านั้นตลอดเวลา พลางค่อย ๆ ขยับตัวเข้าไปใกล้ทีละนิด สายตาคอยเหล่แอบมองโทรศัพท์มือถือในมือของเพื่อนซี้ เขามองเห็นรูปปาร ปรากฏอยู่หน้าข้อความนั้น รู้สึกอิจฉาขึ้นมาตงิด ๆ รีบยกมือถือของตัวเองขึ้นมาดูบ้าง ข้อความที่เขาส่งไปหาปารเมื่อวานนี้ เธอยังไม่ได้เปิดดูด้วยซ้ำ

‘ทำไมไม่มีข้อความจากปารบ้างนะ’

ความรู้สึกเหงาหงอยค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาในจิตใจ ปกติเขาไม่เคยแจกไลน์ให้กับสาวคนไหน แต่ปารกลับเป็นข้อยกเว้น

อยู่ ๆ มีคำว่า อ่านแล้ว ปรากฏขึ้นอยู่หน้าข้อความของเขาที่ส่งไปหาเธอ ครู่หนึ่งก็มีข้อความตอบกลับมา ริมฝีปากแดงระเรื่อของหนุ่มหน้าหล่อ ค่อย ๆ เหยียดโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม

พี่นรินทร์เที่ยงนี้ทานข้าวด้วยกันนะคะ

เขาคงจะยิ้มไม่ยอมหุบ ถ้าไม่มีข้อความถัดมา

ช่วยพาพี่ยนตร์มาด้วย ขอบคุณพี่นรินทร์มาก ๆ เลยค่ะ ^^

รอยยิ้มบนใบหน้าอันหล่อเหลานั้นค่อย ๆ เหือดแห้งไปในทันที หัวใจพองโตเมื่อครู่แฟบลงอย่างห่อเหี่ยว หันไปมองยนตร์ที่ยังอมยิ้มหน้าระรื่นอยู่จนหน้าหมั่นไส้

“ยนตร์ไปกินข้าวกันเถอะ ปารชวนไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน” ประโยคสุดท้ายทำให้หนุ่มแว่นต้องหันมามองหน้าเพื่อนสุดหล่อด้วยสายตาของคำถาม

“ปารชวนแกไปกินข้าวด้วยเหรอ?” ยนตร์นึกว่า ปารชวนแต่เขาคนเดียวซะอีก นี่คือแผนทำให้เขาต้องยอมไปกินข้าวกลางวันตามคำขอของปารล่ะสิ!

“ถ้าข้าชวนปารไปกินข้าว แกจะว่าอะไรมั้ย” นรินทร์ตัดสินใจถามเพื่อนให้หายข้องใจ

ยนตร์มองหน้าเพื่อนสุดหล่ออย่างพินิจพิจารณา ปกติเขาไม่เคยเห็นเพื่อนชวนสาวคนไหนไปทานข้าวด้วยซักที ปารจะเป็นผู้หญิงคนแรกที่นรินทร์ชวนไปทานข้าวด้วยหรือนี่!

“ข้าเป็นแค่พี่รหัสของปาร คงไม่มีสิทธิ์ที่จะว่าอะไรใครหรอกนะ ปารยังมีสิทธิ์เต็มที่ว่าเขาจะทำอะไรกับใคร ไปไหนกับใครคนไหนได้เสมอ เขามีสิทธิ์ที่จะเลือกคบกับใครก็ได้” แม้ปากจะพูดออกไปอย่างนั้น แต่ทำไมข้างในใจกลับเหมือนมีอะไรสะกิดหัวใจชอบกล เขาเองยังไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองเลยว่ามันคืออะไรกันแน่

นรินทร์ฟังคำตอบของยนตร์แล้วยิ้มจนแก้มบุ๋มด้วยความดีใจ ปลอดโปร่งโล่งใจไปที เขาวางมือถือลงบนโต๊ะเลคเชอร์ เมื่อเพื่อนมาโบกมือเรียกอยู่ที่หน้าประตูห้อง แล้วลุกขึ้นเดินไปหา

ยนตร์รีบหยิบมือถือสีทองยี่ห้อดังของเพื่อนมาดูอย่างสงสัยสุดขีด ปารส่งข้อความมาชวนนรินทร์ไปทานข้าวด้วยกันจริงหรือ? หรือว่านรินทร์อำกันแน่ แต่ทว่าไม่สามารถเปิดดูได้ เพราะติดรหัสผ่าน พยายามจะปลดล็อคแต่ดันจำรหัสผ่านไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่นรินทร์เคยบอกแล้ว แต่ไม่เคยสนใจจดจำ รีบวางโทรศัพท์มือถือของเพื่อนไว้ที่เดิมเมื่อเห็นเพื่อนหน้าหล่อกำลังเดินกลับมา

“มีไรเหรอ?” ยนตร์ไถ่ถามด้วยสีหน้าปกติ เมื่อเห็นเพื่อนเดินกลับมาพร้อมกับกระดาษห้าหกใบในมือ

นรินทร์ยื่นกระดาษห้าหกใบนั้นมาข้างหน้ายนตร์

“รายการอุปกรณ์รับน้องที่เราต้องรับผิดชอบไปช่วยกันซื้อ”

ยนตร์รับมาดูคร่าว ๆ ด้วยสายตา

“ทำไมรายการเยอะขนาดนี้วะ” ยนตร์มองรายการในกระดาษที่ยาวเหยียดเป็นหางว่าว เขาไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีการรับน้องที่ไร้สาระเท่าไรนัก แต่เมื่อเสียงส่วนใหญ่มีมติเห็นด้วย เขาจึงต้องยอมรับโดยปริยาย

“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้ไปกินข้าวก่อนดีกว่า” นรินทร์ตบบ่าเพื่อนเบา ๆ อย่างเข้าใจ เขาเองก็เห็นด้วยกับยนตร์ว่า วิธีรับน้องแบบเดิม ๆ ควรจะเปลี่ยนแปลงได้แล้ว เราควรรับน้องอย่างสร้างสรรค์มากกว่า

“เดี๋ยวปารจะรอนะ” อีกใจหนึ่งอยากจะพูดขัดขวางไม่ให้ยนตร์ไปทานข้าวกับปาร แต่ก็ทำไม่ลง มันขัดกับความรู้สึกผิดในใจ

“เดี๋ยวตามไปนะ ไปส่งงานก่อน เกือบลืมเลย” ยนตร์นึกขึ้นได้ว่า มีรายงานที่ยังไม่ได้ส่งอาจารย์ ถ้าไม่ส่งก่อนเที่ยงนี้มีหวังถูกตัดคะแนนแน่

นรินทร์รีบเก็บของเข้ากระเป๋าเป้สีดำ แล้วสะพายขึ้นหัวไหล่ ยกข้อมือมองเวลา ขณะนั้นบอกเวลาอีกสิบห้านาทีเที่ยงตรง

ได้เลย แล้วเจอกันนะ

เขาส่งข้อความไลน์กลับไปหาปาร คนอย่างเขาจะทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งชอบ หรือสนใจในตัวเขา นั่นต้องหมายถึงความดี ความเป็นตัวตนของเขาที่จะทำให้เธอคนนั้น หันมาสนใจหรือชอบเขาได้ด้วยใจอย่างแท้จริง

==========

นรินทร์กวาดสายตาไปตามม้าหินหน้าศูนย์อาหารหนึ่ง มองเห็นปารนั่งอยู่ที่ม้าหินใต้ต้นไทรร่มครึ้มเพียงลำพังคนเดียว อดแปลกใจไม่ได้ที่แม่ก้างขวางคอไม่อยู่ ทั้ง ๆ ที่คู่นี้ติดกันราวกับปาท่องโก๋ เห็นปารทีไร ก็จะต้องเห็นนภาอยู่ด้วยเสมอราวกับเงาตามตัว เขารีบสาวเท้าไปหยุดอยู่ข้างโต๊ะม้าหิน มองเห็นปารกำลังก้มหน้าก้มตาวาดการ์ตูนอยู่ การ์ตูนที่เธอวาดทุกตัวจะต้องกำลังยิ้มเสมอ ไม่ว่าจะยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่ ยิ้มมาก ยิ้มกว้าง ขณะที่กำลังวาดเธอจะยิ้มไปด้วย เหมือนกำลังมีความสุขที่ได้สร้างการ์ตูนที่กำลังแจกรอยยิ้มขึ้นมาบนโลกใบนี้

“ปาร...ทำอะไรอยู่ครับ”

คนถูกเรียกเงยหน้าขึ้นมองต้นเสียง

“พี่นรินทร์ หวัดดีค่ะ” สาวน้อยทักทายด้วยน้ำเสียงแจ่มใส ก่อนจะละสายตาจากใบหน้าขาวใสของหนุ่มหล่อ เหมือนค้นหาใครบางคนที่ควรจะเดินมาพร้อมกันกับเขา เมื่อมองไม่เห็นคน ๆ นั้นเดินมาด้วย ใบหน้าอันอ่อนเยาว์นั้นพลันหม่นหมองลงไปถนัดตา

“มองหาพี่ยนตร์อยู่เหรอ เดี๋ยวตามมา ไปส่งรายงานอยู่ครับ” สิ้นเสียงของเพื่อนพี่รหัส ใบหน้าเด็กสาวนั้นจึงคลี่ยิ้มบานออกมาได้

เขาชอบรอยยิ้มของเธอจัง...

“กำลังวาดการ์ตูนอยู่หรือครับ” นรินทร์จ้องมองกระดาษขาวบนโต๊ะมาหิน

“สอนพี่บ้างสิครับ” หนุ่มหน้าหล่อนั่งลงตรงที่ว่างข้าง ๆ สาวน้อย

“ได้ค่ะ” เด็กสาวยื่นกระดาษให้ เป็นภาพที่ร่างรูปการ์ตูนไว้แล้ว

“พี่นรินทร์ลองวาดตามดูก่อนนะคะ” หนุ่มหน้าใสรับกระดาษนั้นมา แล้วพยายามกดดินสอวาดทับเส้นตามภาพร่างนั้น

ปารมองตามมือของหนุ่มหล่อที่กำลังวาดตามด้วยดินสออย่างลุ้นตาม ภาพที่ออกมาทำให้ทั้งคู่ต้องหัวเราะออกมาพร้อม ๆ กัน

“ทำไม! มันไม่ยอมหล่อเหมือนคนวาดเอาซะเลย” นรินทร์ส่งเสียงกระเง้ากระงอด มองภาพการ์ตูนในมือ ที่มันบิดเบี้ยวแหยเกไปมา หลังจากที่ใช้ความพยายามอย่างมาก กว่าจะวาดส่วนหัวเสร็จทำเอาแทบหืดขึ้นคอ

“ปารวาดการ์ตูนให้พี่บ้างสิครับ” เขาเงยหน้าขึ้นจากกระดาษขาว มองหน้าสาวน้อย

“ปารกลัวจะวาดออกมาแล้ว ไม่หล่อเหมือนตัวจริงสิคะ” ปารจ้องมองใบหน้าของหนุ่มหล่อหน้าใสกิ๊กตรงหน้า เพื่อดูจุดเด่นบนใบหน้าของเขามีอะไรบ้าง

“ไม่เป็นไรหรอก ขอแค่ปารเป็นคนวาดให้ก็พอแล้วนะ”

“ถ้าพี่นรินทร์ ไม่กลัวว่าจะออกมาไม่หล่อ ปารก็จะวาดให้นะคะ”

ยนตร์เดินมาถึงได้ครู่หนึ่งแล้ว เขาหยุดยืนดูปารกับนรินทร์กำลังหัวเราะพูดคุย วาดรูปด้วยกันอย่างสนุกสนาน เขาไม่เข้าใจตัวเองเลย ทำไมเท้ามันไม่ยอมเดินต่อไป ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวว่า ปารจะรอ ไม่ยอมกินข้าว ถ้าเขาไม่มาละก็ เขาคงจะไม่ยอมมาทานข้าวกับเธอวันนี้เด็ดขาด!

หนังสือเล่มโตถูกกระแทกลงตรงช่องว่างอันน้อยนิด ระหว่างปารกับนรินทร์ทำให้ทั้งคู่สะดุ้ง!!

“ขอโทษนะคะ ตรงนี้ที่ของฉัน ฉันนั่งอยู่ก่อนแล้ว ช่วยหลีกไปด้วยค่ะ” เสียงห้วน ๆของนภาดังขึ้นอย่างไม่พอใจที่เห็นนรินทร์มานั่งอยู่ใกล้ชิดกับปารขนาดนี้ มันจะมากไปแล้ว! เธอเผลอเป็นไม่ได้เลย

นรินทร์รีบลุกขึ้นอย่างงุนงง มองน้องสาวเพื่อนทำตัวเป็นเจ้าที่เจ้าทาง

“แล้วนี่ดูซิ หนังสือของฉันยับหมดเลย” นภาโวยวายเมื่อมองเห็นหนังสือนิยายเล่มโปรดที่วางอยู่มีรอยยับย่น

ปารมองดูรอยยับย่นบนหนังสืออย่างกังวลใจ เพราะนภารักหนังสือเล่มนี้มาก คุณเธอจะต้องเอาเรื่องเอาราวกับเพื่อนพี่ชายอย่างหนักแน่

“ขอโทษนะ นภาพี่ไม่ทันเห็นจริง ๆ” ชายหนุ่มหน้าถอดสี เมื่อเห็นหนังสือนิยายเล่มนั้นมีรอยยับย่นจริงแต่ไม่มากมายอะไรนัก

“ขอโทษแล้วมันหายยับมั้ย” นภายังไม่ยอมอโหสิกรรมให้ โวยวายเสียงดังต่อ

“แล้วจะเอายังไง ก็ว่ามา” นรินทร์เผลอกระแทกเสียงถามกลับอย่างไม่พอใจ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel